สิงคโปร์ประกาศลงทุนประมาณ 150 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ในโครงการ MARVEL-AI เพื่อเชื่อมการค้นพบวัสดุด้วย AI เข้ากับห้องปฏิบัติการอัตโนมัติ การทดสอบ และการพัฒนากระบวนการผลิต ช่วยให้บริษัทนำวัสดุใหม่ไปใช้ในอุตสาหกรรมได้เร็วขึ้น พร้อมเปิดตัวบริษัทกลุ่มแรก 24 แห่งในโครงการ Champions of AI เพื่อผลักดันการใช้ AI เปลี่ยนธุรกิจทั่วทั้งองค์กร และขยายการสนับสนุนเอสเอ็มอี ตั้งแต่การสร้างต้นแบบไปจนถึงการนำระบบมาใช้ในงานประจำ
กัน กิม ยง (Gan Kim Yong) รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน การค้าและอุตสาหกรรม (ด้านการค้า) ของสิงคโปร์ ประกาศมาตรการดังกล่าวในงาน Singapore Week of Innovation and Technology หรือ SWITCH 2026 วันนี้ (27 ตุลาคม 2569) โดยระบุว่า การทดลองใช้เครื่องมือ AI หรือทำโครงการนำร่องเป็นจุดเริ่มต้นที่มีประโยชน์ แต่การสร้างผลลัพธ์ที่มากขึ้นต้องอาศัยการทบทวนการดำเนินงานทั้งบริษัท ปรับกระบวนการทำงาน สร้างความสามารถใหม่ และหาโอกาสเติบโต ซึ่งต้องมีความมุ่งมั่นและการนำจากผู้บริหารระดับสูง ควบคู่กับการเตรียมพนักงานให้พร้อมรับบทบาทที่เปลี่ยนไป
MARVEL-AI เชื่อมการค้นพบวัสดุใหม่สู่การผลิตจริง
MARVEL-AI มุ่งแก้ปัญหาสำคัญของการพัฒนาวัสดุขั้นสูง แม้ AI จะช่วยค้นหาวัสดุที่มีแนวโน้มให้คุณสมบัติตามต้องการได้เร็วขึ้น แต่การนำไปใช้จริงยังต้องผ่านการสังเคราะห์ ตรวจวัดคุณสมบัติ ทดสอบ และพัฒนาวิธีผลิตในปริมาณมาก Gan ยกตัวอย่าง Project GNoME ของ Google และ MatterGen ของ Microsoft ว่าแสดงให้เห็นศักยภาพของ AI ในการเร่งค้นพบวัสดุแล้ว แต่การเปลี่ยนความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้ยังเป็นความท้าทายสำคัญ
โครงการนี้นำโดย Agency for Science, Technology and Research หรือ A*STAR ภายใต้แผน Research, Innovation and Enterprise 2030 โดยใช้โมเดล AI ช่วยเลือกวัสดุที่น่าสนใจและออกแบบการทดลอง จากนั้นให้ห้องปฏิบัติการอัตโนมัติสังเคราะห์และทดสอบ ก่อนนำผลที่ได้กลับไปปรับการออกแบบและการทดลองรอบถัดไป การทำงานครอบคลุมวัสดุสี่กลุ่ม ได้แก่ โลหะผสม พอลิเมอร์และสารอินทรีย์ เซรามิก และวัสดุคอมโพสิต ซึ่งนำไปใช้ได้ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ การผลิตขั้นสูง พลังงาน และเคมีภัณฑ์
ขีดความสามารถที่มีอยู่แล้วแสดงให้เห็นโอกาสในการเพิ่มปริมาณการทดลอง กระบวนการคัดกรองโลหะผสมสามารถทดสอบตัวอย่างที่มีองค์ประกอบต่างกันได้สูงสุด 470 ตัวอย่างต่อวัน คิดเป็นปริมาณงานมากกว่าวิธีเดิมกว่า 400 เท่า ส่วนการเตรียมตัวอย่างพอลิเมอร์ด้วยระบบอัตโนมัติสามารถทำงานต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ผลิตได้ 75 ตัวอย่างต่อวัน หรือประมาณ 25 เท่าของปริมาณเดิม นอกจากนี้ การพัฒนาวัสดุคอมโพสิตด้วย AI ยังช่วยให้เกิดต้นแบบแคปซูลบรรทุกไฮโดรเจนขนาดใช้งานจริง ซึ่งเอกสารระบุว่ามีน้ำหนักเบาลง 50% และทนทานขึ้น 4 เท่า ตัวเลขเหล่านี้เป็นตัวอย่างจากกระบวนการและผลงานที่มีอยู่แล้ว ซึ่งสะท้อนศักยภาพของแนวทางที่ MARVEL-AI จะนำมาต่อยอด
ศาสตราจารย์ Loh Xian Jun ผู้อำนวยการบริหาร MARVEL-AI กล่าวว่า AI เปิดโอกาสอย่างมากให้กับการค้นพบวัสดุ แต่การค้นพบเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ ความท้าทายถัดไปคือการพิสูจน์ว่าวัสดุนั้นใช้งานได้จริง โครงการจึงเชื่อมความเชี่ยวชาญด้านวัสดุศาสตร์กับ AI การทดลองอัตโนมัติ การผลิต และการนำไปใช้ในอุตสาหกรรม เพื่อช่วยให้บริษัทประเมินได้ว่าวัสดุที่มีแนวโน้มดีสามารถผ่านการทดสอบ ผลิต และใช้งานภายใต้สภาพแวดล้อมจริงได้หรือไม่
A*STAR, Enterprise Singapore หรือ EnterpriseSG และคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจสิงคโปร์ หรือ EDB จะเชื่อมบริษัทและนักลงทุนเข้ากับโครงการ เปิดทางให้ทั้งสตาร์ตอัปและเอสเอ็มอีเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญ โครงสร้างพื้นฐาน และเครื่องมือทดสอบที่จำเป็น พันธมิตรมีทั้ง ST Engineering ซึ่งร่วมพัฒนาโลหะผสมสมรรถนะสูงสำหรับการบินและอวกาศ กลาโหม และโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึง CuspAI ที่เชื่อมแพลตฟอร์ม Generative AI กับห้องปฏิบัติการอัตโนมัติ และ Google Cloud ที่ร่วมจัดเตรียมสภาพแวดล้อมการวิจัยให้เข้าถึง AI ขั้นสูงพร้อมคุ้มครองข้อมูลของสถาบันวิจัย
Champions of AI ดึง 24 บริษัทปรับธุรกิจทั้งองค์กร
โครงการ Champions of AI เริ่มต้นกับบริษัท 24 แห่งจากหลายอุตสาหกรรม เช่น DBS, OCBC, UOB, Singapore Airlines, Singtel Singapore, FairPrice Group, PSA International และ ST Engineering หลัง EnterpriseSG ใช้เวลา 6 เดือนหารือกับบริษัทและผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม เพื่อค้นหาธุรกิจที่มีความมุ่งมั่นและแผนเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน หน่วยงานรัฐจะร่วมจัดทำแผนใช้ AI ระยะยาวให้เหมาะกับแต่ละบริษัท พร้อมช่วยให้เข้าถึงผู้เชี่ยวชาญ ผู้ให้บริการเทคโนโลยี และการสนับสนุนด้านการพัฒนาความสามารถ ก่อนทยอยรับบริษัทเพิ่มเติมในระยะต่อไป
บริษัทที่เข้าร่วมต้องกำหนดผลลัพธ์ให้ชัดเจน ตั้งแต่ระบุโจทย์ธุรกิจที่ท้าทายและใช้ AI แก้ไขได้ จัดทำแผนระดับองค์กร ไปจนถึงสร้างความสามารถด้าน AI ภายใน พัฒนาทักษะพนักงาน และปรับบทบาทงาน Gan ระบุว่าบริษัทเหล่านี้ยังมีบทบาทช่วยซัพพลายเออร์รายเล็กและธุรกิจอื่นในเครือข่าย ผ่านการแบ่งปันประสบการณ์ เพื่อให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงด้วย AI ต้องทำอย่างไร และสร้างความมั่นใจให้บริษัทอื่นเริ่มปรับธุรกิจของตนเอง
เพิ่มเครื่องมือกว่า 100 รายการ ช่วยเอสเอ็มอีนำ AI มาใช้ในงานประจำ
สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก อุปสรรคสำคัญอยู่ที่การนำสิ่งที่ทดลองไปใช้งานจริง ผลตอบรับจากเวิร์กช็อป “Driving Entrepreneurship with AI” พบว่า ผู้ประกอบการจำนวนมากเริ่มทดลองใช้ AI แล้ว แต่ยังขาดบุคลากรด้านเทคโนโลยีและเวลาในการปรับปรุง เชื่อมต่อ และนำระบบไปใช้ให้ตรงกับความต้องการ โครงการนำร่องช่วยธุรกิจขนาดเล็กไปแล้วกว่า 280 ราย ให้เรียนรู้การสร้างต้นแบบด้วยเครื่องมือ agentic AI เช่น ChatGPT, Claude และ Manus สำหรับงานการตลาด การขาย และบริการลูกค้า โดยจะจัดเวิร์กช็อปเพิ่มเติมในเดือนพฤศจิกายน 2026 และขยายต่อในปี 2027 พร้อมศึกษาการสนับสนุนในขั้นนำระบบไปใช้งานจริง
สิงคโปร์ยังเพิ่มเครื่องมือ AI จากผู้ให้บริการทั่วโลกมากกว่า 100 รายการ ครอบคลุมงานธุรกิจหลายด้านบนแพลตฟอร์ม SMEs Go Digital และเตรียมเครื่องมือ Pre-approved Solutions Package Builder ให้เอสเอ็มอีเลือกจัดชุดโซลูชันที่ผ่านการอนุมัติแล้วให้เหมาะกับการดำเนินงานของตนเอง การสนับสนุนส่วนนี้ช่วยให้ธุรกิจมีทางเลือกเริ่มใช้ AI ตามความต้องการ ขณะที่ EnterpriseSG และหน่วยงานพัฒนาสื่อสารสนเทศของสิงคโปร์ หรือ IMDA จะทำงานร่วมกับสมาคมการค้า เพื่อทดลองช่องทางช่วยเหลือให้เหมาะกับความพร้อมของผู้ประกอบการแต่ละกลุ่ม
อีกแนวทางหนึ่งคือ Catalytic AI Solutions ซึ่งพัฒนาโซลูชันสำหรับปัญหาที่ธุรกิจในอุตสาหกรรมเดียวกันเผชิญร่วมกัน โดยเริ่มจากการผลิตขั้นสูงที่ใช้ AI ช่วยงานตรวจสอบและควบคุมคุณภาพ การค้าที่ช่วยผู้นำเข้าข้าวตัดสินใจจัดซื้อและบริหารสินค้าคงคลังให้เหมาะกับทั้งธุรกิจและความมั่นคงทางอาหาร และโลจิสติกส์ที่ใช้ AI วางเส้นทางและจัดสรรงานให้รถในกองยาน EnterpriseSG จะช่วยให้ผู้ให้บริการระบบบริหารการขนส่งเข้าถึงแหล่งข้อมูลใหม่สำหรับฝึก AI รวมถึงช่วยบริษัทนำโซลูชันมาเชื่อมกับกระบวนการทำงาน ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติมของมาตรการสนับสนุนจะประกาศในช่วงต้นปี 2027
ปรับงานและพัฒนาคนไปพร้อมกับการใช้เทคโนโลยี
Gan ย้ำว่า นายจ้างต้องพิจารณาตั้งแต่ต้นว่า AI จะเปลี่ยนงานอย่างไร และเตรียมทั้งทักษะและความมั่นใจให้พนักงานรับบทบาทใหม่ การออกแบบงานและการฝึกอบรมจึงควรเริ่มพร้อมกับการปรับกระบวนการธุรกิจ โดยเป้าหมายคือให้พนักงานใช้เวลากับงานประจำน้อยลง และมีเวลาทำงานที่ต้องอาศัยวิจารณญาณ ความคิดสร้างสรรค์ และความเชี่ยวชาญมากขึ้น ขณะเดียวกัน MARVEL-AI จะพัฒนาบุคลากรที่มีความรู้เชื่อมโยงระหว่างวัสดุศาสตร์ AI และระบบอัตโนมัติ เพื่อรองรับงานที่เกิดจากการพัฒนาเทคโนโลยีเหล่านี้
Lee Chuan Teck ประธาน Enterprise Singapore กล่าวว่า AI กำลังเปลี่ยนวิธีที่ธุรกิจแข่งขัน สร้างนวัตกรรม และเติบโต โครงการที่ประกาศครั้งนี้และมาตรการที่อยู่ระหว่างพัฒนาจะสนับสนุนบริษัทที่มีจุดเริ่มต้นและเป้าหมายต่างกัน ตั้งแต่ธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการนำ AI มาใช้ในงานประจำ บริษัทที่พร้อมปรับการดำเนินงานทั้งองค์กร ไปจนถึงธุรกิจที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญและโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
ให้ AI ตัดสินใจแค่ไหน? Omise, Microsoft และ OpenAI ชี้จุดที่คนต้องตัดสินใจเอง
DBS–Salesforce–Suntory เปิดแนวทางใช้ AI พัฒนาคนและปรับการทำงาน



