Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

ไทยพร้อม 100% จัดประชุม IMF-WBG ชู Bangkok Blueprint และ Soft Power สู่เวทีโลก

https://www.facebook.com/share/p/1DHjNeFpU3/

กลางเดือนตุลาคม 2569 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร จะกลายเป็นจุดนัดพบของผู้กำหนดนโยบาย นักเศรษฐศาสตร์ ผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน และสื่อมวลชนจากทั่วโลกกว่า 15,000 คน จาก 191 ประเทศ ในการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 หรือ The 2026 Annual Meetings of the International Monetary Fund and the World Bank Group เวทีเศรษฐกิจและการเงินที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “โอลิมปิกทางการเงิน” ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม นับเป็นครั้งที่สองที่ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพ หลังจากเคยจัดการประชุมครั้งแรกเมื่อปี 2534

กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมกันแถลงความพร้อมของไทยในการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้เป็นโอกาสที่จะสร้างประโยชน์ให้กับประเทศและคนไทยในหลายด้าน ทั้งการกระตุ้นเศรษฐกิจ การยกระดับภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของประเทศ การแสดงศักยภาพของชุมชนท้องถิ่นสู่ระดับสากล หรือที่เรียกว่า Empowering Community: From Local to Global ตลอดจนการต่อยอดไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน โดยประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพได้ชูแนวคิดหลักของการประชุมว่า “ขอบฟ้าใหม่ของไทย: สร้างพลังให้ประชาชน เสริมความพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง” หรือ Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience ซึ่งน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาต่อยอดสู่แนวทางเศรษฐกิจโลกที่สมดุล ยั่งยืน มีภูมิคุ้มกัน และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง

4 แนวทาง 1 วาระที่ไทยเสนอต่อโลก

จากแนวคิดหลักดังกล่าว รัฐบาลไทยได้เชื่อมโยงวิสัยทัศน์และนโยบายการคลังเข้ากับความท้าทายที่ทุกประเทศกำลังเผชิญร่วมกัน ผ่านประเด็น 4 เรื่องที่ทับซ้อนและเสริมกันเป็นภาพเดียว

เริ่มจาก การเปลี่ยนผ่านด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อการเติบโตที่ทั่วถึงและยืดหยุ่น ซึ่งไทยนำประสบการณ์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลภาครัฐ (Digital Public Infrastructure: DPI) มาเป็นตัวอย่าง ทั้งระบบพร้อมเพย์ ระบบ Cross-Border QR และการนำข้อมูลกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาใช้ส่งผ่านมาตรการและบริการภาครัฐและสาธารณสุข

ต่อเนื่องจากเรื่องดิจิทัล คือ บทบาทของประเทศขนาดกลางในโลกที่การเมืองและเศรษฐกิจแตกเป็นหลายขั้วมากขึ้น ไทยวางตำแหน่งตนเองเป็นสะพานเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างประเทศ นำเสนอศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางที่เชื่อถือได้ หรือ Trusted Hubs ด้านการค้า การเงิน และการลงทุนของเอเชีย พร้อมส่งเสริมห่วงโซ่อุปทานรูปแบบใหม่ที่รองรับความผันผวนได้ดีขึ้น

ขณะเดียวกัน ไทยยังหยิบยกประเด็นการสร้างสถาปัตยกรรมทางการเงินรูปแบบใหม่เพื่อรองรับการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านการปฏิรูปโครงสร้างทางการเงินเพื่อดึงดูดเงินทุนภาคเอกชนมาสนับสนุนการปรับตัวและเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ปิดท้ายด้วยประเด็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรและเศรษฐกิจแห่งการมีอายุยืน ซึ่งไทยเสนอมุมมองที่พลิกความท้าทายของสังคมสูงวัยให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ ผ่านแนวคิดสุขภาพองค์รวมที่ผูกโยงกับอาหารไทย ยาสมุนไพร และมวยไทยเพื่อสุขภาพ

Bangkok Blueprint ข้อเสนอของไทยต่อโจทย์การเงินดิจิทัลโลก

หาก 4 แนวทางข้างต้นเป็นกรอบใหญ่ในระดับนโยบายการคลัง สิ่งที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเตรียมนำเสนอในฐานะเจ้าภาพก็คือ ข้อเสนอเชิงรูปธรรมสำหรับโลกการเงินดิจิทัล

Bangkok Blueprint ข้อเสนอของไทยต่อโจทย์การเงินดิจิทัลโลก

วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ด้วยโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินดิจิทัลที่ประเทศไทยพัฒนาขึ้น ทั้งระบบพร้อมเพย์และการชำระเงินข้ามประเทศผ่าน Cross-Border QR ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้งานโมบายแบงก์กิ้งถึง 187 ล้านบัญชี มูลค่าธุรกรรมพร้อมเพย์กว่า 56 ล้านล้านบาทต่อปี และครอบคลุมการใช้งานข้ามประเทศถึง 10 ประเทศ ธปท. จึงมุ่งนำเสนอศักยภาพการพัฒนาระบบการเงินยุคใหม่ ภายใต้แนวคิดการสร้างระบบการเงินดิจิทัลที่ปลอดภัยและทั่วถึง หรือ Safe & Inclusive Digital Finance (SIDF) เพื่อยืนยันว่านอกจากความสะดวกรวดเร็วแล้ว ระบบการเงินดิจิทัลยังต้องมาพร้อมความปลอดภัยและการเข้าถึงที่เท่าเทียมสำหรับคนทุกกลุ่ม

ความปลอดภัยและความทั่วถึงในมุมมองของ ธปท. ต้องอาศัยกลไก 3 ด้านทำงานร่วมกัน ด้านแรกคือ การจัดการกับภัยทุจริตทางดิจิทัล ทั้งการหลอกลวงและอาชญากรรมทางการเงินที่กระทบความเชื่อมั่นในระบบโดยตรง ด้านที่ 2 คือ การลดความเสี่ยงของภัยไซเบอร์ เพื่อรองรับความเสี่ยงจากเทคโนโลยีที่ระบบการเงินยังพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานและผู้ให้บริการที่กระจุกตัวสูง และด้านที่ 3 คือ การสร้างระบบนิเวศทางการเงินที่เข้าถึงง่ายและเป็นธรรม เพื่อป้องกันความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการทางการเงิน โดยเฉพาะในยุคที่การเข้าถึงปัญญาประดิษฐ์และข้อมูลดิจิทัลส่วนบุคคลอาจสร้างความเหลื่อมล้ำรูปแบบใหม่ หากขาดการออกแบบนโยบายที่รอบคอบ

จากหลักคิดทั้ง 3 ด้านนี้ ธปท. เตรียมนำเสนอเอกสารแนวคิดที่มีหลักการ 12 ข้อ ภายใต้ชื่อ “Bangkok Blueprint” ซึ่งเป็นผลลัพธ์ความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ครอบคลุมตั้งแต่การวางรากฐานเชิงนโยบายและกฎหมาย การป้องกันและตรวจจับภัยทุจริต การเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานและระหว่างประเทศ ไปจนถึงการยกระดับความรู้และภูมิคุ้มกันของประชาชน โดย ธปท. ตั้งเป้าให้ Bangkok Blueprint เป็นแนวทางอ้างอิงที่ประเทศต่าง ๆ นำไปปรับใช้ให้เหมาะกับบริบทของตนเองหลังจบการประชุม

“Bangkok Blueprint นี้ถูกวางให้เป็นหนึ่งในผลลัพธ์ของการประชุมครั้งนี้ และจะเป็นส่วนสำคัญที่เชื่อมโยงธีมของไทยกับธีมโลก เนื่องจากภัยการเงินดิจิทัลจะเป็นความท้าทายที่ทั่วโลกต้องพบเจอ สะท้อนให้เห็นว่าไทยมีแนวคิดที่เป็นสากล และเป็นผู้นำทางความคิดในการจุดประกายให้กลายเป็นแนวปฏิบัติที่ลงมือทำได้จริง เพื่อลดปัญหาและสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม” คุณวิทัย กล่าว

จากผืนผ้าชุมชนสู่ห้องประชุมนานาชาติ

เมื่อวางกรอบนโยบายไว้แล้ว อีกด้านหนึ่งที่ทีมจัดงานให้ความสำคัญไม่แพ้กัน คือการนำอัตลักษณ์ความเป็นไทยและ Soft Power มาปรากฏอยู่ในทุกมุมของงาน เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ประเทศและสร้างความประทับใจให้ผู้แทนจากทั่วโลก โดยคัดสรรผ้าทอและผ้าพื้นเมืองที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นจาก 21 จังหวัด 26 ชุมชน รวมทั้งสิ้น 37 ลายอัตลักษณ์ทั่วประเทศ นำมาใช้แทนวัสดุกันเสียงและตกแต่งห้องประชุม

ไทยพร้อม 100% จัดประชุม IMF-WBG ปี 2569 ชู Bangkok Blueprint และ Soft Power สู่เวทีโลก

ทางภาคใต้ กลุ่มบาติกเดอนารา ตำบลจะบังติกอ อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี คือหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับคัดเลือก ด้วยผ้าบาติกเขียนมือลวดลาย “บุปผาบรมราชินีนาถ” ที่ผสมผสานลายเครือเถากับดอกไม้ทรงโปรดของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และดอกไม้พระราชทานนาม ได้แก่ ดอกกุหลาบสีเหลืองทอง ดอกกล้วยไม้สีอ่อน และดอกไม้โทนสีม่วงและชมพูเข้ม

กลุ่มบาติกเดอนารา ระบุถึงความรู้สึกต่อโอกาสครั้งนี้ว่า “การได้เห็นผ้าบาติกอันได้รับแรงบันดาลใจจากสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งสะท้อนถึงภูมิปัญญาของชุมชนปัตตานี ได้อวดโฉมสู่สายตาผู้ชมจากนานาประเทศนั้น สร้างความภาคภูมิใจให้กับชุมชนของเรา และช่วยตอกย้ำคุณค่าของผลงานนี้ในฐานะสัญลักษณ์แห่งความจงรักภักดี มรดกทางวัฒนธรรม และฝีมือเชิงช่างของไทย”

ขึ้นไปทางภาคเหนือ กลุ่มทอผ้าไทลื้อ ตำบลศรีดอนชัย อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย นำเสนอผ้าทอไทลื้อดั้งเดิม ลวดลาย “เกาะยอดและแมงมุม” ลายเกาะยอดสื่อถึงความก้าวหน้าในชีวิตและความเป็นหนึ่งเดียวของคนในชุมชน ขณะที่ลายแมงมุมสื่อถึงความผูกพันและการพึ่งพาอาศัยกันของสมาชิกในครอบครัวและชุมชน ทั้งสองลวดลายสืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่นในกลุ่มชาวไทลื้อบ้านศรีดอนชัย

ส่วนภาคกลาง กลุ่มหัตถกรรมผ้าทอบ้านหาดเสี้ยว ตำบลหาดเสี้ยว อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย นำเสนอผ้าข้าวม้าไทยดั้งเดิม ลวดลาย “ช้างบ้านหาดเสี้ยว” ด้วยเทคนิคการทอลายขิด ลวดลายช้างมี “สัปคับ” หรือที่นั่งบนหลังช้างเป็นจุดเด่น สอดคล้องกับข้อความในศิลาจารึกสมัยสุโขทัยที่กล่าวถึงการค้าช้างค้าม้า ผ้าผืนนี้ได้รับการพัฒนาร่วมกับนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

สุจินต์ โพธิวิจิตร กลุ่มหัตถกรรมผ้าทอบ้านหาดเสี้ยว กล่าวว่า “พวกเราภูมิใจอย่างมากที่ผ้าขาวม้าลายช้างหาดเสี้ยวได้รับเลือกให้ไปจัดแสดงบนเวทีระดับนานาชาติ ซึ่งช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นเยาว์สืบสานมรดกทางวัฒนธรรมนี้ต่อไป เพราะเล็งเห็นได้ว่าสิ่งที่ปู่ย่าตายายของพวกเขาสร้างสรรค์ขึ้นด้วยฝีมือได้กลายเป็นสิ่งที่คนทั้งโลกหยุดมองเพื่อชื่นชม”

วัตถุดิบ GI บนโต๊ะอาหารระดับโลก

ควบคู่ไปกับผืนผ้า อาหารและเครื่องดื่มที่จะจัดเสิร์ฟภายในงานก็ถูกคัดสรรจากวัตถุดิบที่เป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI (Geographical Indication) ของประเทศไทย เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้สัมผัสรสชาติที่สะท้อนวิถีเกษตรกรรมของแต่ละภูมิภาค

เริ่มจากปลานิลจากอำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเพาะพันธุ์และเลี้ยงปลาอย่างครบวงจร ตามด้วย โกโก้จากอำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ปลูกแซมในสวนยางพาราและสวนผลไม้จนได้กลิ่นและรสชาติเฉพาะตัว และวานิลลากับแมคคาเดเมียจากโครงการพัฒนาดอยตุง จังหวัดเชียงราย ซึ่งริเริ่มโดยสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ภายใต้หลักการ “ปลูกป่า ปลูกคน” เพื่อแก้ปัญหาความยากจน ยาเสพติด และการทำลายป่า นอกจากนี้ยังมีข้าวหอมมะลิพะเยาและข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุงร่วมอยู่ในรายการวัตถุดิบด้วย

ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์กำหนดให้วัตถุดิบมากกว่าร้อยละ 70 ที่ใช้ในงานนี้จัดหาจากชุมชนท้องถิ่น โดยทีมเชฟออกแบบเมนูให้รับประทานง่าย เข้าใจง่าย เหมาะกับผู้เข้าร่วมงานจากทั่วทุกมุมโลก พร้อมทั้งสอดแทรกเรื่องราวของวัตถุดิบ GI ในทุกเมนู เมนูไฮไลต์ที่เตรียมนำเสนอ ได้แก่ ข้าวยำหัวใจไทยที่ร้อยเรียงข้าว GI และวัตถุดิบขึ้นชื่อจากทั่วประเทศ ปลานิลดรายเอจรมไฟกับซอสมิโซะเขาใหญ่ ข้าวเหนียวมะม่วงในรูปลักษณ์ที่ปรับใหม่แต่คงรสชาติดั้งเดิม รถผลไม้ไทยที่รวบรวมผลไม้ GI ตามฤดูกาล และคอฟฟี่ เบรก (Coffee Break Selection) ที่ทีมเชฟรังสรรค์ขึ้นใหม่โดยสอดแทรกรสชาติและวัตถุดิบไทยไว้ในทุกคำ

เตรียมพร้อมเต็มร้อย สู่วาระแห่งชาติที่ใกล้ตัวคนไทย

ย้อนกลับมาที่ภาพรวมของการเตรียมงาน รมว.คลัง กล่าวว่า การเตรียมความพร้อมของไทยลงลึกและให้ความสำคัญกับทุกรายละเอียด โดยรัฐบาลดำเนินงานผ่านคณะอนุกรรมการสามคณะ คณะแรกคือ คณะอนุกรรมการด้านสารัตถะ ซึ่งดูแลการขับเคลื่อนแนวคิดหลักของการประชุมให้ชัดเจน คณะที่ 2 คือ คณะอนุกรรมการด้านพิธีการและอำนวยการ ซึ่งดูแลให้การต้อนรับเป็นไปตามมาตรฐานและเหนือความคาดหมายของผู้เข้าร่วมประชุม และคณะที่ 3 คือ คณะอนุกรรมการด้านการรักษาความปลอดภัย ซึ่งมีความสำคัญเพื่อให้การประชุมดำเนินไปอย่างเรียบร้อยและสร้างความเชื่อมั่นแก่ทุกฝ่าย ปัจจุบันประเทศไทยมีความพร้อมตามแผนจัดเตรียมงานครบทุกด้าน และในเดือนกรกฎาคมนี้ คณะผู้แทนจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลกได้เดินทางมาร่วมตรวจประเมินความพร้อมขั้นสุดท้าย หรือที่เรียกว่า July Mission

นอกเหนือจากการเตรียมงานเชิงระบบ คณะผู้จัดงานยังผลักดันการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ให้เป็นวาระแห่งชาติ ผ่านแคมเปญ “Road to Thailand” เพื่อสื่อสารและสร้างการรับรู้ให้กับคนไทยทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา ภาคธุรกิจ และประชาชนทั่วไป โดยเปิดพื้นที่ให้เยาวชน ชุมชนท้องถิ่น และผู้ประกอบการรายย่อยเข้ามามีส่วนร่วมทั้งในช่วงเตรียมงานและระหว่างการจัดประชุม ผ่านกิจกรรมอย่างการประกวดวิดีโอสั้นของเยาวชนและงานสัมมนาทางวิชาการ เพื่อย้ำว่าการประชุมครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องของผู้กำหนดนโยบายและนักวิชาการเพียงกลุ่มเดียว แต่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของคนไทยทุกคน ทั้งนี้ ในระยะสั้น การเดินทางเข้ามาของกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูงจากทั่วโลกยังจะช่วยกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวและบริการได้ในทันที

การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 จึงไม่ได้เป็นเพียงเวทีเจรจานโยบายเศรษฐกิจระดับโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสให้ผืนผ้าจากมือช่างทอในหมู่บ้านเล็ก ๆ และรสชาติจากวัตถุดิบท้องถิ่นทั่วประเทศ ได้ปรากฏอยู่บนเวทีที่มีผู้แทนจาก 191 ประเทศร่วมเป็นสักขีพยาน

ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดของการประชุมและกิจกรรม Road to Thailand เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://www.am2026thailand.go.th หรือเฟซบุ๊ก AM2026 Thailand https://www.facebook.com/AM2026THAILAND

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

SCBX ชี้ AI ล้นตลาดแต่ขาดประโยชน์ แนะก้าวข้าม 5 ข้อจำกัด สู่สมรภูมิ AI Realism

วีซ่ากางอินไซต์ ‘เศรษฐีใหม่เทคฯ’ เที่ยวซ้ำ-เวลเนสพุ่ง ชูไทยโมเดลประเทศแรกเปิด ‘Visa Destinations’

×

Share

ผู้เขียน

Sona Satta Avatar