Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

วีซ่ากางอินไซต์ ‘เศรษฐีใหม่เทคฯ’ เที่ยวซ้ำ-เวลเนสพุ่ง ชูไทยโมเดลประเทศแรกเปิด ‘Visa Destinations’

วีซ่ากางอินไซต์ ‘เศรษฐีใหม่เทคฯ’ เที่ยวซ้ำ-เวลเนสพุ่ง ชูไทยโมเดลประเทศแรกเปิด ‘Visa Destinations’

วีซ่า (Visa) ผู้นำการให้บริการชำระเงินดิจิทัลระดับโลก เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกจากฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ควบคู่กับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “Visa Destinations” ซึ่งเป็นโปรแกรมนำร่องระดับประเทศแห่งแรกในโลกที่เลือกปักหมุดในประเทศไทย เพื่อเจาะลึกพฤติกรรมกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูง (Affluent) ทั่วโลก ที่ขับเคลื่อนด้วยกลุ่มเศรษฐีใหม่จากภาคเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) พร้อมชี้ว่า เทรนด์นักท่องเที่ยวคุณภาพสูงและการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ คือกุญแจสำคัญในการปลดล็อกมูลค่าทางเศรษฐกิจและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในทศวรรษหน้า

ภายในงานสัมมนา Visa Client Connect 2026 ณ กรุงเทพฯ ผู้บริหารระดับสูงของวีซ่าได้ร่วมวิเคราะห์ภาพรวมการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ทิศทางเศรษฐกิจโลกไปจนถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีนัยสำคัญ โดยเน้นย้ำว่าภาคการท่องเที่ยวเป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เปิดกว้างและยั่งยืน

ชี้ ‘ชิป-AI’ เครื่องยนต์ใหม่ดันยอดใช้จ่ายกลุ่มพรีเมียมโตพุ่ง

ไซมอน แบปติสต์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของวีซ่า เผยถึงภาพรวมเศรษฐกิจมหภาคว่า ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังคงเป็นผู้นำด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เร็วที่สุดในโลกด้วยอัตราส่วนร้อยละ 4.1 ท่ามกลางความผันผวนของกำแพงภาษีและอัตราเงินเฟ้อทั่วโลก โดยมีอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ (ชิป) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อน เห็นได้ชัดจากไต้หวันที่เติบโตร้อยละ 10 ต่อปีจากการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ ขณะที่ประเทศในห่วงโซ่อุปทานไอที อาทิ เกาหลีใต้ สิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม ต่างได้รับอานิสงส์อย่างต่อเนื่อง

เม็ดเงินความมั่งคั่งในปัจจุบันได้สร้างกลุ่มเศรษฐีใหม่ (New Affluent) ที่เติบโตมาจากธุรกิจเทคสตาร์ตอัป AI และระบบห่วงโซ่อุปทานชิป แทนกลุ่มอสังหาริมทรัพย์หรืออุตสาหกรรมดั้งเดิม ส่งผลให้ยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรระดับพรีเมียมในประเทศที่เป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีเติบโตอย่างก้าวกระโดด นำโดยฟิลิปปินส์ที่เติบโตร้อยละ 50 ไต้หวันเติบโตร้อยละ 40 และเวียดนามเติบโตร้อยละ 38

“ข้อมูลในระบบของวีซ่าระบุว่า เม็ดเงินในภาคการท่องเที่ยวและสินค้าหรูหราทั่วโลกทุกๆ 4 ดอลลาร์สหรัฐ จะมาจากกลุ่ม Affluent จำนวน 1 ดอลลาร์สหรัฐ โดยกลุ่มผู้มั่งคั่งชาวเอเชียมีการใช้จ่ายสูงกว่าค่าเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวทั่วไปถึง 3.5 เท่า” คุณแบปติสต์ กล่าว

ข้อมูลจากวีซ่าระบุว่า กลุ่ม Affluent คือตัวขับเคลื่อนหลัก โดยร้อยละ 75 ของการใช้จ่ายใหม่ในภูมิภาคมาจากประชากรกลุ่มนี้ ขณะที่กลุ่ม Gen Z ถือเป็นเครื่องยนต์แห่งอนาคตที่มองหาการค้นหาตัวตนและการสำรวจ สำหรับกลุ่มผู้มีรายได้สูง (รายได้เฉลี่ย 200,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปีขึ้นไป) มีพฤติกรรมมุ่งเน้นการสะสมประสบการณ์ชีวิตร่วมกับคนสำคัญมากกว่าการสะสมสิ่งของ

บิ๊กดาต้าชี้กลุ่มเที่ยวบ่อยยอดใช้จ่ายพุ่ง 4 เท่า

ข้อมูลธุรกรรมจาก “Thailand Travel Pulse 2026” ของวีซ่า เผยข้อมูลเชิงลึกสำคัญในตลาดประเทศไทย 3 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย:

  1. กลุ่มเดินทางซ้ำ (Repeat Visitors): นักท่องเที่ยวที่เดินทางกลับมาเยือนประเทศไทยเป็นครั้งที่ 3 จะมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรวีซ่าสูงกว่าผู้ที่มาเยือนไทยเป็นครั้งแรกถึง 4 เท่า การดึงดูดใจให้เกิดการเดินทางซ้ำจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ
  2. หมวด Healthcare & Wellness เติบโตเร็วที่สุด: ปัจจุบันประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับ 2 ของโลกในหมวดนี้รองจากเกาหลีใต้ โดยกลุ่มผู้ใช้จ่ายด้านสุขภาพรายใหญ่ในไทย ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และสิงคโปร์
  3. รสนิยมการใช้จ่ายตามสัญชาติ: ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรวีซ่าในประเทศไทยประมาณ 2 ใน 3 มาจากนักท่องเที่ยวนอกภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยกลุ่มที่มียอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนสูงสุด ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) สหรัฐอเมริกา อิสราเอล และสหราชอาณาจักร ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวจากสิงคโปร์และมาเลเซียเน้นการใช้จ่ายในหมวดอาหาร ส่วนนักท่องเที่ยวจากจีนและสหราชอาณาจักรเน้นเลือกที่พักและโรงแรมระดับพรีเมียม

ชูไทยยุทธศาสตร์อันดับ 1 ในภูมิภาครับเทรนด์ท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ

สตีเฟ่น คาร์พิน ประธานบริหารประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของวีซ่า
สตีเฟ่น คาร์พิน ประธานบริหารประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของวีซ่า

สตีเฟ่น คาร์พิน ประธานบริหารประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของวีซ่า กล่าวว่า ประเทศไทยยังคงเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญอันดับหนึ่งของการท่องเที่ยวในภูมิภาค โดยปีที่ผ่านมาต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 33 ล้านคน สร้างมูลค่าหมุนเวียนทางเศรษฐกิจสูงกว่า 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.8 ล้านล้านบาท และกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่กลุ่มท่องเที่ยวเชิงคุณภาพระดับพรีเมียม

“ประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทางเดียว แต่เป็นประเทศที่รุ่มรวยไปด้วยความหลากหลายและประสบการณ์ระดับโลกในทุกด้าน”

นอกจากนี้ ยังชี้ให้เห็นถึงเทรนด์ “Higher Quality Tourism” ที่นักท่องเที่ยวในปัจจุบันเลือกพำนักนานขึ้นและใช้จ่ายมากขึ้น เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ระดับพรีเมียมที่มีความหมายต่อชีวิต ด้วยเหตุนี้ วีซ่าจึงเลือกเปิดตัวโปรแกรม Visa Destinations ในประเทศไทยเป็นที่แรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อเชื่อมโยงผู้ถือบัตรวีซ่ากว่า 1 พันล้านคนทั่วโลกเข้ากับร้านค้าและประสบการณ์ที่ผ่านการคัดสรรมาเป็นอย่างดี

จาก ‘เครื่องมือชำระเงิน’ สู่ ‘เพื่อนร่วมเดินทาง’

ซียี่ ลิม หัวหน้าฝ่ายธุรกิจข้ามพรมแดนประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของวีซ่า กล่าวถึงกลยุทธ์ของโปรแกรม Visa Destinations ว่าเป็นการเปลี่ยนผ่านจากการเป็นเพียงช่องทางชำระเงิน ไปสู่การเป็น “เพื่อนร่วมเดินทาง” (Travel Companion) ที่อยู่กับลูกค้าในทุกขั้นตอน เนื่องจากพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวกลุ่มพรีเมียมได้เปลี่ยนจากการซื้อสินค้าเพื่อแสดงสถานะ มาเป็นการสะสมประสบการณ์ชีวิตที่เฉพาะเจาะจงบุคคล

ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์ดังกล่าวจะสร้างผลลัพธ์เชิงธุรกิจสะท้อนกลับ (The Halo Effect) กล่าวคือ เมื่อลูกค้าใช้บัตรวีซ่าในต่างประเทศแล้วเกิดความมั่นใจในความปลอดภัยและการยอมรับ จะมีแนวโน้มการใช้จ่ายในประเทศเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า และมีอัตราการรักษาลูกค้า (Retention Rate) ของสถาบันการเงินพันธมิตรสูงขึ้นถึงร้อยละ 25 เมื่อนักเดินทางกลับสู่ประเทศต้นทาง

จุดเด่นของ Visa Destinations ในประเทศไทยคือการเน้นความ Curation หรือการคัดสรรประสบการณ์ที่สัมผัสถึงอัตลักษณ์ของพื้นที่ เช่น การร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อนำเสนอเสน่ห์ของย่านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอย่างย่านทรงวาด

ดึงร้านค้าเล็กเข้าระบบ 56,000 ราย

นอกเหนือจากการเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวระดับบนแล้ว วีซ่ายังให้ความสำคัญกับการขยายฐานการยอมรับ (Acceptance) ไปสู่ธุรกิจขนาดเล็กและชุมชน โดยตั้งเป้าที่จะเพิ่มร้านค้าที่รับชำระเงินผ่านวีซ่าอีก 56,000 แห่งทั่วประเทศไทย ครอบคลุมตั้งแต่ร้านอาหาร ร้านค้าปลีก ไปจนถึงสถานประกอบการด้านสุขภาพในท้องถิ่น เพื่อให้มั่นใจว่ารายได้จากการท่องเที่ยวจะกระจายตัวไปสู่เศรษฐกิจฐานรากอย่างทั่วถึง

แอนโทนี วัตสัน ผู้จัดการประจำประเทศ วีซ่า ประเทศไทย
แอนโทนี วัตสัน ผู้จัดการประจำประเทศ วีซ่า ประเทศไทย

“นี่คือบทใหม่ของการท่องเที่ยวที่ไม่ใช่แค่การเพิ่มจำนวนคน แต่เป็นการเพิ่มคุณภาพและการมีส่วนร่วมที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น” แอนโทนี วัตสัน ผู้จัดการประจำประเทศ วีซ่า ประเทศไทย กล่าวสรุปถึงความมุ่งมั่นในการสร้างระบบนิเวศการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ทรู กางยุทธศาสตร์ 6 เสาหลัก ดันองค์กรสู่ AI-First เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานประเทศ

Kalguroo แอปนับแคลอรีสัญชาติไทย ปิดระดมทุนรอบ Seed เสริมแกร่งธุรกิจสู่โค้ชสุขภาพส่วนตัว

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar