ซีรีส์ Sex and the City ดังเป็นพลุแตกตอนเปิดตัวปี 1998 เพราะส่วนผสมอย่างลงตัวของเรื่องราวการใช้ชีวิต การทำงาน ความฝัน และความเป็นเพื่อนของผู้หญิง 4 คนในเมืองใหญ่อย่างนิวยอร์ค คนที่ชอบซีรีส์เรื่องนี้ต้องยกนิ้วให้ผู้เขียนเรื่องอย่าง Candace Bushnell ว่าแต่เธอได้แรงบันดาลใจมาจากไหน
บุชเนลล์เขียนไว้ในบทแนะนำหนังสือเรื่อง The Group ของ Mary McCarthy ว่าเรื่องนี้คือแรงบันดาลใจของเธอ
The Group ว่าด้วยเรื่องราวของกลุ่มผู้หญิง 8 คนในช่วงทศวรรษที่ 1940 ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1963 และเป็นหนังสือขายดีของ New York Times ติดต่อกันนานกว่า 2 ปี
บุชเนลล์เขียนบทแนะนำหนังสือสำหรับฉบับตีพิมพ์ใหม่ในปี 2009 เธอเล่าว่าเธอไม่ชอบเมื่อจับ The Group มาอ่านครั้งแรกเมื่อตอนอายุ 17 ปี ก็แค่เรื่องราวของผู้หญิง 8 คนหลังจบจากวิทยาลัย แต่ตอนกลับมาอ่านอีกทีในวัย 35 เมื่อบรรณาธิการแนะให้เธอเข็นนวนิยายออกมา เธอรับรู้ได้ถึงเสน่ห์ของเรื่อง (แม้เวลาจะแตกต่างจากปัจจุบันตกเกือบ 70 ปี) นั่นคือปัญหาของผู้หญิงที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานสักเท่าไหร่
เลือกเล่มนี้มาอ่านเพราะบทแนะนำของบุชเนลล์ แต่เปิดบทแรกก็แทบจะบอกลาเพราะความยาวของแต่ละวรรค บางวรรคเกือบสองหน้า มีทั้งบรรยายและบทสนทนาอยู่ในวรรคเดียว ต้องใช้พลังสมาธิในการอ่านอย่างมาก นอกเหนือไปจากโทนเรื่องที่เต็มไปด้วยความอึดอัด เพราะความรู้สึกของ 8 สาวอัดแน่นอยู่ในบทแรก
แต่อ่านจบก็ต้องยกนิ้วให้แมคคาร์ธธี ที่เขียนบรรยายสิ่งที่ผู้หญิงกลุ่มนี้คิดและทำเพื่อรับมือกับสิ่งที่เข้ามาในชีวิตได้อย่างชัดเจนเห็นภาพ หลังพวกเธอเรียนจบจาก Vassar College ในนิวยอร์ค
บทแรก เริ่มที่งานแต่งงานของ Kay สาวสวยผู้โผงผาง ไม่กลัวใคร ผู้นำของกลุ่ม และเปิดตัวเพื่อนในกลุ่มอีก 7 คนที่แมคคาร์ธธีจะเล่าถึงทีละคนในบทต่อๆไป
Kay แต่งงานกับ Harald นักเขียนบทละครที่เธอคิดว่าต้องโด่งดังในอนาคต เธอพยายามให้ชีวิตแต่งงานไปให้รอดเพื่อแสดงให้ใครเห็นว่าเธอไม่ได้ล้มเหลว แม้ว่าจะต้องทำงานหาเงินคนเดียว เพราะยังไม่มีใครเอาบทของ Harald ไปทำละคร ตัวเขาเองทำงานในวงการแบบเข้าๆ ออกๆ และมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงมากมาย
Dottie สาวหัวอ่อนที่หลงชอบ Dick เพื่อน Harald หลังงานแต่งงาน เธอตาม Dick ไปที่ห้องพักทั้งที่รู้ว่าเขาไม่ได้ชอบ หลังการมีเซ็กส์ Dick บอกเธอว่าเขาไม่เคยรักใคร ถ้าจะคบก็ต้องไปหาหมอใส่ห่วงคุมกำเนิด
ในยุคของเราที่การคุมกำเนิดก้าวหน้าไปมาก การบรรยายการใส่ห่วงในหนังสือให้ความรู้ที่ดีมาก ผู้หญิงสมัยก่อนต้องพยายามอย่างมากเพื่อป้องกันการตั้งท้อง ในยุคที่ผู้หญิงพยายามออกไปหางานทำ ไม่ใช่เป็นแค่แม่บ้าน แมคคาร์ธธียังใส่ข้อมูลทางสังคมที่เกี่ยวกับการใส่ห่วงเช่น สาวๆมักจะเก็บกล่องอุปกรณ์ไว้ที่ไหน เพื่อซ่อนมันจากสายตาของหนุ่มๆหรือแขกที่มาที่บ้านอย่างไร
Dottie ยอมไปหาหมอ เรียนรู้วิธีใส่ที่ซับซ้อน เพียงเพื่อมาตระหนักทีหลังว่ามันไร้ประโยชน์ เพราะพวกเขาไม่น่าจะมีอนาคตร่วมกันได้ เธอเลือกที่จะทิ้งกล่องอุปกรณ์และเริ่มชีวิตใหม่
Helena สาวร่างเล็กแต่มีความรู้และความเป็นผู้ใหญ่เกินอายุ มาจากครอบครัวที่ร่ำรวยและเป็นเพื่อนที่สนิทมากกับ Kay ตอนอยู่วิทยาลัย เธอเป็นตัวอย่างของผู้หญิงร่ำรวยที่ไม่แสวงหาความรัก แต่แสวงหาความรู้และความสุขจากสิ่งต่างๆรอบตัว และไม่ตัดสินใครอย่างผิวเผิน
Pokey สาวร่างท้วมจากครอบครัวร่ำรวยผู้ใสซื่อ เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นในแบบที่ไม่เป็นอันตรายต่อใคร
Libby มาจากครอบครัวชนชั้นกลางที่ฝันอยากเป็นบรรณาธิการสำนักพิมพ์ เธอยอมที่จะเริ่มจากงานแปลบทย่อหนังสือเพื่อค่าจ้างอันน้อยนิด เป็นจอมตื๊อของานทำจนเจ้าของสำนักพิมพ์เอ่ยปากว่าเธอเก่งเกินงานนี้ เขาแนะนำเธอให้ไปช่วยงาน ผู้จัดการของนักเขียนจนเธอได้ใต่เต้าเป็นผู้จัดการของนักเขียนชื่อดัง
Polly สาวขี้สงสารที่คิดว่ารักแท้จะมาเองโดยที่เราไม่ต้องตามหา หลังอยู่เป็นโสดมาอย่างยาวนานเธอพบรักกับเจ้านายเก่าของ Libby และมีความสัมพันธ์กับเขาโดยที่เขาแยกกันอยู่กับภรรยาและรอการหย่า แต่ท้ายสุด ทั้งที่เขาบอกรักเธอแต่ก็กลับไปหาภรรยาเพื่อลูก Polly ไม่มีเวลาให้เศร้าเสียใจเพราะพ่อย้ายมาอยู่ด้วยหลังหย่าร้างกับแม่ของเธอ แต่พ่อก็ทำให้เธอพบรักครั้งใหม่กับจิตแพทย์ที่เด็กกว่าที่โรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ เพราะพ่อทำให้เธอสนุกไปกับสิ่งที่เขาคิดและโครงการที่อยากจะทำจน Polly ยอมใช้จ่ายเงินจนต้องเป็นหนี้ และต้องขายเลือด จิตแพทย์คนนั้นบอกเธอว่าพ่อมีอาการทางจิตต้องดูแลอย่างใกล้ชิด เขาขอเธอแต่งงาน พร้อมดูแลเธอและพ่อ
Priss แต่งงานกับหมอเด็กที่บอกเธอให้นมลูกเองในยุคที่ผู้หญิงพยายามเลี้ยงลูกด้วยนมจากขวด เหตุผลที่ยอมนอกจากที่สามีบอกว่าดีกับลูก คือเธอและสามีคิดว่ามันอาจจะทำหน้าอกแบนราบของเธอใหญ่ขึ้น
ในบทของเธอ แมคคาร์ธธีบรรยายอย่างละเอียดมากถึงกิจวัตรประจำวันของแม่ลูกอ่อน ที่มีแต่คนเป็นแม่ที่จะรู้ซึ้ง ความกดดันต่อเวลาให้นมและปริมาณน้ำนมที่ลูกจะได้รับในแต่ละวัน จน Priss อดคิดไม่ได้ว่าสามีใช้เธอและลูกเป็นหนูทดลอง ตลอดจนความไวของหัวนมที่ทำให้เธอเจ็บเมื่อลูกดูดหรือตอนมีเซ็กส์ ซึ่งเธอพยายามทนโดยคิดว่ามันคือการเสียสละเพื่อความรัก
Lakey สาวสวยรวยทรัพย์ที่ใช้ชีวิตที่ยุโรปมาตลอดก่อนจะกลับมาพร้อมกับสาวใหญ่ชาวเยอรมัน ท่าทีของทั้งสองทำให้เพื่อน ๆ รู้ว่าทำไมเธอไม่อยากอยู่ที่นิวยอร์ค ในยุคที่ยุโรปเปิดมากกว่าสำหรับรักร่วมเพศ
หลายปีหลังเรียนจบ ทุกคนได้มารวมตัวกันอีกครั้งในงานศพของ Kay ที่ตายหลัง Harald ทำร้ายร่างกายเธอและจับเธอส่งโรงพยาบาลจิตเวชสองปีก่อนหน้านั้น Kay รักษาตัวจนหาย แต่กลับตกลงมาจากตึกสูงหลังออกมาจากนั้นได้ไม่นาน ตำรวจลงความเห็นว่าเป็นอุบัติเหตุเธอพลาดตกลงมา แต่มีหลายคนรวมทั้ง Harald ที่คิดว่าเธอจงใจกระโดดลงมาเพื่อให้เป็นจุดสนใจ
เพื่อนๆช่วยกันจัดงานศพให้ Kay หลังงานจบ Lakey ที่ห่างเหินเพื่อนมากที่สุดกลับเป็นคนแก้แค้นให้ Kay ด้วยการขับรถออกไปกับ Harald ผู้ยังหลงในเสน่ห์ของตัวเอง และชอบสไตล์ Lakey มาตลอด. แต่ต้องผิดหวังเมื่อ Lakey ทิ้งเขาไว้ข้างถนน
จบด้วยความประทับใจในงานเขียนที่ลึกซึ้งถึงเรื่องผู้หญิงในทุกด้าน ที่ไม่ว่าในยุคไหน เรื่องราวเหล่านี้ก็ยังคงอยู่ตลอดไป
Book Review เล่มอื่น ๆ
วัยรุ่นกับความตาย: บทเรียนการปล่อยวางในวันที่เวลาหยุดหมุน [Book Review]
เส้นบางๆ ของสัตว์เลี้ยง/สัตว์ป่า [Book Review]

![Tuesdays with Morrie – บทเรียนก่อนตายของมอรี่ [Book Review]](https://www.thestorythailand.com/wp-content/uploads/2026/07/1783690893_962614-thestorythailand.jpg)
![Power and Progress – อำนาจของเทคโนโลยีต่อมนุษยชาติ [Book Review]](https://www.thestorythailand.com/wp-content/uploads/2026/06/1782393752_929643-thestorythailand.avif)
![Raven Black – มืดดำราวกับสีขนของอีกา [Book Review]](https://www.thestorythailand.com/wp-content/uploads/2024/12/Ann-Cleeves-Raven-black-cover.avif)