Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

Dream Count – วันวานถึงวันนี้ ชีวิตที่เราออกแบบเอง [Book Review]

Dream Count - วันวานถึงวันนี้ ชีวิตที่เราออกแบบเอง [Book Review]

ช่วงที่โควิด-19 กำลังระบาดอย่างหนักในปี 2563 และมีการล็อคดาวน์ หลายคนได้ใช้เวลาทำงานที่บ้าน กิน นอน คุยกับเพื่อนจากที่บ้าน มีเวลาว่างมากมายจนคงงงว่าวิถีชีวิตสมัยใหม่ทำให้เราต้องใช้เวลานอกบ้านมากมายถึงขนาดนั้น

Chimamanda Ngozi Adichie นักเขียนชาวไนจีเรียนใช้ช่วงเวลานั้นเป็นธีมหลักที่โยงเรื่องราวชีวิตวุ่นวายของผู้หญิงอาฟริกัน 4 คนไว้ด้วยกันในหนังสือชื่อ Dream Count ที่ตีพิมพ์เมื่อปี 2568

Adichie ชวนเราไปรำลึกถึงความหวัง ความฝัน และการต่อสู้ในเรื่องการงานและความรักของผู้หญิง 4 คน ผ่านการเล่าเรื่องของพวกเธอในช่วงที่โควิดระบาด โดยแยกเป็น 4 ตอนสำหรับผู้หญิงแต่ละคน

คนแรกคือ Chiamaka (เจียมากะ) ลูกสาวคนสุดท้องของนักธุรกิจไนจีเรียนที่อาศัยอยู่ในอเมริกา หลังมาเรียนต่อมัธยมปลายจนจบปริญญาตรีด้านการสื่อสาร ผู้มุ่งมั่นในการสร้างตัวเป็นนักเขียนเรื่องท่องเที่ยว ที่ลงทุนเที่ยวเอง เขียนเอง เร่ขายเรื่องเอง 

หนังสือเปิดเรื่องด้วยความเซ็งของ Chia ที่ไม่สามารถเดินทางไปไหนๆได้ ไม่มีการไปช็อปปิ้ง ไปร้านอาหาร หรืองานปาร์ตี้ จนต้องมารำลึกถึงอดีตแฟนเก่าทั้งหลายที่มีหลากหลายสีสัน สืบเนื่องจากความสวยและความอ่อนโยนมีอารมณ์ขันของเธอ ตั้งแต่อาจารย์มหาวิทยาลัยที่จิกกัดความร่ำรวยของเธอแต่ก็ไม่ว่าที่เธอจ่ายค่าอาหารให้ และชื่นชอบห้องพักหรูของเธอกลางเมืองนิวยอร์ค จนถึงนักเขียนที่ทำใจหย่าจากภรรยาที่เขาไม่รักแล้วไม่ได้ หนุ่มไนจีเรียนที่รักจริงหวังแต่ง หรือนักธุรกิจชาวเดนมาร์คที่ประสบความสำเร็จในงานแต่เกลียดชาวยิว 

Chia ใฝ่ฝันหารักแท้มาจนอายุผ่านเลขสี่ แม้เธอจะยังไม่สมหวัง แต่เธอก็ยังตามหามันต่อไป 

เปิดหน้าแรกก็ต้องอมยิ้ม เพราะตอนล็อคดาวน์น่าจะเป็นประสบการณ์ร่วมของทุกคนบนโลก Chia ใช้เวลานั่งๆนอนๆคนเดียว ช่วงโควิดระบาดที่บ้านใหญ่โตในรัฐแมรี่แลนด์ วันแรกๆ เธอตั้งปณิธานว่าจะใช้วันว่างให้เป็นประโยชน์ที่สุด จะดื่มน้ำให้ได้ 8 แก้วทุกวัน วิ่งบนลู่วิ่ง นอนให้เต็มอิ่ม โปะครีมบนตัว เขียนเรื่องท่องเที่ยวจากที่จดโน้ตทิ้งๆไว้ หรือเขียนหนังสือ แต่พอนานวันเข้า เธอเห็นแต่ข่าวคนตาย ในใจเต็มไปด้วยความกังวล เหงาที่ไม่เห็นรถผ่านถนนหน้าผ่านสักคัน บางวันเธอไม่คิดจากกินอะไรจนกินได้แต่ขนมปังกรอบ “วันคืนที่ไม่มีรูปแบบหมุนวนไปจนฉันคิดว่าเวลามันหมุนกลับ ข้อต่อปวดตุบๆ กล้ามเนื้อหลังและคอก็ปวดเหมือนร่างกายจะรู้ว่าเราไม่ได้เกิดมาเพื่อใช้ชีวิตแบบนี้” 

ผู้หญิงคนที่สองคือ Zhikora (ซิโกร่า) เพื่อนวัยเด็กของ Chia สาวแกร่งอีกคนที่มาเรียนและทำงานเป็นทนายความในวอชิงตัน ดีซี. ในตอนของ Zhikora คนที่ไม่เคยคลอดลูกเองคงขยาด เพราะ Adichie บรรยายถึงความเจ็บปวดได้อย่างน่าขนลุก รวมทั้งสภาพจิตใจของผู้หญิงที่ต้องคลอดลูกอย่างโดดเดี่ยวโดยที่พ่อของลูกหนีไปตั้งแต่รู้ว่าเธอท้อง พ่อที่รักของเธอไม่สามารถบินมาหา มาแต่แม่ที่เธอคิดว่าเย็นชาจนพ่อออกจากบ้านไปอยู่กับภรรยาใหม่

ในระหว่างการคลอด Zhikora คิดถึงแฟนเธอตลอดเวลา หลังคลอดเธอทั้งส่งข้อความทั้งโทรศัพท์หาเขา เธออาจจะผิดหวังในความรักแต่เธอได้เรียนรู้ที่จะรักแม่อีกครั้ง ผ่านการพูดคุยที่ทำให้เธอรู้ว่าแม่ต้องตัดมดลูกทิ้งหลังคลอดเธอ แม่ต้องยอมให้พ่อแต่งงานใหม่เพราะมีลูกชายให้ไม่ได้ แม่ที่ต้องข่มความเสียใจและแสดงออกแต่ความเย็นชา แม่ที่ท้ายสุดเป็นคนที่ดูแลทั้งเธอและลูกด้วยความรักที่ไม่มีเงื่อนไข 

Kadiatou (กาเดียตตู) คือผู้หญิงคนที่สาม เธอเป็นแม่บ้านของ Chia ที่อพยพจากกินีตามแฟนวัยเด็กที่เข้ามาอยู่อเมริกาและหาเงินด้วยการขายของที่ขโมยมาและขายกัญชาในบางครั้ง Kadiatu มีชีวิตที่น่าสงสาร เกิดมาในครอบครัวคนงานเหมือง เธอเป็นเด็กที่อยู่ในกรอบ มีแฟนแต่เขาเดินทางไปอเมริกา ต้องแต่งงานเมื่อถึงอายุที่ต้องแต่ง อดทนเมื่อสามีดื่มเหล้าและตบตี จนตัดสินใจไม่บอกครอบครัวเขาว่าเธอท้องหลังเขาตายเพราะดินถล่ม เธอตัดสินใจขอลี้ภัยพร้อมลูกตามที่แฟนหนุ่มบอกด้วยเหตุผลเรื่องการทำลายอวัยวะเพศหญิง เธอทำงานเป็นแม่บ้านในโรงแรมแห่งหนึ่งที่ทำให้เธอรู้จัก Chia 

Adichie ผสมเรื่องราวของ Kladiatou กับ Nafissatou Diallo แม่บ้านโรงแรมในชีวิตจริงที่กล่าวหา Dominique Strauss-Kahn ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ในคดีล่วงเกินทางเพศ ที่น่าสนใจคือเธอเขียนบรรยายความรู้สึกของแม่บ้านคนนั้นในช่วงนั้นได้อย่างน่าสนใจ แม่บ้านผู้อพยพคนนั้นทั้งลังเลทั้งกลัวที่จะฟ้องแขกวีไอพี เธอต้องย้ายบ้านหนีกองทัพนักข่าว ลูกสาวไม่ได้ไปโรงเรียน นักข่าวตามไปสัมภาษณ์แม่ของเธอที่กินี เมื่อถูกอัยการซักถามถึงอดีต ก็ไม่แน่ใจว่าต้องตอบยังไง เมื่ออัยการถอนฟ้อง เธอไม่ได้เสียใจ แต่ดีใจที่จะได้ชีวิตคืนมา (ในชีวิตจริง Nafissatou Diallo ชนะคดีแพ่ง และผู้ถูกกล่าวหายินดีจ่ายเงินเพื่อยอมความ) 

ตอนที่สี่ เรื่องราวของ Omelogor (โอเมโลกอร์) ยิ่งน่าสนใจเพราะโยงกับการฟอกเงินของนักการเมืองในไนจีเรีย ที่ Omelogor เข้าไปเกี่ยวพันในฐานะผู้ตรวจสอบการเงินของธนาคารที่นักการเมืองคนนั้นใช้บริการ เธอเป็นคนหาวิธีฟอกเงิน ทำเงินให้ธนาคารจนได้รับการเลื่อนตำแหน่งและความไว้ใจ จนวันหนึ่งได้ล่วงรู้ความลับเรื่องการปั่นหุ้นตัวหนึ่ง เธอใช้เงินในบัญชีที่ไม่มีการเคลื่อนไหวไปซื้อและโยกกำไรเข้าบัญชีตัวเอง และแอบขโมยเงินที่ฟอกมาเพื่อเอาไปปล่อยกู้แบบไม่มีดอกเบี้ยให้กับผู้หญิงยากจนในหมู่บ้าน เธอไม่ต้องการเงินคืน แต่บอกให้ผู้หญิงเหล่านั้นช่วยเหลือคนอื่นเมื่อทำได้ 

ชีวิตของ Omelogor มีแต่เพื่อนและหาความสุขจากเงินที่หามาได้ จนไม่คิดจะแต่งงาน เธอยังมีอารมณ์ขันมากพอในการจิกกัดผู้ชายด้วยการเขียนบล็อคถึงผู้ชายที่รู้สึกว่าผู้หญิงเข้าใจยาก 

“ถึงผู้ชายทุกคน

ฉันเข้าใจนะว่าพวกคุณไม่ชอบการทำแท้ง แต่สิ่งที่ดีที่สุดที่จะลดการทำแท้งได้คือระวังว่าของเหลวจากร่างกายผู้ชายไหลไปที่ไหน เก็บของเหลวจากกายของคุณไว้กับตัว อย่าปล่อยทิ้งในที่ที่ไม่สมควร

จำไว้นะ ฉันเป็นพวกเดียวกับพวกคุณ” 

การพัฒนาของตัวละครทั้งสี่คน อารมณ์ขันแบบจิกกัด และความรู้สึกแบบลึกๆของผู้หญิงทำให้หนังสือได้รับคำชมมากมายจากนักวิจารณ์ แต่ที่น่าสนใจคือการเล่าเรื่องผู้อพยพในอีกสถานะสังคมหนึ่ง คนที่มีเงินและโอกาสและเลือกที่จะมีชีวิตอยู่ในอเมริกาหรือที่ไหนๆ ในโลก ไม่ใช่คนที่อพยพเพราะไม่มีทางเลือก

Adichie มีผลงานดังก่อนหน้าหลายเรื่อง เช่น Half of a Yellow Sun, Purple Hibiscus และ Americanah

บทความอื่น ๆ ของผู้เขียน

วัยรุ่นกับความตาย: บทเรียนการปล่อยวางในวันที่เวลาหยุดหมุน [Book Review]

The Group – เพื่อนมหา’ลัย [Book Review]

Power and Progress – อำนาจของเทคโนโลยีต่อมนุษยชาติ [Book Review]

×

Share

ผู้เขียน

Achara Deboonme Avatar