Share on
×

Share

The Robot Company ชูบริการหุ่นยนต์คิดเงินตามงานเตรียมขยายสู่สหรัฐฯ

The Robot Company ชูบริการหุ่นยนต์คิดเงินตามงานเตรียมขยายสู่สหรัฐฯ

The Robot Company มุ่งนำหุ่นยนต์มารับงานเฉพาะอย่างในธุรกิจ ตั้งแต่ขนย้ายสินค้า รีดเสื้อผ้าด้วยไอน้ำ ไปจนถึงเตรียมสิ่งของสำหรับขั้นตอนบรรจุ โดยวางรูปแบบบริการให้ลูกค้าจ่ายตามงานที่ทำ บริษัทเริ่มจากใช้คนควบคุมหุ่นยนต์ทางไกล เก็บข้อมูลการทำงานจริง แล้วนำไปฝึกโมเดล AI เพื่อเพิ่มความสามารถในการทำงานอัตโนมัติ ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างทดลองให้บริการฟรี โดยมีสิงคโปร์เป็นตลาดหลัก และเตรียมขยายไปสหรัฐฯ ซึ่งต้นทุนแรงงานที่สูงเป็นแรงจูงใจสำคัญในการนำหุ่นยนต์มาใช้

Daniel NG ผู้ร่วมก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (Co-founder and COO) ของ The Robot Company ดีปเทคสตาร์ตอัปสัญชาติสิงคโปร์ กล่าวว่า ความสามารถของหุ่นยนต์ที่พัฒนาขึ้น ต้องนำมาตอบโจทย์การทำงานจริงให้ได้ แม้การกระโดด การวิ่ง หรือการยกของหนักจะแสดงถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี แต่การนำหุ่นยนต์ไปใช้ในร้านค้า คลังสินค้า หรืออุตสาหกรรมต่าง ๆ ยังต้องเลือกซอฟต์แวร์และปรับระบบให้เหมาะกับงาน บริษัทจึงมุ่งพัฒนาทั้งซอฟต์แวร์และกระบวนการนำหุ่นยนต์ไปติดตั้ง เพื่อให้ทำงานในสถานประกอบการของลูกค้าได้อย่างเชื่อถือได้

เริ่มจากงานซ้ำที่ใช้เวลาพนักงาน

Daniel มองว่า หุ่นยนต์ในปัจจุบันยังไม่สามารถแทนพนักงานได้แบบหนึ่งต่อหนึ่ง การใช้งานจึงควรเริ่มจากแยกงานบางอย่างออกมาให้หุ่นยนต์รับผิดชอบ เช่น หยิบ วาง ขนย้ายสิ่งของ หรือเดินเป็นระยะทางไกลเพื่อเติมสินค้า ซึ่งเป็นงานที่บริษัทพบในธุรกิจค้าปลีก โรงแรม และบริการ วิธีนี้ช่วยให้พนักงานมีเวลาไปทำหน้าที่อื่น โดยไม่ต้องรอให้หุ่นยนต์ทำงานได้ครบทุกอย่างที่พนักงานคนหนึ่งรับผิดชอบ

ตัวอย่างที่บริษัทนำหุ่นยนต์ไปใช้งาน คือร้านค้าปลีกในสิงคโปร์ ซึ่งให้หุ่นยนต์ช่วยเคลื่อนย้ายเสื้อผ้าและใช้เครื่องพ่นไอน้ำรีดเสื้อผ้า งานดังกล่าวใช้เวลาของพนักงานหน้าร้านที่ต้องดูแลลูกค้าไปพร้อมกัน อีกกรณีคือคลังสินค้าที่เก็บชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์และอุปกรณ์ เช่น แผงวงจร แอคชูเอเตอร์ และมอเตอร์ โดยนำหุ่นยนต์มาช่วยขนย้ายสิ่งของระหว่างคลัง พื้นที่ปรับสภาพ และพื้นที่บรรจุสินค้า เพื่อให้สิ่งของพร้อมสำหรับผู้ปฏิบัติงานในขั้นตอนถัดไป

การใช้งานของบริษัทยังอยู่ในระยะเริ่มต้น Daniel ระบุว่า มีหุ่นยนต์ติดตั้งใช้งานอยู่ 3 ตัว และโครงการปัจจุบันยังเป็นการทดลองโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ขณะที่รูปแบบบริการและค่าบริการอยู่ระหว่างหารือกับลูกค้า สถานะดังกล่าวจึงเป็นช่วงทดสอบว่าหุ่นยนต์จะทำงานตามความต้องการของแต่ละธุรกิจได้อย่างสม่ำเสมอเพียงใด ก่อนเข้าสู่การให้บริการเชิงพาณิชย์ตามแผน

คิดค่าบริการตามงานพร้อมดูแลผู้ควบคุมให้ลูกค้า

The Robot Company วางรูปแบบธุรกิจ Robots as a Service หรือบริการหุ่นยนต์ โดยตกลงกับลูกค้าว่าจะรับผิดชอบงานอะไรและให้บริการนานเท่าใด Daniel ยกตัวอย่างข้อตกลงให้หุ่นยนต์พับผ้าได้อย่างสม่ำเสมอวันละ 10 ชั่วโมง เพื่ออธิบายวิธีคิดค่าบริการตามงานที่ส่งมอบ ลูกค้าจึงไม่ได้จ่ายตามจำนวนหุ่นยนต์หรือจำนวนคนที่บริษัทนำมาให้บริการ ส่วนการขายตัวหุ่นยนต์จะเกิดขึ้นเมื่อลูกค้าต้องการซื้อ โดยบริษัทอาจช่วยจัดหาให้และคิดส่วนต่างเพียงเล็กน้อยหรือไม่คิดส่วนต่าง

Daniel กล่าวว่า กรอบค่าบริการถึงอยู่ที่ประมาณ 2,500–3,500 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อเดือน และอาจต่ำหรือสูงกว่านี้ตามประเภทงาน ชั่วโมงการทำงาน และรายละเอียดของบริการ ตัวเลขดังกล่าวยังเป็นกรอบราคาที่หารือกับลูกค้า เนื่องจากโครงการปัจจุบันยังทดลองฟรี ส่วนระยะเวลาการให้บริการจะเป็นไปตามข้อตกลง เช่น โครงการทดลองหกเดือนหรือสัญญาหนึ่งปี โดยบริษัทรับผิดชอบทำงานให้ได้ตามระดับบริการที่ตกลงกัน

ในช่วงเริ่มต้น บริษัทใช้ผู้ควบคุมที่ผ่านการฝึกมาสั่งงานหุ่นยนต์จากระยะไกล ผ่านอุปกรณ์ได้หลายรูปแบบ ทั้งอุปกรณ์สวมใส่ที่ถ่ายทอดการเคลื่อนไหวไปยังหุ่นยนต์และระบบ VR ลูกค้าจึงไม่จำเป็นต้องเรียนรู้วิธีควบคุมเอง เว้นแต่ต้องการทำเช่นนั้น Daniel อธิบายว่าหน้าที่ของบริษัทคือจัดเตรียมหุ่นยนต์ ผู้ควบคุม และระบบที่จำเป็น เพื่อให้ลูกค้าได้รับงานตามข้อตกลง

เก็บข้อมูลจากงานจริงฝึกหุ่นยนต์ให้ทำงานอัตโนมัติมากขึ้น

การควบคุมทางไกลยังเป็นวิธีเก็บข้อมูลสำหรับพัฒนาระบบ เมื่อหุ่นยนต์เริ่มทำงานในสถานที่ของลูกค้า บริษัทจะนำข้อมูลที่ได้ไปฝึกเพิ่มเติมให้กับโมเดลที่ผ่านการฝึกมาแล้ว โดยใช้โมเดลจากผู้พัฒนาอย่าง Physical Intelligence และ Generalist จากนั้นจึงค่อยเพิ่มความสามารถในการทำงานอัตโนมัติ การนำหุ่นยนต์ไปทำงาน จึงเป็นทั้งการให้บริการและการรวบรวมข้อมูลเพื่อปรับโมเดลให้เหมาะกับงานนั้นมากขึ้น

Daniel ระบุว่า ซอฟต์แวร์ของบริษัทออกแบบให้รองรับหุ่นยนต์หลายประเภท การเชื่อมต่อหุ่นยนต์รุ่นใหม่เข้ากับระบบใช้เวลาประมาณหนึ่งวัน และอาจนำไปติดตั้งได้ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ อย่างไรก็ตาม การทำให้ระบบทำงานได้อย่างเชื่อถือได้ ต้องใช้เวลาอย่างน้อยประมาณ 2-3 เดือน เพราะต้องปรับทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ โมเดล และคุณภาพข้อมูลร่วมกัน การเชื่อมต่อได้รวดเร็วจึงยังต้องตามด้วยการทดสอบและปรับปรุงการทำงานจริง

ต้นทุนหุ่นยนต์ที่แตกต่างกันมาก เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้การรองรับฮาร์ดแวร์หลายประเภทมีความสำคัญ Daniel ยกตัวอย่างหุ่นยนต์ Galaxia ที่บริษัทซื้อจากผู้พัฒนาในซูโจว ซึ่งมีราคาขายปลีก 70,000 ดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับหุ่นยนต์อีกตัวที่พัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก ซึ่งมีต้นทุนประมาณ 12,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ ซอฟต์แวร์ที่ใช้ร่วมกับหุ่นยนต์หลายแบบ จึงเปิดทางให้บริษัทเลือกอุปกรณ์มารองรับงานของลูกค้าได้

ขณะเดียวกัน โมเดลที่สั่งหุ่นยนต์ทำงานได้ ยังต้องมีความเร็วเพียงพอสำหรับการใช้งาน Daniel ยกตัวอย่างว่า หากโมเดลใช้เวลาประมาณ 50 วินาทีในการขยับแขนจากตำแหน่งหนึ่งไปอีกตำแหน่งหนึ่ง ขณะที่งานจริงต้องการให้เสร็จภายในประมาณ 2 วินาที ก็ยังไม่พร้อมนำมาให้บริการ บริษัทจึงเลือกใช้เทคโนโลยีที่ตอบโจทย์งานในปัจจุบัน และจะนำโมเดลที่พัฒนาขึ้นมาใช้เมื่อมีความพร้อม

ค่าแรงหนุนแผนขยายไปสหรัฐฯ

แม้บริษัทดำเนินงานหลักในสิงคโปร์ แต่บริษัทแม่อยู่ในสหรัฐฯ และมีพันธมิตรกลุ่มแรกสำหรับนำหุ่นยนต์ไปใช้งานในตลาดสหรัฐฯ แล้ว โดยแผนถัดไป คือบริการซักและพับผ้าให้กับบริษัทแห่งหนึ่งในนิวยอร์ก Daniel มองว่าตลาดที่ค่าแรงสูงมีแรงจูงใจนำหุ่นยนต์มาใช้ เพราะแม้จะช่วยลดภาระงานได้เพียงบางส่วน เช่น ประมาณ 20% ก็อาจสร้างผลประหยัดได้มากพอให้ธุรกิจเห็นความคุ้มค่า

ในมุมมองของ Daniel ความแข็งแกร่งทางเทคโนโลยีและความคุ้มค่าทางธุรกิจส่งผลต่อการใช้งานหุ่นยนต์ต่างกัน สหรัฐฯ มีความได้เปรียบด้านซอฟต์แวร์และโมเดล ขณะที่จีนมีความแข็งแกร่งด้านฮาร์ดแวร์ แต่ราคาหุ่นยนต์เมื่อเทียบกับค่าแรงในจีนยังอาจไม่จูงใจให้ธุรกิจเร่งนำมาใช้เท่าตลาดที่ต้นทุนแรงงานสูง เขาจึงมองว่าสหรัฐฯ และยุโรปมีแรงจูงใจด้านต้นทุนที่ชัดเจน ส่วนญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ และฮ่องกงก็เป็นตลาดที่เปิดรับหุ่นยนต์จากสภาพแวดล้อมทางธุรกิจและการสนับสนุนของภาครัฐ

เพื่อรองรับการขยายงาน บริษัทอยู่ระหว่างระดมทุนรอบขนาดเล็ก หลังได้รับเงินลงทุนระยะเริ่มต้นจากนักลงทุนในสหรัฐฯ แล้ว Daniel ระบุว่ามีผู้แสดงเจตจำนงว่าจะลงทุนรวมประมาณ 700,000 ดอลลาร์สหรัฐ จากนักลงทุนรายบุคคลและบริษัทในหลายอุตสาหกรรม ทั้งหุ่นยนต์ ทรัพยากรบุคคล อุตสาหกรรม และคริปโท จำนวนดังกล่าวยังเป็นคำมั่นว่าจะลงทุน โดยบริษัทวางแผนใช้เงินทุนเพื่อขยายการให้บริการในสิงคโปร์และเปิดให้บริการในสหรัฐฯ

หุ่นยนต์จะรับงานได้มากขึ้น แต่การใช้งานทั่วไปยังต้องใช้เวลา

Daniel คาดว่า ราคาฮาร์ดแวร์หุ่นยนต์จะลดลง ขณะที่โมเดลจะพัฒนาตามกำลังประมวลผลและข้อมูลที่เพิ่มขึ้น ทำให้ธุรกิจนำหุ่นยนต์มาใช้ได้ง่ายขึ้น แต่เขายังไม่คาดว่าหุ่นยนต์จะแทนคนได้แบบหนึ่งต่อหนึ่งแม้ในช่วงสิบปีข้างหน้า ทิศทางที่มองเห็นคือหุ่นยนต์รับงานเฉพาะประเภทได้มากขึ้น ส่วนคนทำหน้าที่กำกับดูแลหรือให้ความสำคัญกับงานที่ต้องปฏิสัมพันธ์กับผู้คน เช่น การดูแลผู้รับบริการในโรงพยาบาล

นอกเหนือจากงานในร้านค้าและคลังสินค้า เขามองเห็นโอกาสในพื้นที่อันตราย เช่น เหมืองแร่ อุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ รวมถึงการค้นหาและกู้ภัย ซึ่งการควบคุมหุ่นยนต์ทางไกลอาจช่วยให้คนทำงานได้โดยไม่ต้องเข้าไปอยู่ในพื้นที่เสี่ยง อย่างไรก็ตาม การเห็นหุ่นยนต์ใช้งานทั่วไปตามธุรกิจอาจต้องใช้เวลาอีกประมาณ 10–15 ปีตามการประเมินของเขา เพราะยังมีสถานประกอบการและอุตสาหกรรมอีกมาก ที่ต้องนำระบบไปติดตั้งและปรับใช้ ส่วนหุ่นยนต์ในบ้านยังต้องมีคำตอบเรื่องความปลอดภัย การประกันภัย และความรับผิดหากเกิดอุบัติเหตุ ควบคู่กับการพัฒนาความสามารถในการทำงาน

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

gamescom asia x Thailand Game Show 2026 เปิดทางเกมไทยเข้าถึงทุนและตลาดโลก

ส.อ.ท. นำ 16 ผู้ประกอบการโชว์แอปพลิเคชัน AI ในงาน SWITCH สิงคโปร์

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar