กลุ่มทิสโก้ประกาศทิศทางธุรกิจครั้งสำคัญด้วยยุทธศาสตร์การเติบโตระยะ 3 ปี (2569 – 2571) มุ่งเน้นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งและความยั่งยืนท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่เต็มไปด้วยความท้าทาย โดยเตรียมพร้อมยกระดับประสิทธิภาพองค์กรด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และโซลูชันดิจิทัล เพื่อสร้างระบบนิเวศทางการเงินที่ครบวงจรและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างตรงจุด
ศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ กลุ่มทิสโก้ เปิดเผยว่า ในยุคที่ธุรกิจต้องเผชิญกับความไม่แน่นอน ภาคธุรกิจจำเป็นต้องเร่งเสริมศักยภาพการแข่งขันเพื่อการเติบโตที่มั่นคง ยุทธศาสตร์ 3 ปีต่อจากนี้จึงถูกออกแบบมาเพื่อพลิกความท้าทายให้เป็นโอกาส โดยรักษาสมดุลระหว่างการขยายตัวในธุรกิจที่เชี่ยวชาญควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ
ขับเคลื่อนองค์กรด้วย AI
กลุ่มทิสโก้ตั้งเป้านำเทคโนโลยี AI และระบบอัตโนมัติเข้ามาปฏิรูปกระบวนการทำงานเพื่อลดความซ้ำซ้อน เพิ่มความแม่นยำ และสร้างความคล่องตัว โดยมุ่งหวังให้ AI เป็นกลไกสำคัญในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการที่เฉพาะเจาะจงสำหรับบุคคล ให้บริการที่รวดเร็ว และมีการบริหารจัดการความเสี่ยงเชิงรุกผ่านการประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ กลุ่มทิสโก้ยังยึดถือแนวทางการเติบโตอย่างรับผิดชอบ โดยมุ่งสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ผ่านการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าและรถจักรยายนต์ การติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป การออกกองทุนที่เน้นความยั่งยืน และการจัดหาเงินทุนสีเขียว (Green Financing) เพื่อสนับสนุนโครงการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
“ขณะเดียวกันเรายังยึดมั่นในบทบาทการสร้างโอกาสทางการเงิน การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ และส่งเสริมความรู้ทางการเงินแก่ประชาชน เพื่อยืนหยัดเป็น สถาบันการเงินที่ทุกคนเชื่อมั่นไว้วางใจได้ (Your Truted Financial Advisor) และเดินหน้าสู่ความยั่งยืนในระยะยาว” คุณศักดิ์ชัยกล่าว
เจาะลึกกลยุทธ์รายกลุ่มธุรกิจปี 2569
เพื่อให้สอดรับกับยุทธศาสตร์ใหญ่ กลุ่มทิสโก้ได้วางแนวทางการดำเนินงานในแต่ละภาคธุรกิจไว้อย่างชัดเจน คือ
- ธุรกิจรายย่อย: รุกตลาดดิจิทัลและสินเชื่อ EV ธุรกิจประเภทนี้มีสัดส่วนราว 70% ของสินเชื่อรวม โดยส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ใหม่ รถยนต์มือสอง รถจักรยานยนต์ และสินเชื่อจำนำทะเบียนรถทุกประเภท ภายใต้แบรนด์ “สมหวัง เงินสั่งได้” ซึ่งจากนี้สินเชื่อจำนำทะเบียนรถจะมุ่งยกระดับประสบการณ์ลูกค้าด้วยบริการดิจิทัลครบวงจร ควบคู่การใช้ AI Virtual Coach และระบบอัตโนมัติยกระดับประสิทธิภาพสาขา พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่จะเข้าไปช่วยเหลือลูกค้าในภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่ดีนัก แม้อาจมีความเสี่ยงสูงขึ้น เช่นเดียวกับสินเชื่อเช่าซื้อมอเตอร์ไซค์จะเน้นการเติบโตแบบคัดเลือกพื้นที่ศักยภาพสูง พร้อมเสริมธุรกิจนายหน้าประกันภัยด้วยโมเดลที่เหมาะสมกับลูกค้า และเตรียมระบบรองรับสินเชื่อรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อส่งเสริมการใช้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า โดยตั้งเป้าหมาย 30% ของสินเชื่อใหม่เป็นสินเชื่อรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV)
- ธุรกิจขนาดใหญ่และเอสเอ็มอี: เน้นกลุ่มอุตสาหกรรมอนาคตจะใช้กลยุทธ์ Selective Growth ในธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และพลังงาน รวมถึงขยายไปยังกลุ่มธุรกิจสุขภาพและดาต้า เซ็นเตอร์ พร้อมผลักดันสู่การเงินสีเขียว เพื่อจัดสรรเงินทุนและทรัพยากรทางการเงินสนับสนุนโครงการและธุรกิจที่ส่งเสริมสิ่งแวดล้อม โดยตั้งเป้า 25% ของสินเชื่อองค์กรเป็นโครงการพลังงานสะอาดภายในปี 2573 ขณะที่ธุรกิจเอสเอ็มอี จะขยายความร่วมมือกับผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า และหอการค้าจังหวัดเพื่อเจาะตลาดท้องถิ่น เพิ่มโอกาสปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) โดยป้องกันความเสี่ยงด้วยโครงการค้ำประกันสินเชื่อ
- ธุรกิจบริหารความมั่งคั่งมุ่งเน้นกลุ่ม Mass Affluent ที่มีสินทรัพย์ลงทุนตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ภายใต้แนวคิด Holistic Financial Advisory ให้คำปรึกษาครอบคลุมการลงทุน ประกัน สุขภาพ การเกษียณ และมรดก ผ่านแพลตฟอร์ม TISCO My Goal และ My Wealth เพื่อสร้างระบบนิเวศทางการเงินที่ยั่งยืน
- ธุรกิจบริหารจัดการกองทุนพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ ออกแบบกองทุนเพื่อผู้เกษียณอายุที่มีการจ่ายปันผล และขับเคลื่อนแคมเปญ “Debt-Free, More Savings” เพื่อส่งเสริมการออมและลดหนี้ให้กับสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD)
- ธุรกิจหลักทรัพย์พัฒนาแพลตฟอร์ม Investifi+ ร่วมกับ AI Smart Agents และขยายความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง Jefferies
- ธุรกิจนายหน้าประกันภัย ใช้แพลตฟอร์ม Open Architecture คัดสรรผลิตภัณฑ์พรีเมียมจากพันธมิตรชั้นนำ พร้อมขับเคลื่อนแคมเปญ Family First เพื่อตอบโจทย์ความคุ้มครองระดับครอบครัว
ไฮไลต์ผลประกอบการปี 2568
ผลการดำเนินงานของกลุ่มทิสโก้ในงวดปี 2568 มีกำไรสุทธิ 6,659 ล้านบาท ลดลง 3.5% จากปีก่อนหน้า เนื่องจากการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss – ECL) ที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.0% ของยอดสินเชื่อเฉลี่ย ซึ่งเป็นไปตามแผนการเพิ่มสำรองกลับเข้าสู่ระดับปกติ รวมถึงรองรับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นและหนี้ภาคครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง
ขณะที่รายได้รวมจากการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้น 2.2% โดยรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเติบโตถึง 8.8% ส่วนธุรกิจธนาคาร มีรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจนายหน้าประกันภัยเติบโต 5.5% ขณะที่การปล่อยสินเชื่อรถใหม่เติบโตกว่า 30%
สำหรับการบริหารค่าใช้จ่าย บริษัทฯ มีการควบคุมอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้รวม (Cost-to-income Ratio) ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่ 45.9% ทั้งนี้ บริษัทมีอัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นเฉลี่ย (ROAE) งวดปี 2568 อยู่ที่ 15.4%
ณ สิ้นปี 2568 กลุ่มทิสโก้มีเงินให้สินเชื่อรวม 235,779 ล้านบาท เติบโต 1.5% จากปี 2567 จากสินเชื่อเช่าซื้อเป็นหลัก มีสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) ลดลงเหลือ 2.28% ของสินเชื่อรวม ผลจากนโยบายการปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวัง รวมถึงการให้การช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มเปราะบางตามแนวทางของธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ บริษัทมีค่าเผื่อสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Coverage Ratio) อยู่ที่ 172%
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
BJC x DHL ตั้ง JV ลุยโลจิสติกส์ยา ปั้นรายได้แตะ 2.8 หมื่นล้าน
แอนท์ อินเตอร์เนชั่นแนล เปลี่ยน ‘การเข้าถึง’ เป็น ‘การเติบโต’ ด้วย FinAI



