Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

Trip.Best เผยเทรนด์ท่องเที่ยว 2569 ชี้ไทยแชมป์อาเซียน

Trip.Best เผยเทรนด์ท่องเที่ยว 2569 ชี้ไทยแชมป์อาเซียน

Trip.com Group จัดงาน “2026 Trip.Best Thailand Unpacked” เปิดเผยผลการจัดอันดับจุดหมายปลายทางยอดนิยมประจำปี 2569 และนำเสนอเทรนด์การท่องเที่ยวระดับโลก พบประเทศไทยครองแชมป์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เกือบทุกหมวดหมู่ โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวที่มีส่วนแบ่งสูงถึง 57% พร้อมเผยพฤติกรรมนักเดินทางยุคใหม่ที่เน้นประสบการณ์ “ตรงปก” และสถานที่ถ่ายรูปสวย

ผลการจัดอันดับระดับโลกแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยครองตำแหน่งผู้นำในภูมิภาคอย่างชัดเจน โดยเฉพาะหมวดหมู่จุดหมายปลายทางที่เหมาะสำหรับครอบครัว (Global 50 Family-Friendly Destination) ซึ่งไทยครองสัดส่วนสูงถึง 57% ในภูมิภาค ตามด้วยหมวดหมู่เกาะและชายหาดที่ 50% หมวดหมู่กิจกรรมแนะนำ (Things to Do) 41% ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงที่สุดในบรรดาทุกหมวดหมู่ หมวดหมู่ไนต์ไลฟ์ 40% หมวดหมู่ที่พัก 37% หมวดหมู่ร้านอาหาร 36% และหมวดหมู่จุดหมายปลายทางที่ต้องไปเยือน (Global 100 Must-Visit Destination) ครองสัดส่วน 33%

ความแข็งแกร่งของการท่องเที่ยวไทยยังสะท้อนผ่านตัวเลขการจอง โดยในปี 2025 การเลือกจองที่พักในประเทศไทยผ่านฟีเจอร์ Trip.Best เติบโตขึ้น 24% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ยอด GMV รายวันจากการเลือกจองผ่านฟีเจอร์นี้พุ่งสูงขึ้นถึง 67% ซึ่งสอดคล้องกับภาพรวมในประเทศไทยที่มีนักท่องเที่ยวกว่า 4,000 คนใช้ฟีเจอร์ Trip.Best ช่วยตัดสินใจ และสามารถกระตุ้นยอดขาย (GMV) ได้มากถึง 70% ในช่วงเทศกาล

ไดแอน ชุย ผู้จัดการทั่วไป Trip.com Group ประเทศไทย กล่าวว่า ประเทศไทยพิสูจน์ตัวเองอย่างต่อเนื่องว่าเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกชื่นชอบมากที่สุดแห่งหนึ่ง ผลการจัดอันดับ Trip.Best ปี 2026 สะท้อนให้เห็นสิ่งนี้อย่างชัดเจน

ด้านหน่วยงานภาครัฐ อัครวิชย์ เทพาสิต รองผู้ว่าการด้านบริหาร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า การท่องเที่ยวคือหัวใจสำคัญของประเทศ นักท่องเที่ยวในยุคปัจจุบันต้องการประสบการณ์ที่มีความหมายและเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมของไทย แนวทางของ Trip.Best ในการคัดสรรจุดหมายปลายทาง โรงแรม และร้านอาหารชั้นนำ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ ททท. ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและยั่งยืน การเชื่อมต่อธุรกิจไทยกับนักท่องเที่ยวทั่วโลกจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงและกระจายความต้องการไปยังหลากหลายภูมิภาค

สำหรับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวไทย ข้อมูลชี้ว่าการจองท่องเที่ยวต่างประเทศในปี 2026 เพิ่มขึ้นกว่า 80% โดยจีนเป็นจุดหมายอันดับหนึ่งที่ 53.9% ตามด้วยญี่ปุ่น 23.1% และเวียดนาม 7.8% เมืองที่ค้นหามากที่สุดคือ เซี่ยงไฮ้ เฉิงตู โตเกียว และดานัง นอกจากนี้ เมืองลอสแอนเจลิส (LA) ยังมีการเติบโตสูงถึง 5,000% เมื่อเทียบแบบปีต่อปี นักเดินทางรุ่นใหม่ยังมองหาประสบการณ์ที่เป็นเอกลักษณ์และจุดถ่ายรูปสวยๆ ลง Instagram

ในด้านที่พัก ความต้องการโรงแรมที่มีธีมเฉพาะทางเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราเติบโตประจำปีถึง 75% นักท่องเที่ยวไทยให้ความสำคัญกับวิวธรรมชาติมากที่สุด 29.1% ตามด้วยโรงแรมระดับ 4 ดาวที่คัดสรรพิเศษ 27.1% และที่พักระดับลักชัวรี 18.2% อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจพบว่า 65% ของนักเดินทางคิดว่าการหาโรงแรมคุณภาพสูงและถ่ายรูปสวยเป็นเรื่องยาก 47% เคยผิดหวังกับรูปภาพโรงแรมที่ไม่ตรงปก และ 25% ต้องการโรงแรมที่ตอบโจทย์ครอบครัว ซึ่ง 58% ของลูกค้ากลุ่มครอบครัวมองว่าแอปพลิเคชันทั่วไปให้ข้อมูลสิ่งอำนวยความสะดวกไม่เพียงพอ

เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว Trip.com จึงจัดอันดับโรงแรมโดยอิงจาก 5 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ความนิยม ระยะทาง รีวิวและชื่อเสียง คุณภาพ และความสอดคล้องกับหัวข้อ พร้อมจัดอันดับ Instagram and scenic ranking สำหรับโรงแรมที่มีวิวสวยงาม และจัดระดับโรงแรมสำหรับครอบครัวเป็นระดับ A+, A และระดับปกติ โดยตัวอย่างโรงแรมในไทยที่ได้ระดับ A+ เช่น Centara Grand Mirage และ Grande Centre Point Space ทั้งนี้ ภายในงานยังได้มีพิธีมอบรางวัล 2026 Global 100 Luxury Hotel ซึ่งตัวแทนจากโรงแรม Mandarin Oriental Bangkok และ Amanpuri ได้ขึ้นรับรางวัลบนเวที สะท้อนศักยภาพของโรงแรมไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

4 พันธมิตร สร้างระบบนิเวศร้านอาหารไทยเชื่อม POS-บัญชี-สินเชื่อ จบในที่เดียว

ทีทีบี พลิกบทบาทจาก ‘ผู้ให้กู้’ สู่ ‘Enabler’ ยกระดับชีวิตการเงินไทย

Trip.com เปิดตัวบริการวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวด้วย AI

×

Share

ผู้เขียน

Sona Satta Avatar