Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

โรงพยาบาลธีรพร ปรับทัพใหญ่ ตั้ง 3 CO-CEO ปั้นองค์กรสู่ผู้นำนวัตกรรมศัลยกรรมความงาม

โรงพยาบาลธีรพร ปรับทัพใหญ่ ตั้ง 3 CO-CEO ปั้นองค์กรสู่ผู้นำนวัตกรรมศัลยกรรมความงาม

40 กว่าปีที่แล้ว โรงพยาบาลธีรพรเริ่มต้นจากคลินิกขนาดเล็กแห่งหนึ่ง ก่อนเติบโตกลายเป็นโรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าเฉพาะทางที่มีชื่อเสียงจากปากต่อปากของคนไข้ ตลอดเส้นทางนั้น ผู้ก่อตั้งทำหน้าที่ทั้งจับมีดผ่าตัดและถือบัญชีบริหารองค์กรไปพร้อมกัน จนกระทั่งวันที่ธุรกิจได้เข้าจดทะเบียนและระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ mai เป็นที่เรียบร้อยแล้ว คำถามที่ตามมาคือ คนคนเดียวจะยังรับมือไหวหรือไม่ เมื่อทั้งงานรักษาคนไข้และงานขับเคลื่อนธุรกิจต่างต้องการเวลาและความทุ่มเทเต็มร้อยเช่นกัน

คำตอบของธีรพรคือการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ภายใต้แนวคิดที่เรียกว่า “The True Transformation” แยกงานด้านเทคโนโลยีการแพทย์ออกจากงานบริหารธุรกิจอย่างชัดเจน และวางโครงสร้างผู้บริหารระดับสูงใหม่ในรูปแบบประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม หรือ CO-CEO 2 ท่าน (ผสานความร่วมมือระหว่างทีมแพทย์และผู้บริหารมืออาชีพ)

เมื่อหมอคนเดียวแบกองค์กรไม่ไหวอีกต่อไป

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ชลธิศ สินรัชตานันท์ ผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลธีรพร
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ชลธิศ สินรัชตานันท์ ผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลธีรพร

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ชลธิศ สินรัชตานันท์ ผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลธีรพร และปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม สายการแพทย์ (CO-CEO(MED)) ยึดหลัก “วิชาการและคุณธรรม” เป็นรากฐานการทำงานมาตลอดชีวิตการเป็นแพทย์ เขาเชื่อว่าแพทย์ต้องมีความรู้คู่คุณธรรม ต้องรักและให้เวลากับคนไข้เสมือนสิ่งมีชีวิตที่มีคุณค่า ไม่ใช่มองคนไข้ผ่านตัวเลขรายได้

แต่ความเชื่อที่ยึดถือมาตลอดสี่สิบกว่าปีนั้น กำลังเผชิญความจริงใหม่ เมื่อโลกธุรกิจเปลี่ยนเร็วขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะภายหลังการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งหมายความว่าโรงพยาบาลไม่ได้แข่งขันกันแค่เรื่องฝีมือหมออีกต่อไป แต่ต้องรับผิดชอบต่อนักลงทุนและมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการไปพร้อมกัน

“โลกเปลี่ยนไปเร็วเกินกว่าที่คนคนเดียวจะทำหน้าที่ดูแลคนไข้และบริหารโรงพยาบาลไปพร้อมกันได้ทั้งหมด” ผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์ชลธิศ กล่าว

นั่นคือจุดเริ่มต้นของการตัดสินใจแยกงานเทคโนโลยีการแพทย์ออกจากงานบริหาร และจัดตั้งเสาหลัก Medical & Academic ขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อให้ทีมแพทย์มีพื้นที่เต็มที่ในการคิดค้นนวัตกรรม พัฒนาเทคนิคการรักษา ทำงานวิจัย และยกระดับศักยภาพศัลยแพทย์ไทยให้ก้าวสู่เวทีสากลได้ โดยไม่ต้องแบกรับภาระบริหารองค์กรไปพร้อมกันอีกต่อไป

3 คน 3 บทบาท เมื่อรุ่นก่อตั้ง ทายาท และมืออาชีพ มาเจอกัน

จากจุดตั้งต้นนั้น ธีรพรวางตัวผู้บริหารสูงสุดไว้ 3 คน แต่ละคนเดินอยู่บนถนนคนละสายที่สุดท้ายมาบรรจบกันที่เป้าหมายเดียวกัน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ชลธิศ สินรัชตานันท์ ในฐานะผู้ก่อตั้งและ CO-CEO สายการแพทย์ ยังคงยืนอยู่แถวหน้าของห้องผ่าตัดและห้องวิจัย รับผิดชอบเสาหลัก Medical & Academic โดยตรง ขณะที่นายแพทย์ธนจักร สินรัชตานันท์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญและผู้บริหารรุ่นใหม่ ทายาทรุ่นที่สองของครอบครัว เลือกเดินในเส้นทางที่ไม่มีใครในโรงพยาบาลเคยเดินมาก่อน นั่นคือบทบาทแบบผสม หรือ Hybrid ที่ต้องทำทั้งงานรักษาคนไข้ในฐานะแพทย์ และร่วมบริหารองค์กรไปพร้อมกับทีมมืออาชีพ เขายังคงยึดมั่นที่จะส่งต่อดีเอ็นเอของโรงพยาบาลในการดูแลคนไข้อย่างใกล้ชิด ไม่ต่างจากคนในครอบครัว

นายแพทย์ธนจักร สินรัชตานันท์
นายแพทย์ธนจักร สินรัชตานันท์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญและผู้บริหารรุ่นใหม่

“เราต้องการส่งต่อแนวทางการดูแลคนไข้อย่างใกล้ชิด เสมือนคนในครอบครัว ไม่ใช่แค่ผู้เข้ารับบริการ” นายแพทย์ธนจักร กล่าว

ส่วนอีกฟากหนึ่งขององค์กร พรพิวรรณ นิรมลเฉิดฉาย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานบริหาร (CO-CEO) เข้ามารับผิดชอบการจัดวางระบบและโครงสร้างองค์กรทั้งหมด ตั้งแต่กลยุทธ์ธุรกิจ การตลาด การสร้างแบรนด์ ไปจนถึงการขยายตลาด เธอคือฟันเฟืองที่ทำให้แนวคิดผสานการบริหารธุรกิจแบบมืออาชีพเข้ากับจุดแข็งทางการแพทย์ของธีรพรเดินหน้าได้อย่างเป็นระบบ ไม่ใช่แค่แนวคิดที่พูดถึงกันในห้องประชุม

จากมีดผ่าตัดหลายชั่วโมงสู่หลักคิด Less is more

ก่อนจะมีโครงสร้างบริหารใหม่ สิ่งที่ทำให้ชื่อ “ธีรพร” เป็นที่รู้จักในวงการศัลยกรรมความงามมาโดยตลอดคือแนวคิดของผู้ก่อตั้งที่ยึดปรัชญา “Less is more” ทำศัลยกรรมให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น แต่ให้ผลลัพธ์เปลี่ยนชีวิตคนไข้ได้มากที่สุด และมุ่งเปลี่ยนกระบวนการที่เคยยุ่งยากซับซ้อนให้กลายเป็นเรื่องง่ายและปลอดภัยขึ้น

ผลลัพธ์ที่จับต้องได้ของแนวคิดนี้คือเทคนิคที่ช่วยย่นระยะเวลาผ่าตัดจากเดิมที่ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง ให้เหลือไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง หรือในบางกรณีเพียงไม่กี่นาที เพื่อให้คนไข้ฟื้นตัวได้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ สะท้อนออกมาเป็นเทคนิคเฉพาะทางที่ธีรพรพัฒนาขึ้นเอง อย่างเทคนิคแผลเล็กสำหรับการทำตา หรือ Short Technic และการดึงหน้าด้วยระบบล็อก หรือ Lock System ซึ่งกลายเป็นลายเซ็นเฉพาะตัวขององค์กร

นวัตกรรมอีกชิ้นที่ธีรพรวางน้ำหนักไว้มากคือ Multi Cell หรือ MTC เทคโนโลยีที่นำมาใช้ปั้นโครงสร้างใบหน้าให้ได้มิติที่เป็นธรรมชาติ หรือที่เรียกว่า Facial Structuring นายแพทย์ธนจักรอธิบายว่า MTC คือกระบวนการปลูกถ่ายไขมัน หรือ Fat Grafting Surgery ที่อาศัยเทคนิคการผ่าตัดแบบ Surgical Harvesting ในการเก็บเกี่ยวและปลูกถ่ายเซลล์ไขมัน เพื่อดึงประโยชน์จากสเต็มเซลล์มาใช้รักษาและฟื้นฟูความงามให้กับคนไข้

สิ่งที่น่าสนใจคือ ตลอดหลาย 10 ปีที่ผ่านมา ธีรพรแทบไม่เคยทำการตลาดในความหมายทั่วไป ชื่อเสียงเติบโตจากการบอกต่อของคนไข้เป็นหลัก นายแพทย์ธนจักรมองว่าถึงเวลาแล้วที่จะนำองค์ความรู้และนวัตกรรมที่สั่งสมมานานนำออกสู่การรับรู้ในวงกว้างขึ้น เพื่อให้คนไข้ทั้งในและต่างประเทศเข้าถึงมาตรฐานของโรงพยาบาลได้มากกว่าเดิม

เป้าหมายพันล้าน และธุรกิจใหม่ที่ชื่อ Wellness & Longevity

พรพิวรรณ นิรมลเฉิดฉาย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานบริหาร (CO-CEO)
พรพิวรรณ นิรมลเฉิดฉาย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานบริหาร (CO-CEO)

หากงานแพทย์คือรากฐานของธีรพร งานบริหารก็คือส่วนที่ทำให้รากฐานนั้นเติบโตเป็นตัวเลข คุณพรพิวรรณระบุว่า ธุรกิจหลักของธีรพรยังคงเป็นศัลยกรรมตกแต่ง คิดเป็นสัดส่วนรายได้ราวร้อยละ 90 ของทั้งหมด โดยในปีนี้บริษัทมุ่งเน้นฟื้นการเติบโตของบริการหลักอย่าง FaceLock ควบคู่ไปกับการผลักดันนวัตกรรม Multi Cell ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น

ขณะเดียวกัน ธีรพรเริ่มขยับขยายไปสู่สนามธุรกิจใหม่ที่เรียกว่า Wellness & Longevity ซึ่งเน้นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและการยืดอายุขัย ครอบคลุมบริการอย่างการจัดการน้ำหนัก หรือ Weight Management และการดูแลฮอร์โมน หรือ Hormone Management โดยเปิดพื้นที่ให้บริการบนชั้น 4 และชั้น 5 ของโรงพยาบาล บริษัทตั้งเป้าหมายให้ธุรกิจใหม่นี้เติบโตเต็มรูปแบบ และเห็นผลสะท้อนชัดเจนในงบการเงินภายในปี 2570

ตัวเลขที่คุณพรพิวรรณวางไว้ไม่ใช่เรื่องเล็ก โดยบริษัทคาดหวังรายได้เติบโตสู่ระดับตัวเลข 3 หลัก (หลักร้อยล้านปลาย ๆ ) ในปีหน้า และตั้งเป้าขยับขึ้นสู่ระดับตัวเลข 4 หลัก (แตะระดับพันล้านบาทขึ้นไป) ภายในสามปีข้างหน้า เมื่อธุรกิจ Longevity เริ่มเข้ามาเสริมทัพเต็มที่ พร้อมกันนั้นยังวางเป้าหมายรักษาอัตรากำไรสุทธิไม่ให้ต่ำกว่าร้อยละ 20 โดยเน้นบริหารต้นทุนอย่างรัดกุม

“เราบริหารเงินแบบระมัดระวัง เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้นักลงทุนในลักษณะของหุ้นปันผล” คุณพรพิวรรณกล่าว

การเติบโตของธีรพรไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในประเทศ นายแพทย์ธนจักรกล่าวว่า ธีรพรมุ่งเจาะกลุ่มลูกค้าในภูมิภาคอาเซียน อย่างอินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์ รวมถึงจีน เขมร และอิสราเอล โดยชูจุดเด่นเรื่องมาตรฐานการบริการและการต้อนรับแบบไทยในระดับราคาที่คุ้มค่าและเดินทางสะดวกกว่า โดยไม่จำเป็นต้องบินไกลไปถึงเกาหลีใต้อย่างที่คนไข้หลายคนเคยเลือก

ไม่ขยายสาขา แต่ขยายพันธมิตร และคำ 3 ตัวที่ชื่อ T-R-P

แม้รายได้จะมีเป้าหมายชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ แต่แนวทางขยายธุรกิจของธีรพรกลับเดินสวนทางกับหลายองค์กรที่เร่งเปิดสาขา คุณพรพิวรรณกล่าวว่า ธีรพรไม่มีนโยบายขยายสาขาจำนวนมาก เพราะต้องการควบคุมคุณภาพ ความปลอดภัย และมาตรฐานห้องปฏิบัติการอย่างเข้มงวดตามหลักการแพทย์เฉพาะทาง แต่เปิดกว้างสำหรับการทำความร่วมมือ (Collaboration) กับโรงพยาบาลพันธมิตรอย่างโรงพยาบาลสมิติเวชที่อยู่เคียงข้างกัน และเปิดกว้างสำหรับการร่วมทุน (Joint Venture) หรือการจัดตั้งบริษัทลูกกับพันธมิตรรายอื่น ๆ ในอนาคตเพื่อสร้างโอกาสเติบโตใหม่ ๆ

ในด้านการตลาด ธีรพรริเริ่มแคมเปญรูปแบบใหม่ผ่านสวัสดิการพนักงาน หรือ Corporate Welfare สำหรับองค์กรเอกชนขนาดใหญ่ ออกแบบแพ็กเกจศัลยกรรมและสกินในราคาพิเศษที่สอดคล้องกับลักษณะธุรกิจของแต่ละบริษัท เช่น บริษัทที่มีพนักงานพริตตี้ พรีเซนเตอร์ หรือพนักงานที่ต้องใช้หน้าตาเป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน เป้าหมายของแคมเปญนี้คือการเปลี่ยนภาพจำว่าศัลยกรรมเป็นเรื่องฟุ่มเฟือย ให้กลายเป็นปัจจัยที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและความมั่นใจให้กับพนักงาน

ทุกการตัดสินใจข้างต้น ธีรพรผูกไว้กับกรอบความคิดสามตัวอักษรที่ใช้เป็นเข็มทิศในการปฏิรูปองค์กร เริ่มจาก T คือ Trust ความน่าเชื่อถือที่เกิดจากฝีมือแพทย์และองค์ความรู้จริง ไม่ใช่การทำการตลาดแบบฉาบฉวย ตามด้วย R คือ Resilience ความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับตัว ทั้งด้านธุรกิจ เทคโนโลยีดิจิทัล และบุคลากร และปิดท้ายด้วย P คือ People หรือ Professionalism ฐานบุคลากรที่มั่นคงซึ่งเป็นรากฐานของความสำเร็จในระยะยาว

จากคลินิกเล็ก ๆ ที่เติบโตด้วยฝีมือหมอคนเดียว มาสู่องค์กรที่มีผู้บริหารสามคนแบ่งหน้าที่กันดูแลทั้งงานแพทย์และงานธุรกิจ เส้นทางของธีรพรสะท้อนภาพความเปลี่ยนแปลงที่หลายองค์กรครอบครัวในไทยกำลังเผชิญ คำถามที่ยังรอคำตอบในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าคือ เมื่อธุรกิจ Wellness & Longevity เริ่มมีสัดส่วนรายได้ชัดเจนขึ้น โครงสร้าง CO-CEO ที่วางไว้วันนี้จะยังคงรักษาสมดุลระหว่างพันธกิจด้านการแพทย์กับเป้าหมายทางธุรกิจได้มากน้อยเพียงใด

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

คาแรกเตอร์ไทย จากของแถมสู่ป๊อปสตาร์ดวงใหม่ บนเวที Character Fest Thailand 2026

โอกาสครั้งที่สอง พลิกวิกฤติหัวใจล้มเหลวสู่ชีวิตใหม่ด้วยการปลูกถ่ายหัวใจ

‘อายุยืนไม่พอ สมองต้องแข็งแรง’ เคทีซี-รพ.กรุงเทพอินเตอร์ฯ ชูสังคมสูงวัย

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar