บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต ดาต้าเซ็นเตอร์ จำกัด (True IDC) ผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ ประกาศลงทุนกว่า 6,000 ล้านบาท พร้อมจัดพิธีวางศิลาฤกษ์โครงการดาต้าเซ็นเตอร์แห่งที่ 7 บริเวณกรุงเทพมหานครตอนเหนือ เพื่อรองรับความต้องการใช้งาน Cloud และ AI คาดพร้อมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในไตรมาสที่ 3 ของปี 2570
ฐนสรณ์ ใจดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ ของ True IDC เปิดเผยข้อมูลจาก IDC ว่า การลงทุนด้าน AI และ GenAI ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีแนวโน้มเติบโตขึ้นถึง 5 เท่า สู่มูลค่า 11 ล้านล้านบาทในปี 2572 หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย 38.4% ต่อปี อย่างไรก็ตาม ภาคธุรกิจยังคงเผชิญความท้าทายในการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานระดับ AI Hyperscale ที่รองรับการประมวลผลขั้นสูง
True IDC จึงได้ออกแบบโครงการแห่งนี้ให้เป็นดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีศักยภาพการประมวลผลสูง และเป็นศูนย์กลางโครงข่ายการเชื่อมต่อขนาดใหญ่ในย่านเศรษฐกิจ เพื่อเพิ่มโอกาสให้องค์กรไทยและต่างชาติเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI ของภูมิภาคอาเซียน
เจาะลึก 4 จุดเด่นดาต้าเซ็นเตอร์ระดับ AI Hyperscale แห่งใหม่
โครงการดาต้าเซ็นเตอร์แห่งที่ 7 ได้รับการออกแบบและพัฒนาเพื่อตอบสนองต่อเทคโนโลยีแห่งอนาคต โดยมีคุณลักษณะสำคัญ 4 ด้าน ดังนี้:
- ศูนย์กลางโครงข่ายอัจฉริยะเชื่อมต่อทั่วโลก: รองรับระบบคอมพิวเตอร์ขนาดไฮเปอร์สเกล (Hyperscale) และเชื่อมต่อกับศูนย์กลางโครงข่ายขนาดใหญ่ที่สุดในไทย (Largest Core Network Hub) สามารถส่งผ่านและแลกเปลี่ยนข้อมูลจำนวนมหาศาลทั้งในและต่างประเทศ รองรับการวางระบบ Cloud, AI และการประมวลผลข้อมูลแบบเรียลไทม์
- ทำเลศักยภาพโซนกรุงเทพฯ ตอนเหนือ: เพิ่มความหลากหลายของที่ตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ (Multi-Location) ในพื้นที่ที่มีการขยายตัวทางธุรกิจ การคมนาคมสะดวก และอยู่ใกล้ศูนย์กลางเมือง เพื่อช่วยให้กลุ่มบิ๊กเทคระดับโลก ตลอดจนองค์กรภาครัฐและเอกชนของไทย สามารถวางระบบและส่งมอบบริการดิจิทัลได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
- โครงสร้างและเทคโนโลยีดาต้าเซ็นเตอร์ขั้นสูง: ก่อสร้างด้วยเทคนิคแบบโมดูลาร์สำหรับอาคารสูง ตัวอาคารออกแบบให้รองรับการประมวลผลความหนาแน่นสูง (High-Density Processing) ของชิป CPU และ GPU มีระบบไฟฟ้าหลักและไฟฟ้าสำรองหลายเลเยอร์ พร้อมระบบระบายความร้อนที่เลือกปรับแต่งได้ทั้งแบบลมเย็น (Air Cooling) และแบบของเหลว (Liquid Cooling) นอกจากนี้ยังมีการแบ่งโซนรักษาความปลอดภัยและระบบโครงข่ายอย่างเข้มงวด บนทำเลที่ปลอดภัยจากภัยธรรมชาติ
- มาตรฐานสากลและความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม: ดำเนินงานตามมาตรฐานของสถาบัน Uptime Institute และมีการกำกับดูแลข้อมูลอย่างเข้มงวด ควบคู่กับการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและการใช้พลังงานตามมาตรฐาน ISO 14001 และ ISO 50001 รวมถึงตั้งค่าประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (Power Usage Effectiveness: PUE) ให้อยู่ในระดับที่ดีที่สุด

การลงทุนก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ระดับ AI Hyperscale แห่งใหม่นี้ เป็นหนึ่งในกลไกขยายขีดความสามารถโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สนับสนุนอธิปไตยข้อมูล และเตรียมความพร้อมให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางดิจิทัลของภูมิภาคอาเซียน
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
BDC นำร่องใช้ HVO ในดาต้าเซ็นเตอร์ครั้งแรกในเอเชียแปซิฟิก
KBTG มุ่งสู่ Regional AI Infused Powerhouse ดัน AI สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจ





