Share on
×

Share

ยูเนสโกชี้เศรษฐกิจอนาคต ต้องลงทุนในคน-การศึกษา ขาดเงินปีละ 9.7 หมื่นล้านดอลลาร์

ยูเนสโกชี้เศรษฐกิจอนาคต ต้องลงทุนในคน-การศึกษา ขาดเงินปีละ 9.7 หมื่นล้านดอลลาร์

การลงทุนในเทคโนโลยี พลังงานสะอาด และโครงสร้างพื้นฐานจะสร้างผลทางเศรษฐกิจได้เพียงใด ขึ้นอยู่กับว่าคนมีความรู้ และทักษะพร้อมใช้ประโยชน์จากการลงทุนเหล่านั้นหรือไม่ ยูเนสโกจึงเสนอให้รัฐบาล ภาคธุรกิจ และสถาบันการเงิน ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคน ควบคู่กับการจัดสรรเงินลงทุน โดยเฉพาะในช่วงที่ภาระหนี้กดดันงบประมาณ ขณะที่แรงงานต้องเรียนรู้ทักษะใหม่ เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและเศรษฐกิจ

ซูฮยอน คิม (Soohyun Kim) ผู้อำนวยการ ยูเนสโกระดับภูมิภาค สำนักงานประสานงานองค์การสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก กล่าวในปาฐกถา Tribute Address ในงาน Future-Ready Economy 2026 ว่า เศรษฐกิจที่พร้อมรับอนาคต ต้องอาศัยเงินทุนที่ช่วยเพิ่มความสามารถของคน ทั้งในการสร้างการเติบโต ปรับตัว และรับมือกับความเปลี่ยนแปลง แม้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศหรือจีดีพีจะมีความสำคัญ แต่ยังสะท้อนความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และความไว้วางใจซึ่งเป็นพื้นฐานของความมั่งคั่งได้ไม่ครบถ้วน การเรียกร้องให้คนปรับตัว จึงต้องมาพร้อมกับการลงทุน และการสนับสนุนให้พวกเขาทำได้จริง

การศึกษาต้องมีเงินทุนต่อเนื่อง แม้ภาระหนี้กดดัน

โจทย์เร่งด่วนคือ การทำให้เงินสนับสนุนการศึกษา มีความต่อเนื่องและแน่นอน คิมอ้างถึงรายงานติดตามผลการศึกษาของโลกปี 2026 ของยูเนสโก ซึ่งประเมินช่องว่างเงินทุนเพื่อบรรลุเป้าหมายการศึกษาระดับชาติไว้เฉลี่ยปีละ 97,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐจนถึงปี 2030 ขณะที่การวางพื้นฐานการเรียนรู้ของเด็กและการพัฒนาความเชี่ยวชาญของครูต้องใช้เวลาหลายปี เงินทุนที่รองรับกลับมักผันผวน ไม่แน่นอน และมีระยะเวลาสั้น ปัญหานี้จึงต้องอาศัยทั้งการลงทุนภาครัฐ เงินทุนเพื่อการพัฒนา การลงทุนของนายจ้างในบุคลากร และเงินสนับสนุนจากการกุศลที่ช่วยเสริมกัน เพราะแม้นายจ้างทุกแห่งจะได้รับประโยชน์จากสังคมที่มีการศึกษา แต่ไม่มีนายจ้างรายใด สร้างสังคมเช่นนั้นได้เพียงลำพัง

ภาระหนี้ยิ่งทำให้การรักษางบประมาณด้านการศึกษาเป็นเรื่องยาก คิมยกข้อมูลขององค์การการค้าและการพัฒนาแห่งสหประชาชาติในปี 2025 ว่า ประชากร 3,400 ล้านคนอาศัยอยู่ในประเทศที่จ่ายดอกเบี้ยหนี้มากกว่างบประมาณด้านสุขภาพหรือการศึกษา พร้อมเตือนว่า การลดรายจ่ายด้านการเรียนรู้ที่จำเป็น อาจช่วยผ่อนคลายงบประมาณในวันนี้ แต่ทำให้เกิดต้นทุนที่สูงขึ้นในวันหน้า เพราะพัฒนาการของเด็กไม่สามารถหยุดรอให้ฐานะการคลังดีขึ้นได้ การจัดสรรเงินจึงต้องคำนึงถึงทั้งประสิทธิภาพและความแน่นอน เพื่อให้โรงเรียน ครู และผู้เรียนสามารถวางแผนได้ในระยะยาว

ลงทุนเทคโนโลยี ต้องพัฒนาทักษะคนควบคู่

สำหรับภาคธุรกิจ การลงทุนพัฒนาคนต้องเกิดขึ้นพร้อมกับการลงทุนเปลี่ยนแปลงกิจการ เมื่อจัดหาเงินทุนให้พลังงานหมุนเวียน ก็ต้องฝึกช่างให้สามารถดูแลรักษาระบบได้ เมื่อธุรกิจนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ แรงงานก็ต้องมีเวลาและได้รับการสนับสนุนให้เรียนรู้ เช่นเดียวกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI โรงเรียนที่ซื้อเครื่องมือมาใช้ต้องเตรียมครูให้พร้อม ส่วนธุรกิจต้องมีคนที่ประเมินผลลัพธ์จาก AI และรับผิดชอบต่อการตัดสินใจได้ คิมระบุว่า AI เปิดโอกาสใหม่ให้การทำงานและการสร้างสรรค์ แต่ยังมีคำถามเรื่องผลงานที่ถูกนำไปใช้ ภาษาที่ได้รับการนำเสนอ และผู้ที่ได้รับผลตอบแทน ซึ่งต้องพิจารณาควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีอย่างมีความรับผิดชอบ

เศรษฐกิจสร้างสรรค์ต้องเข้าถึงทุนและตลาด

อีกประเด็นสำคัญ คือเงินทุนต้องเข้าถึงผู้ที่มีความคิด และความสามารถในการสร้างธุรกิจ คิมยกอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ ทั้งภาพยนตร์ ดนตรี ศิลปะการแสดง การออกแบบ และงานหัตถกรรม ซึ่งมีสัดส่วนรวมกันมากกว่า 3% ของ GDP โลก แต่ความสามารถเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะทำให้ภาพยนตร์ได้รับการผลิต งานออกแบบเข้าสู่ตลาด หรือนักดนตรีได้รับค่าตอบแทน ผู้สร้างสรรค์ยังต้องเข้าถึงการฝึกอบรม เงินทุน ช่องทางเผยแพร่และจำหน่าย ตลอดจนการคุ้มครองสิทธิในผลงาน โดยผู้หญิงต้องมีโอกาสเข้าถึงเงินทุนและเครือข่ายอย่างเท่าเทียมด้วย

การท่องเที่ยวสะท้อนโจทย์เดียวกันได้ชัดเจน เพราะการลงทุนในสนามบินและโรงแรม ต้องดำเนินไปพร้อมกับการพัฒนานักอนุรักษ์ มัคคุเทศก์ ศิลปิน และช่างฝีมือ ซึ่งมีส่วนทำให้พื้นที่นั้นมีคุณค่าและน่าเดินทางไปเยือน คิมเสนอให้ชุมชนมีส่วนกำหนดทิศทางการท่องเที่ยว ได้รับประโยชน์ผ่านธุรกิจท้องถิ่นที่เข้มแข็ง และอาชีพที่เหมาะสม พร้อมกับดูแลสิ่งแวดล้อม การพิจารณาเงินลงทุนด้านการท่องเที่ยว จึงต้องครอบคลุมคนและกิจการในพื้นที่ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างประสบการณ์ให้ผู้เดินทางและสร้างรายได้ให้ชุมชน

รัฐและนายจ้างต้องร่วมรับต้นทุนฝึกทักษะแรงงาน

อย่างไรก็ตาม โอกาสเรียนรู้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการมีหลักสูตรเพียงอย่างเดียว แรงงานบางคนอาจเข้าเรียนไม่ได้แม้ไม่มีค่าเล่าเรียน เพราะต้องสูญเสียค่าจ้างระหว่างอบรม ขณะที่หนี้สินทำให้การเปลี่ยนทักษะเป็นความเสี่ยงที่รับไม่ไหว ผู้หญิงที่หยุดทำงานเพื่อดูแลครอบครัวยังคงมีความสามารถ และผู้ลี้ภัยก็ยังมีความรู้ติดตัวมา แต่การไม่ได้รับการรับรองคุณวุฒิ อาจปิดโอกาสในการเรียนและการทำงาน คิมจึงเสนอให้นโยบายการศึกษา การเงิน และสังคมทำงานร่วมกัน รวมถึงให้รัฐบาลกับนายจ้างร่วมรับภาระค่าใช้จ่าย เพื่อให้แรงงานมีทั้งเวลาและความพร้อมในการฝึกทักษะใหม่

ข้อเสนอของยูเนสโกจึงกลับมาที่วิธีตัดสินใจจัดสรรเงินทุน ตั้งแต่การรักษาการลงทุนในคนภายใต้แรงกดดันด้านหนี้ การช่วยให้ธุรกิจท้องถิ่นมีเงินพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการเติบโต ไปจนถึงการแบ่งภาระในช่วงเปลี่ยนผ่าน คิมทิ้งคำถามถึงกระทรวงการคลัง คณะกรรมการบริษัท และธนาคารเพื่อการพัฒนาว่า ทุกครั้งที่ประเมินการลงทุน ได้พิจารณาหรือไม่ว่าเงินนั้นจะช่วยเพิ่มความสามารถให้ใคร และใครจะได้รับส่วนแบ่งจากมูลค่าที่เกิดขึ้น เพราะความพร้อมของคนในการรับมืออนาคต ขึ้นอยู่กับความพร้อมของผู้จัดสรรเงินทุน ที่จะลงทุนในพวกเขาด้วย

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

GCNT ชู 3 Shift เปลี่ยนความยั่งยืนจากคำมั่นสู่ผลลัพธ์

60 ปี อาเซียน: เมื่อการไม่เลือกข้าง คือยุทธศาสตร์ความอยู่รอด

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar