ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย รับรางวัล Best Sustainable Bank (International) 2026 จากเวที FinanceAsia Awards 2026 สะท้อนบทบาทในการสนับสนุนภาคธุรกิจและผู้บริโภคก้าวผ่านการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน ผ่านโซลูชันทางการเงินเพื่อความยั่งยืน การเสริมสร้างศักยภาพลูกค้า และการดำเนินธุรกิจธนาคารอย่างมีความรับผิดชอบ
ในปี 2568 ยูโอบี ประเทศไทย มียอดสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนสะสมรวมกว่า 7.46 หมื่นล้านบาท โดยร้อยละ 48.6 ของสินเชื่อธุรกิจใหม่ที่ได้รับอนุมัติ เป็นสินเชื่อสีเขียว (Green Financing) หรือสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับเป้าหมายด้านความยั่งยืน (Sustainability-linked Financing) ซึ่ง FinanceAsia ระบุว่า รางวัลนี้มอบให้เพื่อยกย่องบทบาทของยูโอบี ประเทศไทย ในการผลักดันการเงินเพื่อความยั่งยืน และการสนับสนุนลูกค้าผ่านนวัตกรรมทางการเงินและความร่วมมือกับพันธมิตร โดยสามารถสร้างผลงานได้เหนือกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้
ริชาร์ด มาโลนี่ย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า ความยั่งยืนมีผลต่อการเข้าถึงเงินทุน ต้นทุนการดำเนินงาน ห่วงโซ่อุปทาน และความสามารถในการแข่งขันขององค์กร บทบาทของธนาคารคือการช่วยให้ลูกค้าเปลี่ยนผ่านได้อย่างเป็นรูปธรรมและสอดคล้องกับความเป็นจริงทางธุรกิจ ผ่านโซลูชันทางการเงิน ความเชี่ยวชาญ และเครือข่ายพันธมิตร เพื่อสนับสนุนให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ขับเคลื่อนความยั่งยืนควบคู่การเติบโตของธุรกิจ
ยูโอบี ประเทศไทย สนับสนุนภาคธุรกิจผสานแนวคิดความยั่งยืนเข้ากับกลยุทธ์การเติบโต เพื่อสนับสนุนการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียน โครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยในปี 2568 ธนาคารได้สนับสนุนทางการเงินแก่ Levanta Renewables ในการเข้าซื้อโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ 34 โครงการทั่วไทย กำลังการผลิตรวม 230 เมกะวัตต์ และสนับสนุนการพัฒนาโครงการศูนย์ข้อมูล (Data Center) ขนาด 25.6 เมกะวัตต์ของ GSA Data Center ในจังหวัดสมุทรปราการ
ด้านธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ธนาคารได้พัฒนาโครงการสนับสนุน เช่น Sustainability Innovation Programme, UOB Sustainability Compass, Womenpreneur Programme และ AI Ready Programme เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ปัจจุบันมี SME เข้าร่วมโครงการ Sustainability Innovation Programme มากกว่า 600 ราย และใช้งาน UOB Sustainability Compass กว่า 1,800 ราย
สำหรับลูกค้าบุคคล ธนาคารนำเสนอโซลูชันการเงินและการลงทุนเพื่อสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) โดยในปี 2568 ยอดขายผลิตภัณฑ์การลงทุน ESG มีมูลค่ามากกว่า 2.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า พร้อมให้บริการสินเชื่อเพื่อการอยู่อาศัยประหยัดพลังงาน เช่น การติดตั้งโซลาร์รูฟ ระบบชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charger) และการปรับปรุงที่อยู่อาศัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
ยูโอบีชูกลยุทธ์ ‘Resilience over Perfection’ ฝ่าความผันผวนตลาดครึ่งหลังปี 2569
AWS แจกแพ็กเกจเรียนคลาวด์-AI ฟรี มอบสิทธิ์สอบเซอร์-เครดิตใช้งาน มหาลัยทั่วโลก



