Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

ยูโอบีชูกลยุทธ์ ‘Resilience over Perfection’ ฝ่าความผันผวนตลาดครึ่งหลังปี 2569

ยูโอบีชูกลยุทธ์ 'Resilience over Perfection' ฝ่าความผันผวนตลาดครึ่งหลังปี 2569

ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ประเมินทิศทางเศรษฐกิจและการลงทุนในช่วงครึ่งหลังปี 2569 ว่าเต็มไปด้วยความท้าทายจากเงินเฟ้อที่ยังทรงตัวสูง การเติบโตที่ไม่เท่ากันในแต่ละภาคส่วน และความแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่ยูโอบีมองว่านักลงทุนไม่จำเป็นต้องถอยออกจากสินทรัพย์เสี่ยง ทว่าควรเลือกสรรการลงทุนให้ชัดเจนขึ้นภายใต้แนวคิด “Resilience over Perfection” (เน้นความยืดหยุ่นเหนือความสมบูรณ์แบบ) ซึ่งหมายถึง การที่นักลงทุนไม่ต้องพยายามจับจังหวะตลาดให้ถูกทุกครั้ง แต่ควรมุ่งสร้างพอร์ตที่ยืดหยุ่นเพื่อรับมือความผันผวน เลือกถือครองบริษัทคุณภาพที่มีผลกำไรและกระแสเงินสดชัดเจน พร้อมทั้งใช้จังหวะที่ตลาดปรับตัวลงเป็นโอกาสในการทยอยสะสมสินทรัพย์ที่มีศักยภาพในระยะยาว

โครงสร้างพื้นฐาน AI ขับเคลื่อนวัฏจักรลงทุนโลก

เอเบิล ลิม Head of Deposit and Wealth Management ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ระบุว่า วัฏจักรการลงทุนระดับโลกรอบนี้มีความซับซ้อนขึ้น แต่โลกที่ท้าทายไม่ใช่เหตุผลให้นักลงทุนต้องอยู่ข้างสนาม โดยกระแส AI ถือเป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่มีอิทธิพลต่อผลตอบแทนในระยะยาว โดยเฉพาะการพัฒนาจาก Generative AI ไปสู่ Agentic AI ที่มีความสามารถในการวางแผนและทำงานอัตโนมัติ

พัฒนาการดังกล่าวทำให้โอกาสการลงทุนขยายวงกว้างออกจากผู้ผลิตชิปและโมเดล ไปสู่ โครงสร้างพื้นฐานในโลกจริง ไม่ว่าจะเป็นดาต้าเซ็นเตอร์ ระบบทำความเย็นประสิทธิภาพสูง การรับส่งข้อมูลความเร็วสูง แหล่งจ่ายไฟที่มีเสถียรภาพ ตลอดจนคลาวด์ ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ หน่วยความจำ และโครงข่ายไฟฟ้า

“AI ไม่ได้อยู่แค่ในโลกของซอฟต์แวร์อีกต่อไป แต่กำลังพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานในโลกจริงมากขึ้น คุณเอเบิลกล่าว

แม้จะมีนักวิเคราะห์บางกลุ่มกังวลเรื่องมูลค่าที่สูง แต่คุณเอเบิลปฏิเสธความเชื่อเรื่องฟองสบู่ AI โดยชี้ให้เห็นความแตกต่างจากยุคดอทคอม (Dot-com Bubble) อย่างสิ้นเชิง ในยุคดอทคอมมีบริษัทเพียง 14% ที่มีกำไรจริง แต่กลุ่มบริษัท Hyperscalers ในปัจจุบันมีกระแสรายรับและผลกำไรที่เติบโตอย่างมั่นคง จับต้องได้ นอกจากนี้ บิ๊กเทค คอมพานีในปัจจุบันไม่ได้ใช้เครื่องมือทางการเงินที่มีความเสี่ยงหรือการกู้ยืมเงินที่สูงเกินตัวเพื่อมาลงทุน แต่เป็นการนำผลกำไรและเงินสดสำรองที่แข็งแกร่งของบริษัทตนเองมาหมุนเวียนลงทุนต่อยอด

จาก ‘Just in Time’ สู่ ‘Just in Case’

การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างอีกด้านที่ยูโอบีจับตาคือ Strategic Reindustrialisation หรือการกลับมาลงทุนในกำลังการผลิตและโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์

จากเดิมที่ระบบการผลิตโลกเน้นประสิทธิภาพและสต็อกน้อยที่สุด (Just in Time) ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ปัญหาห่วงโซ่อุปทาน และความมั่นคงด้านพลังงาน ทำให้ต้องเปลี่ยนมาสู่ “Just in Case” เปิดฉากวัฏจักรการลงทุนระยะหลายปี ครอบคลุมตั้งแต่โครงข่ายไฟฟ้า ดาต้าเซ็นเตอร์ พลังงานสะอาด วัตถุดิบสำคัญ ไปจนถึงอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์

ภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯ และจีน

ยูโอบีประเมินว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะขยายตัว 1.7% ในปี 2569 ซึ่งเป็นอัตราที่สมเหตุสมผลสำหรับประเทศพัฒนาแล้ว โดยได้รับแรงผลักดันจากตลาดแรงงานและการลงทุนใน AI

อย่างไรก็ตาม ภาพสะท้อนเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปัจจุบันเป็นลักษณะของ K-ShapedEconomy โดยกลุ่มประชากรที่มีระดับรายได้สูงสุด 20% ครองสัดส่วนการบริโภคและการใช้จ่ายสูงถึง 60% ของการใช้จ่ายทั้งหมดในประเทศ ตราบใดที่มูลค่าสินทรัพย์ในตลาดหุ้นและอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มคนร่ำรวยเหล่านี้ยังคงเติบโตดี พวกเขาก็จะยังคงบริโภคและใช้จ่ายต่อไปอย่างไม่ได้รับผลกระทบ ซึ่งนี่คือเหตุผลหลักที่รัฐบาลสหรัฐฯ พยายามรักษาความเสถียรของตลาดทุนและตลาดอสังหาริมทรัพย์เอาไว้

ด้านเศรษฐกิจจีน แม้จะเปิดตัวช่วงต้นปีด้วยการเติบโต 4.7% แต่คาดว่าจะปิดฉากปี 2569 ที่ระดับ 4.6% สอดคล้องกับเป้าหมายรัฐบาล โดยหุ้น A-shares ได้แรงหนุนจากการผลิตขั้นสูงและเทคโนโลยีตามแนวคิด “New Quality Productive Forces” ขณะที่ H-shares มีสัดส่วนบริษัทแพลตฟอร์มที่ยังเผชิญการแข่งขันสูง ยูโอบีจึงแนะนำให้ลงทุนแบบ Barbell ผสมผสานทั้งสองตลาด

ยูโอบีปรับเพิ่มเป้า GDP ไทย

ยูโอบีปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปีนี้ขึ้นมาอยู่ที่ 1.9% จากเดิม 1.5% และคาดว่าจะเติบโตราว 2% ในปีถัดไป โดยมีแรงหนุนจากยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนผ่าน BOI ที่ทำสถิติสูงสุด โดยมีสิงคโปร์เป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุด และแผนการเร่งรัดการใช้จ่ายภาครัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น

อย่างไรก็ดี ในมิติของตลาดหุ้นไทย (SET Index) ยูโอบีมีมุมมองเป็นกลาง (Neutral) และแนะนำให้จัดสรรน้ำหนักตามเกณฑ์อ้างอิงของดัชนี MSCI Emerging Markets เนื่องจากตลาดหุ้นไทยมีความกระจุกตัวสูง โดยดัชนีถูกขับเคลื่อนด้วยหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีที่ได้อานิสงส์จาก AI

ทว่าผลบวกดังกล่าว ไม่สามารถส่งผ่านไปยังภาคเศรษฐกิจภายในประเทศได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากโครงสร้างเศรษฐกิจไทยต้องนำเข้าเทคโนโลยีสูงถึงเกือบ 70% ทำให้นักลงทุนที่มองหาธีม AI อาจพบทางเลือกที่เชื่อมโยงโดยตรงมากกว่าในตลาดอย่างไต้หวันหรือเกาหลีใต้

นอกจากนี้ ไทยยังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งภาคการท่องเที่ยวที่รายได้เฉลี่ยต่อหัวยังไม่ฟื้นตัวสู่ระดับก่อนโควิด-19 ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงจากเพื่อนบ้าน เวียดนาม, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย ประกอบกับกำลังซื้อในประเทศที่อ่อนแอลงจากปัญหาหนี้ครัวเรือน แม้ลดลงเหลือ 85% ของ GDP แต่ยังติดกลุ่มท็อป 10 ของโลก ซึ่งกดดันกำไรของกลุ่ม SME และทำให้ธนาคารพาณิชย์ต้องดำเนินนโยบายการปล่อยสินเชื่ออย่างรัดกุมเพื่อป้องกันความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ (Default Risk)

กลยุทธ์การจัดพอร์ตครึ่งหลังปี 2569

จากปัจจัยข้างต้น ยูโอบีได้กำหนดกลยุทธ์การจัดสรรสินทรัพย์ลงทุนในครึ่งหลังปี 2569 ดังนี้

  • หุ้น: คงน้ำหนัก Overweight โดยเน้นตลาดสหรัฐฯ และเอเชียเกิดใหม่ ในกลุ่มบริษัทคุณภาพที่มีกำไรแข็งแกร่ง)
  • ตราสารหนี้: คงมุมมอง Neutral เน้นตราสารหนี้ระดับ Investment Grade พร้อมปรับลด Duration เฉลี่ยจาก 5–7 ปี เหลือ 4–5 ปี เพื่อรับมือกับภาวะเงินเฟ้อที่ยังทรงตัวสูงและแนวโน้มที่ Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยตลอดช่วงที่เหลือของปี ก่อนคาดว่าจะเริ่มลดดอกเบี้ยในปี 2570
  • ทองคำ: คงมุมมอง Neutral โดยมองว่าแม้ราคาในระยะสั้นจะอ่อนไหวต่อ Real Yield แต่ทองคำยังคงทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยและเครื่องมือกระจายความเสี่ยงระยะยาว พร้อมให้เป้าหมายราคาที่ 4,300 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ ในไตรมาส 4 ปี 2569 และ 4,600 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ ในไตรมาส 1 ปี 2570

“ในช่วงที่ตลาดมีความไม่แน่นอน ตลาดแทบไม่เคยให้ความแน่นอนก่อนที่จะให้โอกาส สิ่งสำคัญจึงอยู่ที่การลงทุนอย่างต่อเนื่อง กระจายความเสี่ยงอย่างมีเป้าหมาย และใช้ความผันผวนเป็นจังหวะสะสมสินทรัพย์คุณภาพ เพราะความแข็งแกร่งของพอร์ตในระยะยาวมีความสำคัญเหนือกว่าการพยายามคาดการณ์ตลาดให้ถูกต้องในทุกครั้ง” คุณเอเบิล กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

เส้นทาง ‘ไก่ซีพี’ จากห้องแล็บ DNA สู่มาตรฐานอาหารอวกาศ

จาก ‘สัญญาณ’ ถึง ‘เสียงลูกค้า’ ทรูส่งพนักงาน 2,000 คนลงพื้นที่ฟังประสบการณ์จริง

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar