12 ปีที่แล้ว YouTube ในประเทศไทยยังเป็นเพียงพื้นที่สำหรับอัปโหลดวิดีโอคลิปสั้น วันนี้แพลตฟอร์มเดียวกันนี้กลายเป็นจุดตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคหลายล้านคน เป็นเวทีที่ครีเอเตอร์สร้างรายได้จากคลิปที่อัปโหลดมาแล้วหลายปี และเป็นช่องทางที่แบรนด์ระดับประเทศเลือกใช้วัดผลตอบแทนทางการตลาดควบคู่กับสื่อโทรทัศน์ ความเปลี่ยนแปลงนี้คือแกนหลักที่ YouTube ประเทศไทย นำมาเปิดเผยในงาน YouTube Works Awards Thailand 2026
งานนี้ไม่ได้เป็นเพียงเวทีประกาศรางวัลแคมเปญโฆษณาประจำปีตามธรรมเนียม แต่ยังเป็นเวทีที่ YouTube ใช้แถลงทิศทางธุรกิจใหม่ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่การเปิดตัวเครื่องมือที่ช่วยให้แบรนด์ค้นหาและร่วมงานกับครีเอเตอร์ได้ง่ายขึ้น ไปจนถึงระบบที่เชื่อมโฆษณาบนแพลตฟอร์ม เข้ากับหน้าชำระเงินของมาร์เก็ตเพลสโดยตรง พร้อมทั้งเปิดพื้นที่ให้ครีเอเตอร์ชั้นนำของไทย สะท้อนมุมมองการทำงานร่วมกับแบรนด์จากประสบการณ์ตรง ก่อนปิดท้ายด้วยการประกาศผลรางวัล ซึ่งแคมเปญ It’s Detol Time ของเดทตอล คว้ารางวัลสูงสุดอย่าง Best of Thailand ไปครอง
YouTube กับบทบาทศูนย์กลางวัฒนธรรมของคนไทย
จากการสำรวจของ Google และ Kantar ในหัวข้อ Future of Video เมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 คนไทย 90% ยกให้ YouTube เป็นแพลตฟอร์มวิดีโอที่น่าเชื่อถือที่สุด ขณะที่ข้อมูลภายในของ YouTube ณ เดือนธันวาคม 2568 ระบุว่า ประเทศไทยมีช่อง YouTube ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 10,000 คน จำนวนกว่า 90,000 ช่อง และการอัปโหลดวิดีโอ YouTube Shorts เพิ่มขึ้น 85% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ราฟาเอล ซิสโลว์สกี Country Manager, Google ประเทศไทย กล่าวว่า ตลอด 12 ปีที่ผ่านมา YouTube เติบโตขึ้นจนกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนไทย และก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรม การเชื่อมโยงผู้คน และคอมเมิร์ซ
“วันนี้เราอยู่ในยุคของ YouTube ที่ขับเคลื่อนด้วยความคิดสร้างสรรค์และการเล่าเรื่องหลากหลายรูปแบบของครีเอเตอร์ไทย รวมถึงแบรนด์และเอเจนซีที่ยกระดับมาตรฐานงานโฆษณาอย่างต่อเนื่อง” ราฟาเอลกล่าว พร้อมระบุว่า YouTube ผสานความตั้งใจรับชมของผู้ชม ความไว้วางใจที่ครีเอเตอร์สั่งสมมา โซลูชันการช็อปปิงบนทุกหน้าจอ และพลังของ Google AI เข้าไว้ด้วยกัน จนกลายเป็นระบบนิเวศที่สนับสนุนครีเอเตอร์และพาร์ทเนอร์แบรนด์อย่างต่อเนื่อง
จารุเดช เลิศสุมิตรกุล Community Partner Manager, YouTube ประเทศไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า คำว่า “Culture” บน YouTube ไม่ได้หมายถึงกระแสไวรัลชั่วคราว แต่คือประสบการณ์ร่วมที่ผู้ชมให้เวลากับคอนเทนต์อย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างที่จารุเดชยกมาคือมิวสิกวิดีโอเพลง Bangkok City ของกระแต อาร์สยาม ซึ่งมียอดชมมากกว่า 27 ล้านวิว และต่อยอดกลายเป็นกระแส Dance Cover ไปจนถึงการแต่งกายสวมสไบกับยีนส์ไปเที่ยววัดอรุณ
3 ด้านที่ครีเอเตอร์ขับเคลื่อนวัฒนธรรม
จารุเดช กล่าวว่า ครีเอเตอร์กำลังขับเคลื่อนวัฒนธรรมผ่าน 3 ด้าน ได้แก่ ความบันเทิง การสร้างพลังและพัฒนาตนเอง และอีคอมเมิร์ซ
ในด้านความบันเทิง เวลาการรับชมละครทีวีบน YouTube เติบโตขึ้น 3 เท่าตัว คอนเทนต์แนวระทึกขวัญที่ขยายขอบเขตจากเรื่องผีไปสู่แนว True Crime มีเวลาการรับชมเพิ่มขึ้น 2 เท่าตัว และช่องท่องเที่ยว GoWentGo มียอด Watch Time จากการรับชมผ่านหน้าจอทีวีสูงถึง 75% ส่วนด้านการสร้างพลังและพัฒนาตนเอง วิดีโอพอดแคสต์ได้รับความนิยมสูง โดย Gen Z ในไทย 94% ยกให้ YouTube เป็นแพลตฟอร์มที่มีคอนเทนต์พอดแคสต์ดีที่สุด
จารุเดช กล่าวเพิ่มเติมว่า หมวดหมู่ความบันเทิงที่เติบโตอย่างมากอีกรูปแบบคือละครสั้นหรือ Micro Drama ทำให้ YouTube เปิดตัวฟีเจอร์ Shorts Series เพื่อให้ครีเอเตอร์จัดระเบียบคอนเทนต์ Shorts ให้อยู่ในรูปแบบตอนต่อตอน ผู้ชมจึงรับชมตามลำดับและค้นพบรายการใหม่ได้ง่ายขึ้น พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ลงโฆษณาเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของคอนเทนต์ที่มีการมีส่วนร่วมสูง
Creator Partnerships เครื่องมือใหม่เชื่อมแบรนด์กับครีเอเตอร์
ด้านกลยุทธ์ธุรกิจ YouTube เปิดตัว YouTube Creator Partnerships อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เป็นชุดเครื่องมือบน Google Ads ที่ช่วยให้แบรนด์และเอเจนซีค้นหาและร่วมงานกับครีเอเตอร์โดยตรง ผ่านระบบค้นหาที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ นักการตลาดสามารถค้นหาครีเอเตอร์จากคีย์เวิร์ด หมวดหมู่ หรือเทรนด์ พร้อมดูข้อมูลประชากรของผู้ชมและระดับการมีส่วนร่วมก่อนตัดสินใจติดต่อ ตามข้อมูลที่ YouTube ระบุ การนำสินทรัพย์ของครีเอเตอร์มาใช้ร่วมกับโฆษณาช่วยเพิ่มอัตราคอนเวอร์ชันได้สูงสุดถึง 30% และเพิ่มผลตอบแทนจากการทำการตลาดได้สูงสุด 40%
ในภาพรวม YouTube อ้างอิงผลการศึกษา Commissioned Analytic Edge MMM Meta Analysis ปี 2021-2025 ซึ่งรวบรวมการศึกษาการตลาดในหมวดสินค้าอุปโภคบริโภคของไทยจำนวน 23 การศึกษา พบว่า YouTube สร้างผลตอบแทนจากการทำการตลาดแบบ Full Funnel ได้สูงกว่าสื่อโดยรวม 1.51 เท่า และสูงกว่าทีวีแบบดั้งเดิม 1.71 เท่า ตัวอย่างที่นำมาอ้างอิงคือนีเวีย ประเทศไทย ซึ่งนำร่องใช้โซลูชันโฆษณาที่ครอบคลุมตั้งแต่การสร้างการรับรู้ไปจนถึงการสร้างคอนเวอร์ชัน รวมถึง Commerce Media Network ด้วย ผลลัพธ์คือยอดสั่งซื้อทางออนไลน์เพิ่มขึ้น 3 เท่า และยอดขายทางออฟไลน์เพิ่มขึ้น 32%
Commerce Media Network เชื่อมโฆษณาสู่หน้าชำระเงินโดยตรง
ผู้ชมสามารถชอปปิงจากคอนเทนต์ทุกรูปแบบและบนทุกหน้าจอผ่าน Commerce Media Network ซึ่งเชื่อมต่อนักช็อปที่มีความตั้งใจซื้อสูงจากโฆษณาบน YouTube ไปยังหน้าชำระเงินของ Shopee และ Lazada โดยตรง อาศัยข้อมูลการช็อปปิงแบบเรียลไทม์ เช่น สิ่งที่ผู้ใช้กำลังค้นหาหรือเพิ่มลงในตะกร้าสินค้า เพื่อให้มาร์เก็ตเพลสและแบรนด์นำเสนอโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของผู้ชมขณะกำลังรับชม
ข้อมูลจาก Google และ Kantar ปี 2569 ระบุว่า Gen Z ในไทย 87% เห็นว่า YouTube ช่วยให้ตัดสินใจซื้อสินค้าได้มั่นใจขึ้น สอดคล้องกับโปรแกรม YouTube Shopping Affiliate Program ที่เชื่อมเส้นทางการช็อปปิงจากวิดีโอไปยัง Shopee และ Lazada โดยปัจจุบันครีเอเตอร์ที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการมีมากกว่า 50% และมีการแท็กสินค้าในวิดีโอไปแล้วกว่า 6 ล้านคลิปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
จุดที่ YouTube ระบุเป็นลักษณะเฉพาะของแพลตฟอร์ม คือคอนเทนต์มีอายุการใช้งานยาวนาน โดย 40% ของยอดการดูวิดีโอเกิดขึ้นหลังจากเผยแพร่ไปแล้วมากกว่า 1 เดือน ตัวอย่างที่ยกมา คือช่องยำกินได้อร่อยด้วย ซึ่งคลิปที่อัปโหลดเมื่อ 6 ปีก่อนยังคงสร้างยอดขายและคอนเวอร์ชันได้ต่อเนื่อง คอนเทนต์ในลักษณะนี้ครอบคลุมสินค้าหลากหลายประเภท ตั้งแต่เครื่องสำอาง มอเตอร์ไซค์ ไปจนถึงบ้านน็อคดาวน์
มุมมองจากครีเอเตอร์ Shorts ไม่ได้แย่งเวลาคลิปยาว
ครีเอเตอร์ 3 ช่องร่วมแบ่งปันมุมมองการทำงานกับแบรนด์ ได้แก่ Kodey จากช่อง Good Day Official, Nae และ Pai จากช่อง ANO and Friends และ Jib Jannapa จากช่อง Jib Jannapa ทั้ง 3 ช่องมีความเห็นตรงกันใน 3 ประเด็นหลัก
ประเด็นแรก คือทิศทางของ Shorts Kodey เห็นว่าเวลาของผู้ชมยังคงเท่าเดิม แต่มีตัวเลือกคอนเทนต์มากขึ้น การใช้ Shorts ช่วยดึงผู้ชมเข้าสู่คลิปยาว และเป็นประโยชน์สำหรับการทำโฆษณาหรือคอลแลบร่วมกับแบรนด์ เพื่อให้มั่นใจว่าข้อความจะส่งถึงผู้ชม Nae และ Pai ให้ความเห็นในทิศทางเดียวกันว่า Shorts ช่วยดึงผู้ชมกลุ่มใหม่ที่ไม่เคยดูช่องมาก่อน และช่วยให้ผู้ชมรู้ล่วงหน้าว่าเนื้อหาตรงกับความสนใจหรือไม่ ขณะที่ Jib Jannapa ให้น้ำหนักกับคอนเทนต์แบบ Long-form ในการสร้างความไว้วางใจและความผูกพันกับผู้ชม แต่เห็นว่า Shorts มีบทบาทในการเปิดประตูให้คนรู้จักช่องได้ง่ายขึ้น และช่วยกระตุ้นยอดขายในกลุ่มบิวตี้และไลฟ์สไตล์
ประเด็นที่ 2 คืออายุของคอนเทนต์ ทั้ง 3 ช่องเห็นตรงกันว่าคอนเทนต์ไม่ได้หยุดสร้างผลลัพธ์หลังวันแรกที่เผยแพร่ Kodey ระบุว่าคอนเทนต์ประเภทที่คงคุณค่า เช่น รายการอาหารหรือพาไปเที่ยว ยังคงถูกค้นหาและรับชมต่อเนื่อง เพราะ YouTube แนะนำคลิปเก่ากลับมาให้ผู้ชมอย่างสม่ำเสมอ
Nae และ Pai เสริมว่ายอดวิวเติบโตขึ้นเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน และมีแฟนคลับส่งข้อความย้อนหลังมาถามหาสินค้าที่ปรากฏในคลิปอยู่เสมอ ส่วน Jib Jannapa ระบุว่าคลิปที่เผยแพร่มาแล้ว 2 ปียังมีผู้เข้ามาดู แสดงความคิดเห็น และสร้างยอดขายได้ต่อเนื่อง
ประเด็นที่ 3 คือแนวทางการนำเสนอสินค้าในคอนเทนต์ Kodey เห็นว่าการเล่าเรื่องมีจังหวะของตัวเอง และไม่จำเป็นต้องใส่สินค้าตั้งแต่นาทีแรกของคลิป Nae และ Pai ให้ความเห็นเสริมว่า ผู้ชมในปัจจุบันแยกแยะได้ว่าเนื้อหาใดเป็นการยัดเยียดขายสินค้า การนำเสนอที่ตรงจังหวะและสอดคล้องกับเนื้อหาจึงให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า พร้อมเสนอว่าแบรนด์และเอเจนซีควรเปิดโอกาสให้ครีเอเตอร์นำเสนอตามสไตล์ของตนเอง แทนที่จะกำหนดสคริปต์ตายตัว
“สิ่งสำคัญคือเหตุผลในการซื้อและการเล่าเรื่อง ผู้ชมตัดสินใจซื้อจากความไว้วางใจที่มีต่อครีเอเตอร์” Jib Jannapa กล่าว พร้อมกล่าวถึงฟีเจอร์ YouTube Shopping ที่ใช้ระบบ Time Stamp ให้ผู้ชมกดซื้อสินค้าได้ทันทีโดยไม่ต้องออกจากคลิปที่กำลังรับชม
เดทตอลคว้า Best of Thailand นำทัพผู้ชนะ YouTube Works Awards

แคมเปญที่ได้รับรางวัลจาก YouTube Works Awards Thailand 2026 ผ่านการคัดเลือกโดยคณะกรรมการภายใต้ความร่วมมือกับ Deloitte โดยรางวัล Best of Thailand ตกเป็นของแคมเปญ It’s Detol Time จากเดทตอล ผลงานของเอเจนซี SOUR Bangkok และ Phenomena ซึ่งคว้ารางวัล Best of Festive ในสาขาเดียวกันด้วย
รางวัล The Big Bang ตกเป็นของแคมเปญ Mother Strike จาก Snack Jack Ring ผลงานของ Digital Next Solutions Co., Ltd. และ Choojai and Friends ส่วนรางวัล Multiformat Storytelling ตกเป็นของแคมเปญ vivo V70 จาก Vivo ผลงานของ Initiative Thailand, SOUR Bangkok และ HAPPY ENDING FILM ขณะที่รางวัล Masters of Media ตกเป็นของแคมเปญ Scaling an AI-First Media Ecosystem จาก L’Oréal Thailand ผลงานของ WPP Media Thailand, L’Oréal Internal และ Wavemaker Partners
ในสาขาเอเจนซี Digital Next Solutions Co., Ltd. ได้รับรางวัล Media Agency of the Year, SOUR Bangkok ได้รับรางวัล Creative Agency of the Year และ Phenomena ได้รับรางวัล Specialty Agency of the Year
ผู้ชนะเลิศจาก YouTube Works Awards Thailand จะผ่านเข้าสู่เวที YouTube Works Awards Southeast Asia โดยจะมีการประกาศผลผู้ชนะระดับภูมิภาคในวันที่ 7 ตุลาคม 2569
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
SC Asset เปลี่ยนเสียงลูกบ้านเป็น ‘Live and Learn Home’ บ้านที่ปรับตามชีวิต
KBTG Techtopia: Human of Tomorrow เมื่อมนุษย์ต้องกำหนดทิศทาง AI
AI ยิ่งเก่ง ‘ทักษะมนุษย์’ ยิ่งสำคัญ



