TH | EN
TH | EN
หน้าแรก Interview GISTDA กับยุทธศาสตร์ภูมิสารสนเทศด้านอวกาศ เพื่อโอกาสทางเศรษฐกิจและความมั่นคง

GISTDA กับยุทธศาสตร์ภูมิสารสนเทศด้านอวกาศ เพื่อโอกาสทางเศรษฐกิจและความมั่นคง

เป็นเวลากว่า 60 ปีแล้วที่มนุษยชาติสามารถประดิษฐ์คิดค้นจรวดเชื้อเพลิงเหลวและดาวเทียมซึ่งนำไปสู่การสำรวจอวกาศทางกายภาพอย่างจริงจัง จากจุดเริ่มต้นของการเฝ้าสังเกตการณ์ดวงดาวและวัตถุบนท้องฟ้า พัฒนาสู่ความร่วมมือในการสร้างความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอวกาศ โดยเฉพาะดาวเทียมที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลภูมิสารสนเทศ (Geographic Information System-GIS) จากอวกาศส่งกลับมายังโลก ถูกพัฒนาเพื่อวัตถุประสงค์ใช้งานที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น  

อาทิ ดาวเทียมดาราศาสตร์สำหรับการสำรวจดวงดาวและวัตถุในอวกาศ ดาวเทียมเพื่อการติดต่อสื่อสารโดยใช้คลื่นวิทยุ ดาวเทียมสำรวจทรัพยากรโลกเพื่อการติดตามทรัพยากรสิ่งแวดล้อมและการจัดทำแผนที่ต่าง ๆ ดาวเทียมนำร่องในการหาตำแหน่งพื้นที่บนโลก ดาวเทียมจารกรรมเพื่อประโยชน์ในกิจการทางทหาร ป้องกันการจารกรรมและการเตือนภัยการโจมตีทางอากาศ และดาวเทียมอุตุนิยมวิทยาเพื่อกิจการพยากรณ์อากาศโลก ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการประยุกต์ใช้ข้อมูลอวกาศเป็นมากกว่าการเรียนรู้เรื่องของระบบสุริยจักรวาล แต่นำมาซึ่งการพัฒนาระบบเศรษฐกิจ ส่งเสริมความมั่นคงของประเทศ ตลอดจนสร้างความยั่งยืนให้มนุษย์และสิ่งแวดล้อม

จีไอเอสกับการพัฒนาประเทศ

ข้อมูลภูมิสารสนเทศ หรือจีไอเอส (GIS – Geographic information system) ปัจจุบันมีบทบาทสำคัญสูงต่อการส่งเสริม “ความมั่นคงของประเทศ” และ “ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ” ความที่จีไอเอสเป็นข้อมูลที่ปรากฎทั้งภาพและตัวอักษรในรูปแบบข้อมูลเชิงแผนที่ซึ่งถูกปรับปรุงให้ใหม่เสมอด้วยเทคโนโลยีดาวเทียม ซึ่งทำให้สามารถมองเห็นความเปลี่ยนแปลงทางภูมิศาสตร์ที่เกิดขึ้นบนโลกได้อย่างชัดเจนและฉับไวมากขึ้น

เมื่อประเด็นความมั่นคงของประเทศที่สัมพันธ์กับการใช้ข้อมูลด้านจีไอเอสกำลังถูกท้าทายว่า ถึงเวลาแล้วหรือยังที่แต่ละประเทศควรมีกองทัพอวกาศ อันหมายถึง การมีดาวเทียมเป็นของตัวเอง เพื่อการใช้งานที่แยกจากกันโดยเด็ดขาดระหว่างการใช้งานทางธุรกิจและงานความมั่นคง หรือระหว่างกิจการพลเรือนและกิจการทางทหาร อาทิ การใช้ข้อมูลด้านจีไอเอสเพื่อติดตามความเคลื่อนไหวเพื่อการวางแผนป้องกันประเทศ การกำหนดข้อมูลการสื่อสารที่เป็นความลับเพื่อป้องกันการสอดแนม ส่วนความมั่นคงทางเศรษฐกิจจะไปเกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลที่ได้รับจากอวกาศเพื่อสร้างธุรกิจที่ยั่งยืนในหลายมิติ เช่น การส่งเสริมภาคการเกษตรโดยอาศัยข้อมูลด้านภูมิอากาศในการวางแผนด้านผลผลิต ภาคการขนส่งและคมนาคมซึ่งอาศัยการศึกษาแผนที่ทางดาวเทียมเพื่อพัฒนาระบบขนส่ง การใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ ข้อมูลเชิงตำแหน่งเพื่อกำหนดเขตการลงทุนได้อย่างเหมาะสมและคุ้มค่า

มูลค่าเศรษฐกิจอวกาศ

เมื่อนิยามกิจการอวกาศถูกพูดถึงในมิติของคำว่า “เศรษฐกิจอวกาศ” หรือ Space Economy ซึ่งทำลายกำแพงการผูกขาดโดยรัฐหรือประเทศมหาอำนาจใด ๆ แต่เป็นเรื่องที่ทุกประเทศหรือทุกองค์กรสามารถดำเนินธุรกิจหรือกิจการด้านอวกาศได้ ตั้งแต่ระดับนอกโลก (Outer Space) เช่น การส่งดาวเทียมไปโคจรในอวกาศเพื่อการเก็บข้อมูล การสื่อสาร การรักษาความปลอดภัย และระดับพื้นโลก (Ground Station) ในการรับและนำสัญญาณข้อมูลดาวเทียมไปหนุนเสริมการพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อการใช้ประโยชน์ด้านต่าง ๆ  

ในต่างประเทศเคยมีการคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจอวกาศในปี 2567 ไว้สูงราว 7 หมื่นล้านบาท ในขณะที่ปี 2569 จะเพิ่มเป็น 1 แสน 3 หมื่นล้านบาท สำหรับประเทศไทยในแต่ละปีจะมีเศรษฐกิจที่หมุนเวียนเกี่ยวข้องกับกิจการอวกาศประมาณ 1 หมื่นล้านบาท โดยเป็นการพัฒนาแอปพลิเคชันเป็นส่วนใหญ่

ดร. ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) GISTDA กล่าวกับ The Story Thailand ว่า ในระยะ 10 ปีที่ผ่านมา บุคลากรด้านกิจการอวกาศของไทยมีจำนวนเพิ่มขึ้นทั้งจากภาคภาครัฐและเอกชน รวมถึงเด็กรุ่นใหม่จบการศึกษาด้านอวกาศหรือดาวเทียมมาโดยตรง ทำให้มั่นใจได้ว่าในอีก 10-15 ปีข้างหน้า ไทยจะมีบุคลากรที่มากพอในการขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็นเป็นตลาดเกิดใหม่ด้านเศรษฐกิจอวกาศได้แน่นอน นอกจากนี้ ยังมีบริษัทเอสเอ็มอีเกิดใหม่อีกมากกว่า 10 บริษัท ซึ่งสามารถพัฒนานวัตกรรมที่ไฮเทคมากๆ เรื่องกิจการอวกาศ ทั้งนี้ ยังไม่นับรวมบริษัทขนาดใหญ่ และธุรกิจปลายน้ำที่นำเอาข้อมูลจากอวกาศมาใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ซึ่งก็มีจำนวนมากอยู่แล้ว 

“ด้วยความที่เทคโนโลยีอวกาศมีการขับเคลื่อนเร็ว และมีทิศทางเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเยอะมาก เกิดความต้องการใช้ข้อมูลด้านจีไอเอสอย่างมากเพื่อสร้างโซลูชันที่ตอบโจทย์การดำรงชีวิตของมนุษย์ อีกทั้งตัวเทคโนโลยีเองก็มีความหลากหลายและต้นทุนถูกลง ดังนั้น รัฐจึงมีหน้าที่ในการเตรียมโครงสร้างพื้นฐานให้พร้อมต่อการพัฒนาแผนภูมิสารสนเทศเพื่อขับเคลื่อนและส่งเสริมเศรษฐกิจการค้า”  

15 ปียุทธศาสตร์อวกาศไทย 

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) GISTDA (จิสด้า) ถือเป็นหน่วยงานยุทธศาสตร์สำคัญในการส่งเสริมเทคโนโลยีโอกาส ตลอดจนกำหนดทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและนวัตกรรมภูมิสารสนเทศของไทยให้สามารถแข่งขันกับนานาประเทศ

หนึ่งในภารกิจสำคัญของจิสด้าโดยคณะกรรมการภูมิสารสนเทศแห่งชาติ คือ การร่างแผนแม่บทกิจการอวกาศของประเทศ 15 ปี และการจัดทำร่างพระราชบัญญัติกิจการอวกาศ เพื่อให้ได้กฎระเบียบและแนวปฏิบัติที่เอื้อต่อการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจอวกาศและกิจการอวกาศต่าง ๆ ใน 3 แนวทางหลัก ได้แก่ หนึ่ง การผลักดันให้เกิดการประยุกต์ใช้ข้อมูลด้านจีไอเอสไปสู่การพัฒนาระบบเศรษฐกิจไทยในทุกภาคส่วน ทั้งภาคการเกษตร อุตสาหกรรม คมนาคมขนส่ง ธุรกิจและการตลาด เป็นต้น

สอง การระดมทุน หรือการจัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวกับข้อมูลด้านจีไอเอส เพื่อให้นักพัฒนาสามารถเข้าถึงข้อมูลให้มากที่สุด และเกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับการนำไปใช้ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาซอฟต์แวร์แอปพลิเคชัน การใช้งานไอโอที ดิจิทัล ทวิน ข้อมูลระบบสถิติต่าง ๆ ในประเทศไทย (The National Statistic System-TNSS) 

และ สาม การอำนวยความสะดวกด้านการจัดหาแหล่งเงินทุนเพื่อส่งเสริมธุรกิจเอสเอ็มอีหรือสตาร์ตอัพในการต่อยอดธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นโรงงานสร้างและประกอบดาวเทียม การพัฒนาระบบรับสัญญาณดาวเทียม ตลอดจนการปรับปรุงกฎระเบียบต่าง ๆ ในการเข้าถึงข้อมูล ระบบลงทะเบียน และทะเบียนนวัตกรรมที่ง่ายและสะดวกมาก 

โดยแผนส่งเสริมกิจการอวกาศ 15 ปี ประกอบด้วย 8 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ 1) ยุทธศาสตร์ด้านกิจการความมั่นคงของประเทศทั้งด้านการทหาร เศรษฐกิจ ธุรกิจ และการดำรงชีวิต 2) ยุทธศาสตร์ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อลดปริมาณคาร์บอน ฝุ่นละออง การเตือนภัยและป้องกันภัยพิบัติต่าง ๆ 3) ยุทธศาสตร์การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับกิจการอวกาศ 4) ยุทธศาสตร์การพัฒนาทรัพยากรบุคคลด้านเทคโนโลยีอวกาศ 5) ยุทธศาสตร์การสนับสนุนเอสเอ็มอีและบริษัทที่เกี่ยวข้องกับกิจการอวกาศเพื่อเป้าหมายเชิงเศรษฐกิจผ่านการจัดหาแหล่งเงินทุน การพัฒนานวัตกรรม การพัฒนาบุคลากร ตลอดจนการสร้างงาน และหาตลาดเป้าหมาย 6) ยุทธศาสตร์ความร่วมมือระหว่างประเทศในการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ 7) การจัดทำพระราชบัญญัติกิจการอวกาศเพื่อมุ่งให้เกิดการส่งเสริมอย่างมีทิศทางและเป็นระบบ และ 8) ยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเครื่องมือต่าง ๆ 

ยุทธศาสตร์ทั้ง 8 ข้อ เน้นการส่งเสริมทั้งห่วงโซ่ต้นน้ำ (Upstream) คือ การพัฒนาเชิงเทคโนโลยีและวิศวกรรมด้านอวกาศเพื่อกิจการนอกโลกและบนพื้นโลก และห่วงโซ่ปลายน้ำ (Downstream) คือ การบูรณาการเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลด้านจีไอเอสจากอวกาศ และข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ บนพื้นโลกมาวิเคราะห์และเกิดการใช้ประโยชน์ร่วมกัน

โดยแบ่งการทำงานออกเป็น 3 ระยะ สั้น-กลาง-ยาว ตลอดจนยกระดับไทยจากการเป็นผู้ใช้ไปสู่การเป็นผู้พัฒนาและเจ้าของเทคโนโลยีด้วยตัวเองให้ได้ในอนาคต ซึ่งแผนแม่บทฯ ณ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่ทางกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี

ไทยในห่วงโซ่กิจการอวกาศ

ประเทศไทยถือว่ามีศักยภาพที่แข็งแกร่งในการพัฒนาห่วงโซ่ปลายน้ำของกิจการอวกาศ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ประโยชน์ของข้อมูลด้านจีไอเอสดาวเทียมเพื่อพัฒนาแอปพลิเคชันที่ครอบคลุมรอบด้านทั้งการใช้ชีวิตประจำวัน การส่งเสริมธุรกิจภาคการเกษตร อุตสาหกรรม การสื่อสาร ระบบคมนาคมและโลจิสติกส์ต่าง ๆ  อาทิ การพัฒนาแผนที่จากดาวเทียมการใช้ช้อมูลเชิงแผนที่ ข้อมูลเชิงตำแหน่งในการบอกเส้นทาง หรือระบุพิกัดที่ตั้งที่เหมาะสมในการลงทุนด้านอุตสาหกรรม เป็นต้น ประกอบกับที่ตั้งของไทยซึ่งอยู่ในตำแหน่งการรับสัญญาณดาวเทียมของอาเซียนที่ดี จึงทำให้การรับ-ส่งข้อมูลมีความแม่นยำสูง ส่วนแนวโน้มใหม่ที่ประเทศไทยกำลังส่งเสริมผลักดัน คือ การใช้จีไอเอสในมิติของการลดปริมาณคาร์บอนที่นำมาซึ่งมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม เช่น คาร์บอนเครดิต

สำหรับห่วงโซ่ต้นน้ำที่เกี่ยวข้องกับงานด้านวิศวกรรม เช่น การสร้างยานอวกาศ ดาวเทียม ซึ่งใช้เทคโนโลยีชั้นสูงเป็นสิ่งที่ไทยเริ่มมองเห็นสัญญาณการเติบโตจากการที่มีสตาร์ทอัปเกิดขึ้นจำนวนมากและเริ่มเดินเข้าสู่ตลาดมากขึ้น ซึ่งขณะนี้มีมากกว่า 10 บริษัท ทั้งที่เกิดจากน้องๆ มหาวิทยาลัยและอาจารย์ร่วมกันสร้าง การเกิดขึ้นของบริษัทภาคเอกชนในการผลิตชิ้นส่วนประกอบดาวเทียม เช่น มิว สเปซฯ (mu Space) หรือน้องคนไทยในสหรัฐอเมริกาที่กำลังศึกษาวิจัยเรื่องวัสดุศาสตร์สำหรับนำมาใช้ในการทำยานอวกาศ ดาวเทียม 

สิ่งที่รัฐต้องให้การสนับสนุน คือ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การสร้างโรงประกอบ-ทดสอบดาวเทียม ซึ่งได้รับความสนใจจากทั้งบริษัทคนไทยและต่างชาติเข้ามาใช้บริการ รวมถึงการเปิดให้เข้าถึงข้อมูลสำหรับบริษัทที่ต้องการสร้างนวัตกรรมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ ทั้งจากฝั่งของการใช้ข้อมูล และการสร้างดาวเทียม ซึ่งเป็นการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้เกิดขึ้นทั้งทางตรงและทางอ้อม 

“ประเทศไทยเมื่อ 20 ปีที่แล้ว เราถนัดงานปลายน้ำ คือ การนำข้อมูลมาใช้ แต่ไม่สันทัดงานต้นน้ำที่เป็นงานด้านวิศวกรรมดาวเทียม อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ทุกอย่างกำลังเดินไปอย่างรวดเร็ว เรารุกเข้าสู่ตลาดต้นน้ำมากขึ้น ขณะที่มีนวัตกรรมปลายน้ำเกิดใหม่มากขึ้นเช่นกัน อย่างเรื่องการจัดการมลพิษในอวกาศ (Toxic Management) ไทยกำลังโตขึ้นเรื่อย ๆ และเริ่มเดินสายประมูลงานและการขายงานในประเทศต่าง ๆ เพิ่มขึ้น”  

ประสานความร่วมมือรัฐ-เอกชน

ดร.ปกรณ์ กล่าวว่า บทบาทของจิสด้าในการร่วมมือกับภาครัฐมุ่งเน้นให้เกิดทั้งด้านงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรม การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี การส่งเสริมเศรษฐกิจ และการสร้างคนมีด้วยกันหลายประการ อาทิ การร่วมมือกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA)  การทำงานร่วมกับกระทรวงกลาโหมด้านความมั่นคงของประเทศ ร่วมกับกระทรวงมหาดไทยในการเฝ้าระวังและป้องกันน้ำท่วม ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการดูแลผลผลิตทางเกษตร หรือร่วมกับกรมทางหลวงเกี่ยวกับการกำกับเส้นทางคมนาคม รวมถึงการพัฒนาทรัพยากรบุคคล ทั้งการสร้างหลักสูตรต่าง ๆ ในการพัฒนาดาวเทียม หลักสูตรการประยุกต์ใช้ข้อมูลโดยร่วมมือกับต่างประเทศเพื่อส่งคนไปศึกษาหรือรับการฝึกอบรมทุกปี 

สำหรับความร่วมมือกับเอกชน จิสด้าทำหน้าที่ส่งต่อความร่วมมือที่เกิดขึ้นกับภาครัฐไปสร้างประโยชน์ให้กับเอกชน เช่น การสร้างเศรษฐกิจธุรกิจจากการใช้ข้อมูลที่เกิดขึ้นไปพัฒนาเทคโนโลยีและธุรกิจ รวมถึงการพัฒนาองค์ความรู้เพื่อหนุนเสริมขีดความสามารถของบุคลากร (Capacity Building) ผ่านคอร์สฝึกอบรมต่าง ๆ ให้กับประชาชนทั่วไป นักศึกษา อาจารย์ หรือภาคเอกชน ความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐในการส่งเสริมเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัปทั้งในเรื่องวิศวกรรมอวกาศ และภูมิสารสนเทศ ทั้งการจัดหาเงินทุน การแบ่งปันข้อมูล การจัดแข่งขันเพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างนวัตกรรมหรือแอปพลิเคชันใหม่ ๆ กระทั่งการทดลองสร้างแซนด์บ็อกซ์ และการพัฒนาบุคลากรด้านกิจการอวกาศที่ต้องมีงานมารองรับ 

“ข้อมูลด้านจีไอเอสจากอวกาศ ถือเป็นหัวใจที่เป็นภาครัฐต้องลงทุน จัดหา และส่งเสริมทุกภาคส่วนให้เกิดการใช้งานที่มากที่สุด เสียเปล่าน้อยที่สุด เพราะปัจจุบันเทคโนโลยีและกิจการอวกาศไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งที่มนุษย์ได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้อยู่แล้วทุกวัน ดังนั้น กิจการอวกาศจึงถือเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจที่ไม่ควรมองข้าม และต้องช่วยกันขับเคลื่อนให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งกับประเทศไทยและโลกของเรา” 

STAY CONNECTED

0แฟนคลับชอบ
0ผู้ติดตามติดตาม

Lastest News

KATALYST STARTUP LAUNCHPAD 2022 เหลาคมแนวคิด “ธุรกิจสตาร์ทอัพ” จากต้นตำรับ Silicon Valley

ปิดโครงการปีที่ 3 ของ KATALYST STARTUP LAUNCHPAD 2022 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมี “Project EV” สตาร์ทอัพที่มีรูปแบบธุรกิจที่ชัดเจน สร้างผลกกระทบต่ออุตสาหกรรม เป็นผู้ชนะการประกวดแนวคิดและแผนธุรกิจ

AWS แนะวิธียกระดับในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกให้สามารถแข่งขันได้ในเศรษฐกิจดิจิทัล

นับตั้งแต่ปี 2560 ผู้คนกว่าห้าล้านคนจากทั่วทั้งภูมิภาคได้รับการฝึกอบรมทักษะด้านระบบคลาวด์จาก AWS การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลที่เกิดขึ้นทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นที่เกิดขึ้นและน่าสนับสนุนในเวลาเดียวกัน

‘เมล่อน เมดิคอล’ คลีนิคออนไลน์จากทีมหมอที่เข้าใจกระบวนการรักษาทั้งระบบ

เมล่อน เมดิคอล แพลตฟอร์มแพทย์ทางไกล ตรวจรักษาคนไข้ทางออนไลน์พัฒนาโดยทีมแพทย์คนไทย ที่เข้าใจเรื่องการกระบวนการรักษาทั้งระบบ ต่อยอดการช่วยเหลือคนไทยในช่วงสถานการณ์ระบาดของโควิด-19

เตือนภัยรถ 6 แสนคัน เปลี่ยนด่วน ‘ถุงลมนิรภัย’ ชี้เสี่ยงระเบิดรุนแรงจากสารแอมโมเนียมไนเตรท

ผู้เชี่ยวชาญ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เตือนภัยจากเหตุไม่คาดฝัน หนุ่มวัย 46 ปี บาดเจ็บสาหัสเฉียดตาย ถูกแอร์แบค หรือถุงลมนิรภัยรถยนต์ระเบิดใส่ ชิ้นส่วนฝังเข้าบริเวณอกและท้อง

เปิดตัว ‘Motorist’ แอปจัดการรถยนต์ครบวงจร สำหรับเจ้าของรถ

Motorist เป็นแพลตฟอร์มชั้นนำจากประเทศสิงคโปร์ที่ให้บริการผู้ขับขี่รถยนต์ที่ครบวงจร ไม่ใช่เพียงแค่การซื้อ-ขายเท่านั้น แต่รวมทุกอย่างที่เจ้าของรถต้องการ

10 ข้อควรรู้เกี่ยวกับที่มา และ ตลาดคาร์บอนเครดิต

คาร์บอนเครดิต เป็นเรื่องที่กำลังได้รับความสนใจในวงกว้าง โดยเฉพาะภาคธุรกิจที่เห็นว่า ในกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศได้กำหนดให้มีการใช้กลไกทางตลาดในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

รถยนต์ไฮโดรเจน FCEV อีกทางเลือกของยุคพลังงานสะอาด

หนึ่งในแนวทางที่จะช่วยชะลอไม่ให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้นก็คือ การพัฒนายานยนต์ที่ไม่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า EV หรือ Electric Vehicle

การทางพิเศษฯ จับมือ หัวเว่ย วางโครงการสร้างทางพิเศษอัจฉริยะแห่งแรกในประเทศไทย

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ร่วมกับ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จํากัด ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อสร้างความร่วมมือร่วมมือในโครงการสร้างทางพิเศษอัจฉริยะ (Smart Expressway) ของประเทศไทย

5 ประโยชน์และความคุ้มค่า เมื่อปรับบ้านให้เป็นแหล่งผลิตไฟฟ้า ด้วยหลังคา SCG SOLAR ROOF

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ปัจจุบันการใช้พลังงานแสงอาทิตย์กำลังเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในทั่วโลกและในประเทศไทย ทั้งในภาคอุตสาหกรรมและครัวเรือน โดยเฉพาะหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมา

เปิดใจไรเดอร์พิการ สู้ชีวิตส่งเสียตัวเองจบปริญญา ก้าวสู่เสาหลักครอบครัว

3 ธันวาคมของทุกปี คือ “วันคนพิการสากล” ซึ่งถูกกำหนดโดยองค์การสหประชาชาติ เพื่อให้คนทั่วโลกสนับสนุนศักยภาพและเปิดโอกาสให้คนพิการได้ประกอบอาชีพด้วยการพึ่งพาตัวเองได้อย่างเท่าเทียมกับคนทั่วไป

MUST READ

Canon ยกทัพดิจิทัลโซลูชัน ชูนวัตกรรมดันไทยสู่เมืองอัจฉริยะ ในงาน “THAILAND SMART CITY EXPO 2022”

บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด ยกขบวนโซลูชันและนวัตกรรมเทคโนโลยี ตอบรับการพัฒนาเมืองยุคดิจิทัล ร่วมแสดงในงาน “THAILAND SMART CITY EXPO 2022”

ทรู จับมือ มาม่า ส่งแคมเปญ ‘มาม่าแจกเน็ตทรูฟรีทุกคัพ ลุ้นทองทุกสัปดาห์’

ทรู คอร์ปอเรชั่น ผนึกมาม่า ผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ส่งแคมเปญใหญ่โค้งสุดท้ายของปี กับ “มาม่าแจกเน็ตทรูฟรีทุกคัพ ลุ้นทองทุกสัปดาห์”

MAT จัดงาน “Thailand Marketing Day 2022 : The Game Changer” เผยทิศทางการตลาดแห่งอนาคต

สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย จัดงานวันนักการตลาด “Thailand Marketing Day 2022 : The Game Changer” สุดยอดฟอรั่มการตลาดแห่งปีที่รวมหลากเรื่องราวของความเปลี่ยนแปลงในโลก Post-Pandemic

การทางพิเศษฯ จับมือ หัวเว่ย วางโครงการสร้างทางพิเศษอัจฉริยะแห่งแรกในประเทศไทย

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ร่วมกับ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จํากัด ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อสร้างความร่วมมือร่วมมือในโครงการสร้างทางพิเศษอัจฉริยะ (Smart Expressway) ของประเทศไทย
Newsletter

สนใจรับข่าวสารจาก The Story Thailand อัพเดตก่อนใคร สมัคร Newsletter กับเราเพียงกรอกอีเมลเท่านั้น