TH | EN
TH | EN
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกBusinessไทยพาณิชย์ร่วมกับศศินทร์ มอบรางวัล Bai Po Business Awards ยกย่อง SME ไทย

ไทยพาณิชย์ร่วมกับศศินทร์ มอบรางวัล Bai Po Business Awards ยกย่อง SME ไทย

ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมกับสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เล็งเห็นความสำคัญในการส่งเสริมเอสเอ็มอีไทยให้แข็งแกร่ง สามารถพัฒนาคุณภาพและสร้างความแตกต่างที่โดดเด่น ประกาศผลรางวัลเกียรติยศแห่งความภาคภูมิใจของเอสเอ็มอีไทย “Bai Po Business Awards by Sasin ครั้งที่ 17” ยกย่อง 7 ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จในมิติที่มีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจและเพื่อเป็นแรงบันดาลใจแก่เอสเอ็มอีรายอื่น ๆ โดยมีอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ เป็นประธานมอบรางวัล

อาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ธนาคารมีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนธุรกิจเอสเอ็มอีมาโดยตลอด ทั้งด้านบริการทางการเงิน การให้ข้อมูลความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาศักยภาพผ่านโครงการอบรม สัมมนาต่าง ๆ พร้อมกับเพิ่มโอกาสในการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจเพื่อให้เอสเอ็มอีเติบโตไปด้วยกัน ธนาคารจึงร่วมกับสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดมอบรางวัล Bai Po Business Awards by Sasin ครั้งที่ 17 เพื่อยกย่องเอสเอ็มอีไทยที่สามารถเติบโตและโดดเด่นในหลากหลายมิติท่ามกลางความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงจากปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ รวมถึงกระแสดิสรัปต์ของเทคโนโลยี ภายใต้การปฏิบัติดีต่อสังคมส่วนรวม ที่สำคัญรางวัลนี้ยังมีการติดตามพัฒนาการของผู้ได้รับรางวัลอย่างต่อเนื่องในระยะยาว พร้อมทั้งคอยแนะนำส่งเสริมธุรกิจเหล่านี้ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ทั้งหมดนี้ก็เพื่อผลักดันให้ธุรกิจของเอสเอ็มอีให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

“ตลอดระยะเวลาของการจัดโครงการ พบว่า ธุรกิจเอสเอ็มอีจะเล็กหรือใหญ่นั้นไม่สำคัญ แต่อยู่ที่เก่งหรือไม่เก่ง ประกอบกับมีแนวคิดที่ยั่งยืน เมื่อเจอกับวิกฤตสามารถปรับตัวและนำพาองค์กรไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็วทันกับสถานการณ์ และยังได้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของผู้ประกอบการในยุคนี้ ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องของ Logistic มากยิ่งขึ้น คำนึงถึงความยั่งยืนทั้งของธุรกิจตนเอง สังคม และสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ กลุ่มธุรกิจธนาคารไทยพาณิชย์มีความพร้อมที่จะผลักดันและสนับสนุนธุรกิจเอสเอ็มอีในหลากหลายมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจสีเขียว (Green) เพื่อร่วมกันสร้างสังคมให้มีความก้าวหน้าและเติบโตไปด้วยกัน”

รศ.ดร.ชัยพงษ์ พงษ์พานิช รองผู้อำนวยการ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่ารางวัล Bai Po Business Awards by Sasin ช่วยกระตุ้นและสร้างแรงบันดาลใจให้กับเอสเอ็มอีรายอื่น ๆ ให้สามารถยกระดับธุรกิจของตนเอง เชื่อมโยงระหว่างกลุ่มผู้ประกอบการเข้าไว้ด้วยกัน และร่วมกันเปลี่ยนแปลง เพื่อสร้างโลกที่ดีขึ้น ยั่งยืนขึ้น ซึ่งการสร้างความยั่งยืนถือเป็นสิ่งที่สำคัญ สามารถใช้พลังความเป็นผู้ประกอบการหาวิธีการใหม่ ๆ สร้างนวัตกรรม ให้เกิดความยั่งยืนทั้งด้านผลประกอบการ สิ่งแวดล้อม และสังคม ควบคู่กันไป

ประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ MAI ในฐานะตัวแทนคณะกรรมการตัดสินรางวัล กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมากกว่า 3 ล้านรายและมีบทบาทต่อการจ้างงานราว 70% ภาคเอสเอ็มอีจึงนับเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจในประเทศ สำหรับเส้นทางการเติบโตเอสเอ็มอีไทยในปี 2022 ปัจจัยที่ต้องระวังคงหนีไม่พ้นเรื่องต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากผลกระทบของ COVID-19 การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานยังส่งผลกระทบต่อการผลิตทั่วโลกทำให้มีความยากในการวางแผนอนาคต ดังนั้นการวางแผนรับมือในเหตุการณ์ไม่ปกติจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่เอสเอ็มอีต้องทำ

สำหรับยุทธศาสตร์ที่ทุกธุรกิจต้องโฟกัส คือ “การปรับตัว” อย่างเร่งด่วนใน 5 ด้าน เริ่มต้นจาก 1) ปรับเปลี่ยนวิสัยทัศน์ ทุกวิกฤติการณ์ที่ต้องเจอต่อจากนี้ไปจะทำให้เราแข็งแกร่ง 2) ปรับตัวให้ทันกับเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของดิจิทัล ผลักดันธุรกิจเข้าสู่แพลตฟอร์ม E-commerce และอย่าหันหลังให้นวัตกรรม 3) ปรับกลุ่มเป้าหมายใหม่รู้จักกระจายความเสี่ยง 4) ปรับวิธีการหารายได้จากธุรกิจรูปแบบใหม่ ๆ มองหาแนวร่วมเครือข่ายเอสเอ็มอีเพื่อต่อยอดธุรกิจไปด้วยกัน และ 5) ปรับองค์กรให้คล่องตัวอยู่เสมอ ทั้งนี้ การทำธุรกิจต้องมียุทธศาสตร์ที่ชัดเจน รู้จุดยืนในแบรนด์ของตนเอง รวมถึงคำนึงถึงลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญ และสิ่งที่ขาดไม่ได้ที่สุดคือ การคำนึงถึงความยั่งยืนในการทำธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่ต้องเผชิญกับวิกฤติ COVID-19 ที่เป็นชนวนสร้างจุดเปลี่ยนของโลกธุรกิจไปตลอดกาล 

สำหรับการตัดสินรางวัล Bai Po Business Awards by Sasin ในครั้งที่ 17 นี้ มีธุรกิจที่ได้รับรางวัล จำนวน 7 ราย โดยแบ่งเป็นผู้ที่ได้รับรางวัลตามมิติการพิจารณารางวัลของโครงการ จำนวน 6 ราย และเนื่องด้วยทางโครงการได้เล็งเห็นความโดดเด่นของเอสเอ็มอีที่เป็นองค์กรที่มีส่วนสำคัญในการส่งเสริมคุณค่าแก่สังคม จึงได้มีการพิจารณามอบรางวัลพิเศษ จำนวน 1 ราย ดังนี้

  1. บริษัท อี-เอ็มพาวเวอร์เมนท์ จำกัด ธุรกิจคลังสินค้าออนไลน์ ภายใต้ชื่อ MyCloudFulfillment มีบริการที่พร้อมอำนวยความสะดวก 3 ด้านหลัก คือ เก็บ แพ็ก ส่งสินค้า ล่าสุดบริษัทได้รับเงินลงทุนระดับ Series B มูลค่า 7.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 250 ล้านบาท จาก JWD Group และ SCB 10X โดยมีเป้าหมายที่จะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนนำไปเพิ่มศักยภาพด้านคลังสินค้าและการรองรับการขยายตัวของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ได้รับรางวัลในมิติ องค์กรที่มีการสร้างสรรค์นวัตกรรม การบริหารจัดการด้านสินค้าและบริการที่สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า และการสร้างธุรกิจด้วยพลังแห่งการเป็นผู้ประกอบการ
  2. บริษัท ไทยอินโนฟู้ด จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายแหนมรูปแบบต่าง ๆ ภายใต้ชื่อ แหนมดอนเมือง กม.26 และ แหนมสุทธิลักษณ์นับเป็นรายแรกของประเทศไทยที่นำนวัตกรรมการฉายรังสีในอาหารมาใช้กับผลิตภัณฑ์แหนม เพื่อฆ่าเชื้อโรคโดยปราศจากสารกัมมันตรังสีตกค้าง  และเป็นรายแรกที่นำเทคโนโลยีสุญญากาศมาใช้กับบรรจุภัณฑ์แหนม หัวใจหลักที่สำคัญอีกประการที่ทำให้บริษัทก้าวสู่ความสำเร็จก็คือการให้ความสำคัญกับด้านการพัฒนาบุคลากรเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจ นอกจากนี้ ยังมีการวางแผนรับมือกับความเสี่ยงจากภาวะวิกฤติต่าง ๆ อยู่เสมอ ได้รับรางวัลในมิติ องค์กรที่มีการสร้างสรรค์นวัตกรรม การบริหารจัดการด้านบุคลากร และการสร้างธุรกิจด้วยพลังแห่งการเป็นผู้ประกอบการ
  3. บริษัท แพค คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ผู้สร้างสรรค์และพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมเครื่องทำน้ำร้อน และเครื่องปรับอากาศประหยัดพลังงาน ภายใต้แบรนด์ “PAC” ผลิตภัณฑ์เด่นคือ เครื่องทำน้ำร้อนจากคอมเพรสเซอร์เครื่องปรับอากาศ ที่นำเทคโนโลยีการหมุนเวียนนำเอาพลังงานที่สูญเปล่ามาใช้ให้เกิดประโยชน์ ช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานไฟฟ้าให้กับผู้ใช้ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ได้รับรางวัลในมิติ องค์กรที่มีการสร้างสรรค์นวัตกรรม การบริหารจัดการด้านสินค้าและบริการที่สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า และการสร้างธุรกิจด้วยพลังแห่งการเป็นผู้ประกอบการ
  4. บริษัท วิยะเครป โปรดักส์ จำกัด  ผู้ผลิตและส่งออกเนื้อปูพาสเจอไรซ์บรรจุกระป๋องและถุงแช่เย็น ภายใต้แบรนด์ Siam Crab Viya Crab Swasdee Crab และ Smile Crab รวมถึงต่อยอดเป็นสินค้าแปรรูปอื่น ๆ ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ รวมถึงร้านอาหาร “ชาวเลซีฟู้ดส์” นอกจากนี้ ยังคำนึงถึงการสร้างความยั่งยืนด้วยการจัดตั้ง “ธนาคารปูม้า” เพื่อคืนปูม้าสู่ท้องทะเลไทย คืนกำไรให้กับสังคม ได้รับรางวัลในมิติ องค์กรที่มีการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และการสร้างธุรกิจด้วยพลังแห่งการเป็นผู้ประกอบการ
  5. บริษัท สเปเชี่ยลตี้ เนเชอรัล โปรดักส์ จำกัด  ผู้นำในด้านการผลิตสารสกัดสมุนไพรเป็นวัตถุดิบสารออกฤทธิ์ด้านสุขภาพและความงาม สำหรับอุตสาหกรรมยาพัฒนาจากสมุนไพร ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ ยาสามัญ ยาแผนโบราณ เครื่องดื่ม เวชสำอาง และทางการแพทย์ ถือเป็นผู้ผลิตรายหลักในประเทศไทยที่สามารถผลิตสารสกัดสมุนไพรไทยที่ได้มาตรฐานระดับสากล ได้รับรางวัลในมิติ องค์กรที่มีการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน องค์กรที่มีการสร้างสรรค์นวัตกรรม การบริหารจัดการด้านการเงิน การสร้างธุรกิจด้วยพลังแห่งการเป็นผู้ประกอบการ
  6. บริษัท เอ็นคอนเซ็ปท์ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด สถาบันสอนภาษาอังกฤษภายใต้ชื่อ Enconcept ซึ่งเป็นรายแรกของไทยที่นำบทเพลงและดนตรี (Memolody) มาใช้ในการเรียน ทำให้ผู้เรียนมีทัศนคติที่ดีต่อภาษาอังกฤษ เรียนแล้วมีความสุข สนุก รู้สึกว่าง่าย รวมถึงนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาพัฒนาวิธีการเรียน และพัฒนา 30 แอพพลิเคชันการศึกษาขึ้นมา เพื่อช่วยให้คนไทยเข้าถึงความรู้ภาษาอังกฤษได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ยังเปิดโรงเรียนหลักสูตรระบบอังกฤษ The Newton Sixth Form School และโรงเรียนเต็มเวลาภาคไทย The Essence School ที่ให้ความสำคัญกับเวลา เรียนเฉพาะวิชาหลักที่จำเป็นแต่เน้นให้รู้ลึกถึงปรัชญา ได้รับรางวัลในมิติ องค์กรที่มีการสร้างสรรค์นวัตกรรม การบริหารจัดการด้านสินค้าและบริการที่สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า และการสร้างธุรกิจด้วยพลังแห่งการเป็นผู้ประกอบการ

สำหรับในปีนี้ได้มีการมอบรางวัลพิเศษ “องค์กรที่มีส่วนสำคัญในการส่งเสริมคุณค่าแก่สังคม (Social Value Creation)” ให้กับธุรกิจที่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกที่เป็นรูปธรรมให้แก่ชุมชนหรือสังคมเป็นวงกว้างได้อย่างยั่งยืน โดยบริษัทที่ได้รับรางวัลดังกล่าว คือ บริษัท ธรรมธุรกิจ วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ซึ่งมีจุดเริ่มต้นธุรกิจมาจากแนวคิดที่ต้องการช่วยเหลือชาวนาให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืน ด้วยการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นพื้นฐาน และนำหลักการปลูกพืชโดยไม่ใช้สารเคมีแบบกสิกรรมธรรมชาติมาใช้ รวมถึงมุ่งมั่นถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่กลุ่มสมาชิกชาวนาและเกษตรกร ช่วยลดต้นทุนทางการเกษตรรวมถึงเปิดโอกาสหารายได้ให้สมาชิกในเครือข่ายด้วยการทำหน้าที่กระจายสินค้าผ่านช่องทางที่หลากหลาย

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

Bluebik ประกาศปิดดีล เข้าถือหุ้นใหญ่ GMVPI ผู้เชี่ยวชาญระบบ SAP

บิทคับ ออนไลน์ จับมือ Coinbase Custody ยกระดับความปลอดภัยการเก็บสินทรัพย์ดิจิทัล

STAY CONNECTED

0แฟนคลับชอบ
440ผู้ติดตามติดตาม
spot_img

Lastest News

MUST READ