TH | EN
TH | EN
หน้าแรก Business ไวรัสกลายพันธุ์ฉุดท่องเที่ยวหนัก 2022 นักท่องเที่ยวยังน้อย คาดกลุ่มพรีเมียมฟื้นก่อน

ไวรัสกลายพันธุ์ฉุดท่องเที่ยวหนัก 2022 นักท่องเที่ยวยังน้อย คาดกลุ่มพรีเมียมฟื้นก่อน

Key Highlights

  • การระบาดระลอก 3 ในไทยที่ยืดเยื้อและรุนแรง ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวในประเทศมีโอกาสหดตัวเหลือ 63.6 ล้านคน-ครั้ง ต่ำกว่าที่เคยประเมินไว้ที่ 81.2 ล้านคน-ครั้ง
  • การใช้โมเดล Sandbox ช่วยให้นักท่องเที่ยวมาไทยไม่มากนัก เนื่องจากหลายชาติยังไม่แนะนำให้มาไทย และไทยก็ยังไม่เปิดรับนักท่องเที่ยวจากหลายชาติ
  • Krungthai COMPASS ประเมินว่านักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2022 จะมีเพียง 9.9 ล้านคน จากความเสี่ยงที่จีนยังไม่เปิดประเทศ และการระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ทำให้การท่องเที่ยวทำไม่ได้โดยสะดวก
  • มองว่าในปี 2022 นักท่องเที่ยวกลุ่มพรีเมียมจะฟื้นก่อน จากความสามารถในการเที่ยวที่มากกว่า โดยการมาเที่ยวจะเป็นแบบเที่ยวด้วยตัวเอง แบบกลุ่มเล็กมากยิ่งขึ้นจากเหตุผลด้านความปลอดภัย 

ระบาดระลอก 3 ยืดเยื้อรุนแรงท่องเที่ยวในประเทศปีนี้มีโอกาสหดตัวลงจากที่เคยประเมินไว้ 

ตัวเลขนักท่องเที่ยวในประเทศในเดือน.. ต่ำมากและในเดือนมิ.. ก็น่าจะไม่ต่างกันนักผลกระทบจากการระบาดในประเทศระลอก 3 ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวในประเทศในเดือน พ.ค. อยู่ที่เพียง 1.4 ล้านคน ต่ำที่สุดในรอบ 1 ปี (รูปที่ 1) ส่งผลให้อัตราการเข้าพักเฉลี่ยทั้งประเทศอยู่ที่เพียง 5% เท่านั้น สำหรับจำนวนนักท่องเที่ยวในเดือน มิ.ย. หากประเมินสถานการณ์ผ่าน High-Frequency Indicators ต่างๆ (รูปที่ 1-2) คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยว ในเดือน มิ.ย. น่าจะอยู่ระดับต่ำไม่ต่างกับเดือน พ.ค. เท่าใดนัก

คาดท่องเที่ยวในเดือน.. ยังไม่ฟื้นจากภาวะระบาดรุนแรงและมาตรการกึ่งล๊อกดาวน์รอบล่าสุด สถานการณ์ผู้ติดเชื้อในวันที่ 2 ก.ค. ที่อยู่ในระดับมากกว่า 6 พันราย ประกอบกับมาตรการควบคุมการระบาด ที่ผู้ที่เดินทางจากจังหวัดสีแดงเข้มทั้ง 10 จังหวัด (มีกรุงเทพฯ รวมอยู่ด้วย) ต้องกักตัวเมื่อเดินทางไปจังหวัดอื่น ตลอดจนการห้ามรับประทานอาหารในร้านในหลายจังหวัดที่มีการระบาด ล้วนเป็นปัจจัยลบในการตัดสินใจที่จะเดินทางท่องเที่ยว ทำให้คาดว่าการท่องเที่ยวคงไม่สามารถฟื้นตัวได้ในเดือน ก.ค. 

การระบาดระลอก 3 ยืดเยื้อรุนแรงกว่าคาดกดดันให้จำนวนนักท่องเที่ยวในประเทศทั้งปีอาจเหลือเพียง 63.6 ล้านคนครั้งผลของการระบาดและการมีมาตรการกึ่งล๊อคดาวน์ครั้งล่าสุดทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวในประเทศเดือน ก.ค. มีโอกาสอยู่ในระดับต่ำ และทำให้การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวชะลอลงไปอีก (เส้น New Base ในรูปที่ 3) ทำให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวในประเทศปีนี้เหลือเพียง 63.6 ล้านคน-ครั้ง ต่ำกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ช่วงจากที่เคยประเมินไว้ที่ 81.2 ล้านคน-ครั้ง (Old Baseline) คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นประมาณ 9.7 หมื่นล้านบาท 

ด้วยการระบาดในประเทศที่รุนแรงขึ้น จำนวนนักท่องเที่ยวในประเทศหดตัวกว่าที่คาด หลายฝ่ายอาจเริ่มหวังไปที่การเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติจาก Sandbox Model และคาดว่าการท่องเที่ยวจะฟื้นตัวได้ดีในปีหน้า ในส่วนถัดไป จะทำการวิเคราะห์ว่านักท่องเที่ยวจะฟื้นได้มากแค่ไหนหลังการเปิดประเทศแล้ว 

Sandbox Model จะช่วยให้นักท่องเที่ยวกลับมาได้มากแค่ไหน

แม้ว่าจะมีการทำ Sandbox ในไตรมาส 3 แต่คาดว่ายังนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยไม่มากนักในช่วงเดือน ก.ค.-ก.ย. จะมีการ Reopen Thailand โดยการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยไม่ต้องกักตัวในระยะแรก ในกลุ่ม 10 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ ภูเก็ต กระบี่ พังงา สุราษฎร์ธานี เชียงใหม่ ชลบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ บุรีรัมย์ และอาจรวมถึง กรุงเทพฯ ซึ่งแม้การทำ Sandbox จะไม่มีการเลื่อนหรือยกเลิกกลางคัน
ก็เป็นที่คาดการณ์ว่านักท่องเที่ยวในช่วงนี้จะยังมาไม่เยอะนัก เนื่องจาก 

ไทยยังไม่เปิดรับนักท่องเที่ยวที่มาจากประเทศความเสี่ยงสูงหลายประเทศซึ่งหลายประเทศเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มหลักที่เคยมาไทยโดยหากพิจารณากลุ่มประเทศหลักที่นักท่องเที่ยวมาเที่ยวไทย พบว่าหลายประเทศยังอยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง เช่น อินเดีย มาเลเซีย สหราชอาณาจักร เป็นต้น (รูปที่ 4) ทำให้ไทยยังไม่เปิดรับนักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศเหล่านี้ นอกจากนี้ การที่รายชื่อประเทศในแต่ละกลุ่มความเสี่ยงมีการปรับเปลี่ยนได้เสมอ ก็อาจเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การวางแผนท่องเที่ยวมีความไม่แน่นอนสูง 

หลายประเทศก็ยังไม่แนะนำให้ประชาชนเดินทางไปเที่ยวไทยเช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น จีน ตลอดจนประเทศทางตะวันตกอย่าง สหราชอาณาจักร และสหรัฐฯ ที่ยังไม่แนะนำหรืออนุญาตให้ประชาชนในประเทศตัวเองเดินทางมาไทย และหากมีการเดินทางกลับจากไทยก็ต้องทำการกักตัวเป็นระยะเวลาประมาณ 7-14 วัน ทำให้ความไม่สะดวกในการมาเที่ยวไทยมีสูงขึ้นมาก การเปิด Sandbox จึงอาจไม่ช่วยให้ไทยสามารถรับนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมากได้ในทันที แต่เป็นการวัดความสามารถในการควบคุมการระบาดพร้อมกับการรับนักท่องเที่ยวต่างชาติของไทย ก่อนจะนำไปสู่การเปิดประเทศในลำดับถัดไป อย่างไรก็ดี แม้ไทยจะเปิดประเทศในปีหน้า แต่การท่องเที่ยวในปีหน้า ก็ยังเผชิญกับความเสี่ยงมากมายที่ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวอยู่ในระดับที่ต่ำ

แม้เปิดประเทศในปี 2022 แต่โอกาสที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะยังต่ำมากก็มีสูง 

 ไวรัสที่กลายพันธุ์ทำให้วัคซีนบางตัวมีอัตราการป้องกันโรคที่ลดลงข้อมูลทางการแพทย์ผ่านการรวบรวมโดย Business Insider แสดงให้เห็นว่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่บางสายพันธุ์ทำให้อัตราการป้องกันโรคของวัคซีนบางตัวลดต่ำลง ส่งผลให้หลายประเทศที่มีการฉีดวัคซีนให้ประชากรในสัดส่วนที่สูงแล้วอย่าง อังกฤษ และอิสราเอล ที่มี 49.6% และ 55.6% (ข้อมูล ณ 3 ก.ค. 2021) ตามลำดับ ต้องประสบกับจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศเพิ่มสูงขึ้นอีกขึ้น

หากมีการระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่เกิดขึ้นในไทยบางชาติก็อาจไม่แนะนำให้เดินทางมาไทยได้นอกจากปัจจัยเรื่องความปลอดภัยแล้ว นักท่องเที่ยวอาจหลีกเลี่ยงมาเที่ยวประเทศที่กำลังมีการระบาดของโควิด-19 อยู่ เนื่องจากเมื่อกลับถึงประเทศตนเอง ต้องทำการกักตัวเป็นเวลาหลายวันตามข้อกำหนดของหลายประเทศ อย่างเช่น กรณีของประเทศอังกฤษที่มีการจัดกลุ่มประเทศต่างๆตามการฉีดวัคซีนและการระบาดของโรคโควิด-19 หากการระบาดในประเทศเพิ่มขึ้น ประเทศนั้นก็สามารถถูกเปลี่ยนจากกลุ่มสีเขียว (ไม่ต้องกักตัวเมื่อกลับเข้าอังกฤษ) ไปเป็นกลุ่มสีแดงได้  (ต้องกักตัว 14 วันเมื่อกลับอังกฤษ) ในกรณีของอังกฤษ ที่แม้ ขณะนี้มีประชากรที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบแล้วเกือบ 50% แต่ก็ยังประสบกับการระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ๆ จึงมีความเป็นไปได้ที่ไทยจะประสบกับภาวะการระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ อย่างเช่น Gemma ในปีหน้า ถึงแม้ว่าไทยจะฉีดวัคซีนให้ประชากร 50% ครบสองเข็มในช่วงสิ้นปีนี้ อย่างที่ตั้งเป้าไว้ก้ตาม 

โดย ณ วันที่ 1 ก.ค. 2021 อังกฤษกำหนดให้ไทยเป็นประเทศกลุ่มสีแดง ซึ่งหากผู้อยู่ในอังกฤษเดินทางกลับมาแล้ว ต้องกักตัวในบ้านเป็นเวลา 14 วัน และในขณะที่ไทยกำลังเผชิญหน้าการระบาดรอบใหม่นี้อยู่ หลายประเทศที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาไทย เช่น เกาหลีใต้ จีน สิงคโปร์ ก็มีข้อกำหนดว่า หากเดินทางกลับจากไทย จะต้องทำการกักตัวเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 14 วันเป็นต้น 

นอกจากนี้ยังมีโอกาสที่ไทยจะไม่รับนักท่องเที่ยวในบางประเทศหากประเทศนั้นมีการระบาดเกิดขึ้นการระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่อาจเกิดขึ้นต่างประเทศเช่นกัน โดย ณ เดือน มิ.ย. แม้ประเทศที่ทำการฉีดวัคซีนให้ประชากรจำนวนมากอย่างอังกฤษและอิสราเอลก็มีจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่เพิ่มขึ้น ประเมินว่า ณ สิ้นปี 2021 หลายชาติที่มีนักท่องเที่ยวมาไทยจำนวนมาก อาจมีอัตราการฉีดวัคซีนในสิ้นปีนี้ที่ไม่สูงมากนัก ทำให้ความเสี่ยงในการเกิดการระบาดในประเทศเหล่านั้นก็ยังมีอยู่ 

ในขณะที่จีนซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ที่มาไทย อาจยังไม่เปิดประเทศในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2022 จากความกังวลเรื่องการระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ที่หากให้คนในประเทศเดินทางแล้ว อาจนำไวรัสสายพันธุ์ใหม่กลับมาระบาดในประเทศ ทำให้ทางการจีนมีแนวทางที่จะยังไม่เปิดประเทศไปอีก 1 ปี หรือจนถึงกลางปี 2022  หากจีนยังไม่เปิดให้คนในประเทศเดินทาง จะกระทบจำนวนนักท่องเที่ยวที่มาไทยอย่างมาก เนื่องจาก
ในปี 2019 มีนักท่องเที่ยวจีนมาไทยถึงเกือบ 12 ล้านคน 

ภาพท่องเที่ยวในปีหน้า: คนน้อยเที่ยวกันเองใช้จ่ายต่อหัวสูง 

Krungthai COMPASS ประเมินว่าจำนวนนักท่องเที่ยวปี 2022 อาจมีเพียง 9.9 ล้านคนจากที่เคยสูงถึง 39.9 ล้านคนในปี 2019 ด้วยปัจจัยความเสี่ยงจากการกลายพันธุ์ของไวรัส ที่ทำให้ไทยมีโอกาสจะไม่รับนักท่องเที่ยวจากบางชาติ  หรือหากมีการระบาดระลอกใหม่ในไทย นักท่องเที่ยวต่างชาติก็อาจหลีกเลี่ยงการมาไทยได้  ตลอดจนการที่จีนอาจยังไม่เปิดให้ประชาชนท่องเที่ยวระหว่างประเทศในปีหน้า ซึ่งตัวเลขอาจสูงกว่านี้ได้ หากภาครัฐสามารถควบคุมการระบาดในประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการกระจายวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันโควิด-19สายพันธุ์ใหม่ๆ โดยในยามที่ภาคการท่องเที่ยวไม่สามารถพึ่งพาจำนวนนักท่องเที่ยวได้เหมือนเคย การมุ่งเป้าไปที่นักท่องเที่ยวกลุ่มศักยภาพที่จะมาไทยในปีหน้าจึงยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น 

ในปี 2022 การเที่ยวด้วยตัวเองจะมีมากขึ้นเดือน มิ.ย. 2021 แสดงให้เห็นว่านักท่องเที่ยวมีความต้องการที่จะเที่ยวแบบกลุ่มเล็กหรือเที่ยวด้วยตัวเอง (Free Independent Travelers: FIT)ในช่วงหลังโควิด ซึ่งอาจมาจากเหตุผลด้านความปลอดภัยเนื่องจากการเที่ยวกลุ่มใหญ่กับกรุ๊ปทัวร์มีความเสี่ยงที่จะติดโรคมากกว่า 

มีการใช้จ่ายต่อทริปที่สูงขึ้นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวกลุ่มพรีเมียมจะฟื้นตัวก่อนวิเคราะห์ว่านักท่องเที่ยวกลุ่มรายได้สูงจะเป็นกลุ่มที่กลับมาเที่ยวก่อน เนื่องจากน่าจะเป็นกลุ่มที่มีความสามารถในการเดินทางมาท่องเที่ยวได้มากกว่ากลุ่มอื่นที่อาจได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากโควิด  และเนื่องจากที่การเที่ยวต่างประเทศเป็นสิ่งที่ผู้คนทั่วโลกไม่สามารถทำได้เป็นเวลานาน และยังไม่สามารถทำได้โดยสะดวกนักแม้จะมีการเปิดประเทศแล้ว ทำให้การท่องเที่ยวระหว่างประเทศเป็นสิ่งที่พิเศษมากยิ่งขึ้น ผู้ที่เดินทางมาเที่ยวจึงอาจมีการใช้จ่ายต่อทริปที่สูงมากขึ้น 

ซึ่งผลการสำรวจความเห็นจากนักท่องเที่ยวก็ดูจะสนับสนุนข้อสมมตินี้ โดยผลสำรวจพบว่านักท่องเที่ยวมีแนวโน้มที่จะใช้จ่ายมากขึ้นกับการเข้าพักโรงแรมที่มีคุณภาพและมีความปลอดภัย ตลอดจนเลือกที่จะท่องเที่ยวโดยการใช้บริการสายการบินฟูลเซอร์วิสมากขึ้น จึงประเมินว่าธุรกิจท่องเที่ยวในกลุ่มที่เน้นสินค้าและบริการพรีเมียมจะมีการฟื้นตัวได้ก่อน 

STAY CONNECTED

6,910แฟนคลับชอบ
0ผู้ติดตามติดตาม

Lastest News

โมเดอร์น่า ประกาศกลยุทธ์รับมือกับไวรัส SARS-CoV2 สายพันธุ์โอไมครอน

ในขณะนี้บริษัทโมเดอร์น่ากำลังดำเนินการทดสอบประสิทธิภาพการยับยั้งเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอไมครอน ของวัคซีนโควิด-19 โมเดอร์น่าทั้งสามสูตร

เส้นทาง 10 ปี สู่การสร้างนวัตกรรม 5G ของอีริคสัน (ปี 2554 – 2564)

ในช่วงเวลากว่า 3 ทศวรรษอีริคสันลงทุนหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อสร้างเทคโนโลยีที่เป็นมาตรฐานระดับโลกตั้งแต่ 2G, 3G, 4G และ 5G

การตลาดในชีวิตจริงที่แตกต่างจากตำรา

คนที่เรียนด้านการตลาดมาแล้วมาประกอบธุรกิจเองแล้วเหมือนเจออาการเมาหมัด ไปกันไม่ถูกว่าจะเริ่มอะไรดี ทำไมสิ่งที่เรียนมามันไม่ไปกับสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้น

อินเทล แต่งตั้ง “สตีฟ ลอง” เป็นหัวหน้าประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคและญี่ปุ่น

บริษัท อินเทล คอร์เปอเรชั่น ได้ประกาศการแต่งตั้ง สตีเฟ่น เอ ลอง ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคและญี่ปุ่น (APJ)

ดร.ทัดพงศ์ พงศ์ถาวรกมล เทคลีดเดอร์แห่ง KBTG ผู้ฝันสร้าง Impact ให้ประเทศ

KBTG บริษัทของคนไทยที่พยายามยกมาตรฐานให้เป็นบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกเพื่อดึงดูดคนที่มีความสามารถทั้งคนไทยและต่างชาติให้เข้ามาทำงาน

เดอะมอลล์กรุ๊ป จับมือ บิทคับ ตั้ง JV “บิทคับ เอ็ม” ดันไทยเป็นฮับสินทรัพย์ดิจิทัลภูมิภาคเอเชีย

บริษัท เดอะ มอลล์ กรุ๊ป บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ กรุยทางสร้างประเทศไทยไปสู่การเป็นศูนย์กลางสินทรัพย์ดิจิทัลของภูมิภาคเอเชีย

รพ.ธรรมศาสตร์ฯ เตรียมเปิด “ศูนย์ข้อเทียม” นำแขนหุ่นยนต์มาช่วยผ่าตัด ต้นปี 2565

โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เดินหน้าตอกย้ำวิสัยทัศน์ "โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ 4.0 มุ่งสู่องค์กรแห่งอนาคตเพื่อประชาชน" ประกาศเตรียมความพร้อมเปิด "ศูนย์ข้อเข่าข้อสะโพก"

เคแบงก์ผนึก 5 รพ.รัฐพัฒนา Digital Healthcare Platform ให้คนไข้ เข้าถึงบริการด้านสุขภาพได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว

ธนาคารกสิกรไทย ตอกย้ำศักยภาพด้านดิจิทัลเทคโนโลยี ร่วมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สู่การเป็น “Smart Hospital” กับโรงพยาบาลรัฐ 5 แห่งพัฒนา Digital Healthcare Platform

YouTrip ปิดดีลซีรีส์เอ 30 ล้านเหรียญ พร้อมโตก้าวกระโดด

YouTrip (ยูทริป) ผู้ให้บริการดิจิทัลวอลเล็ตรองรับหลายสกุล (Multi-currency wallet) ประกาศปิดดีลระดมทุนรอบ Series A มูลค่าเงินลงทุนรวม 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,000 ล้านบาท)

SC Asset บุกตลาด Cryptocurrency จับมือกับ Zipmex ร่วมพัฒนา Ecosystem

ปัจจุบันมูลค่าตลาดของคริปโตฯ มีมูลค่ามากกว่า 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเติบโตจากปี 2562 ถึง 10 เท่า และเติบโตควบคู่ไปกับจำนวนผู้ใช้คริปโตฯ ที่มากขึ้น

MUST READ

กรุงไทย-หัวเว่ย จัด Krungthai Hackathon

“กรุงไทย-หัวเว่ย” จัดโครงการ “Krungthai Hackathon” เฟ้นหาสุดยอดพนักงานคนรุ่นใหม่สายพันธุ์ดิจิทัลมุ่งพัฒนานวัตกรรมให้ตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม

Open Banking ที่กำลังโต ต้องการการยืนยันตัวตนที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น

เมื่อโลกก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว อุตสาหกรรมต่าง ๆ จึงต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ไม่เว้นแม้แต่ธนาคารและสถาบันการเงิน

AIS ยืนยัน เครือข่ายมือถือที่เร็วที่สุด 5 ปีซ้อน กับ 5G ที่เร็วที่สุดในไทย

เพื่อเป็นการตอกย้ำเป้าหมายการเป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีดิจิทัลในฐานะผู้นำด้าน Digital Life Service Provider ของเมืองไทย

ดร.ทัดพงศ์ พงศ์ถาวรกมล เทคลีดเดอร์แห่ง KBTG ผู้ฝันสร้าง Impact ให้ประเทศ

KBTG บริษัทของคนไทยที่พยายามยกมาตรฐานให้เป็นบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกเพื่อดึงดูดคนที่มีความสามารถทั้งคนไทยและต่างชาติให้เข้ามาทำงาน

LINE ส่งบริการใหม่ “LINE VOOM” รุกแพลตฟอร์มวิดีโอสั้น

LINE แปลงโฉม "LINE TIMELINE” สู่แพลตฟอร์มวิดีโอใหม่ล่าสุด "LINE VOOM” ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งานรุ่นใหม่บนโลกแห่งการสื่อสารที่เน้นการใช้งานบนแพลตฟอร์มสำหรับคลิปวิดีโอสั้น ให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกสนุกได้อย่างไม่สิ้นสุด โดย "LINE VOOM” จะเปิดใช้งานพร้อมกันในประเทศไทย ญี่ปุ่น และไต้หวัน โดยผู้ใช้งาน LINE สามารถใช้งาน LINE VOOM ได้บน LINE เวอร์ชัน 11.20 ขึ้นไป เท่านั้น ในฐานะส่วนหนึ่งของระบบนิเวศ LINE ที่ครองอันดับหนึ่งแอปพลิเคชันที่คนไทยไว้วางใจใช้มากที่สุดในชีวิตประจำวัน แพลตฟอร์ม LINE VOOM มุ่งมั่นที่จะผสานเข้าสู่ความปกติใหม่ เพื่อที่จะทำให้ทุกอย่างเกิดขึ้นได้บนแพลตฟอร์มเดียว สอดคล้องกับวิสัยทัศน์...
Newsletter

สนใจรับข่าวสารจาก The Story Thailand อัพเดตก่อนใคร สมัคร Newsletter กับเราเพียงกรอกอีเมลเท่านั้น