Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

True ID ปรับบทบาทสู่ Digital Ecosystem Hub เปิดตัว ‘ตาตั้ง’ จับมือ DramaBox บุกตลาดซีรีส์แนวตั้ง

True ID ปรับบทบาทสู่ Digital Ecosystem Hub เปิดตัว 'ตาตั้ง' จับมือ DramaBox บุกตลาดซีรีส์แนวตั้ง

ตลาดซีรีส์แนวตั้งหรือ Microdrama กำลังขยับจากคอนเทนต์เฉพาะกลุ่มเข้าสู่กระแสหลัก ข้อมูลจาก Omdia คาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดนี้ทั่วโลกจะแตะ 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในสิ้นปี 2569 ขณะที่ประเทศไทยติดอันดับ Top 3 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ Top 10 ของโลกด้านการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันซีรีส์แนวตั้ง ตามข้อมูลของ Sensor Tower และ data.ai ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า พฤติกรรมผู้ชมไทยเปลี่ยนไปจากเดิม ไม่ใช่แค่ต้องการวิดีโอที่สั้นลง แต่ต้องการคอนเทนต์ที่เข้าถึงได้ทันที เหมาะกับช่วงเวลาว่าง และยังสร้างอารมณ์ร่วมกับเรื่องราวได้ในเวลาจำกัด

ท่ามกลางทิศทางตลาดดังกล่าว ทรูไอดี (True ID) ประกาศปรับบทบาทองค์กรครั้งสำคัญ จากผู้ให้บริการแพลตฟอร์มรับชมคอนเทนต์ สู่การเป็นศูนย์กลางระบบนิเวศดิจิทัล หรือ Digital Ecosystem Hub พร้อมเปิดตัวมินิแอปซีรีส์แนวตั้งแบรนด์ใหม่ในชื่อ “ตาตั้ง by TrueID” และประกาศความร่วมมือกับ DramaBox แพลตฟอร์มซีรีส์แนวตั้งที่มียอดผู้ใช้งานสูงที่สุดในโลก นับเป็นพันธมิตรคอนเทนต์เชิงกลยุทธ์ระดับโลกรายแรกที่เข้ามาในประเทศไทย

ยกระดับจากแพลตฟอร์มคอนเทนต์ สู่ Digital Ecosystem Hub

วินท์รดิศ กลศาสตร์เสนี กรรมการผู้จัดการ ทรู ไอดี และหัวหน้าสายงานดิจิทัล มีเดีย อธิบายที่มาของการปรับบทบาทครั้งนี้ว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันเชื่อมโยงคอนเทนต์ การชำระเงิน สิทธิประโยชน์ และกิจกรรมในชีวิตประจำวันเข้าไว้ด้วยกัน ทรูไอดีจึงยกระดับจากแพลตฟอร์มคอนเทนต์สู่การเป็น Digital Ecosystem Hub ภายใต้แนวคิด “CO CREATE THE SERIES” ที่ขับเคลื่อนผ่าน 3 องค์ประกอบ ได้แก่ Content การสร้างสรรค์และนำเสนอเรื่องราวที่ตอบรับความสนใจของผู้ชม Community การเชื่อมโยงผู้ชม ครีเอเตอร์ และพันธมิตรให้เข้ามามีส่วนร่วมและเติบโตไปด้วยกัน และ Commerce การต่อยอดคอนเทนต์ไปสู่สินค้า บริการ สิทธิประโยชน์ และโอกาสทางธุรกิจ

การเปิดตัวตาตั้งในครั้งนี้ ถูกวางตำแหน่งให้เป็นเพียง Chapter แรกของแนวคิด CO CREATE THE SERIES ซึ่งเริ่มจากด้าน Content ก่อน ส่วน Chapter ถัดไป ทรูไอดีได้วางกำหนดการเตรียมเผยรายละเอียดด้าน Commerce ในวันที่ 25 สิงหาคม ที่จะเน้นการเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับคอนเทนต์รวมถึงการเปิดตัว TrueID Original และด้าน Community ในวันที่ 24 กันยายน เพื่อรวบรวมครีเอเตอร์ชั้นนำมาร่วมสร้างชุมชนและรายได้ที่ยั่งยืน ซึ่งบ่งชี้ว่าทรูไอดีวางแผนขยายบทบาทของแพลตฟอร์มต่อเนื่องมากกว่าการเป็นเพียงช่องทางรับชม

“หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนครั้งนี้ คือกลยุทธ์ Mini App ที่จะช่วยนำคอนเทนต์ บริการ และสิทธิประโยชน์เข้าไปอยู่ในแพลตฟอร์มที่ผู้บริโภคใช้งานอยู่แล้ว ทั้งในระบบนิเวศทรู เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือพันธมิตรในอนาคต ทำให้ผู้ชมเข้าถึงบริการได้สะดวกยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันยังช่วยสร้างโอกาสใหม่ให้ครีเอเตอร์ เจ้าของคอนเทนต์ แบรนด์ และพันธมิตรเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้กว้างและหลากหลายยิ่งขึ้น” คุณวินท์รดิศ กล่าว

กลยุทธ์ Mini App ที่คุณวินท์รดิศกล่าวถึงนั้น ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาที่ผู้ชมยุคนี้ต้องเผชิญ นั่นคือจำนวนแอปพลิเคชันที่มากเกินไปจนต้องดาวน์โหลด และสลับใช้งานหลายแอปพร้อมกัน ทรูไอดีจึงเลือกนำคอนเทนต์เข้าไปฝังตัวอยู่ในแพลตฟอร์มที่ผู้บริโภคใช้งานเป็นประจำอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น แอปพลิเคชัน TrueMoney เว็บไซต์ หรือแอป TrueID โดยไม่ต้องดาวน์โหลดแอปใหม่เพิ่มเติม แนวทางนี้นอกจากจะลดอุปสรรคของฝั่งผู้ชมแล้ว ยังเปิดทางให้ครีเอเตอร์และแบรนด์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้กว้างขึ้นไปพร้อมกัน และทรูไอดีระบุว่าจะขยายกลยุทธ์นี้ไปสู่แพลตฟอร์มพันธมิตรอื่นเพิ่มเติมในอนาคต

เปิดตัว “ตาตั้ง” มินิแอปซีรีส์แนวตั้งเพื่อผู้ชมไทย

Chapter แรกของ CO CREATE THE SERIES ถูกทำให้เป็นรูปธรรมผ่านการเปิดตัว “ตาตั้ง by TrueID” มินิแอปซีรีส์แนวตั้งในรูปแบบ Mobile-First ที่พัฒนาขึ้นเพื่อพฤติกรรมการรับชมผ่านสมาร์ตโฟนโดยเฉพาะ

True ID ปรับบทบาทสู่ Digital Ecosystem Hub เปิดตัว 'ตาตั้ง' จับมือ DramaBox บุกตลาดซีรีส์แนวตั้ง

พรรษกร เลาห์เรณู หัวหน้าสายงานพัฒนาธุรกิจคอนเทนต์และมีเดีย เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า ซีรีส์แนวตั้งกำลังกลายเป็นรูปแบบความบันเทิงที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตของผู้ชมยุคดิจิทัล และจากข้อมูลพบว่าผู้ชมชาวไทยสามารถใช้เวลาดูซีรีส์แนวตั้งได้ตลอดทั้งวันตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ตาตั้ง by TrueID จึงพัฒนาขึ้นจากความเข้าใจพฤติกรรมและความสนใจของผู้ชมกลุ่มนี้โดยเฉพาะ ด้วยการรวบรวมซีรีส์แนวตั้งกว่า 40,000 ตอนจากทั่วโลกมาไว้บนแพลตฟอร์มเดียว พร้อมเสียงพากย์ภาษาไทยครบทุกเรื่อง และมีแผนพัฒนาเป็นภาษาถิ่น เช่น ภาษาอีสาน ในระยะต่อไป

นอกจากการนำเข้าคอนเทนต์จากต่างประเทศ แพลตฟอร์มยังมุ่งผลิตซีรีส์ “ตาตั้ง Original” ฝีมือคนไทยอย่างต่อเนื่องทุกเดือน โดยตั้งเป้าผลิตประมาณ 2-3 เรื่องต่อเดือน และมีออริจินัลซีรีส์พร้อมให้รับชมตั้งแต่ช่วงเปิดตัวแล้วกว่า 10 เรื่อง

จุดที่ตาตั้งพยายามเข้ามาแก้ไข คือปัญหาที่ผู้ชมซีรีส์แนวตั้งเผชิญอยู่เดิม ทั้งการต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชันหลายแอป การจ่ายเงินซ้ำซ้อนในหลายแพลตฟอร์ม และปัญหาซีรีส์ต่างประเทศที่ไม่มีเสียงพากย์ภาษาไทย ผู้ชมสามารถเข้าถึงตาตั้งได้ผ่านเว็บไซต์ tatang.trueid.net แอป TrueID มินิแอปบน TrueMoney และเตรียมขยายสู่แอปทรู (True App) ในเร็ว ๆ นี้ พร้อมรับสิทธิประโยชน์จากการรับชม เช่น การรับ TruePoint หรือ TrueMoney coin กลับคืน

True ID ปรับบทบาทสู่ Digital Ecosystem Hub เปิดตัว 'ตาตั้ง' จับมือ DramaBox บุกตลาดซีรีส์แนวตั้ง

ส่วนด้านราคา แพ็กเกจเปิดตัวสำหรับลูกค้าทั่วไปอยู่ที่ 69 บาทต่อสัปดาห์ หรือ 159 บาทต่อเดือน จากราคาปกติ 199 บาท ขณะที่ลูกค้าทรูและดีแทคสมัครแพ็กเกจรายเดือนได้ในราคา 39 บาท พร้อมรับอินเทอร์เน็ต 5G จำนวน 1GB และมีสิทธิ์ใช้ 9 ทรูพอยท์ หรือ 29 ดีแทค รีวอร์ด คอยน์ แลกรับชมแบบไม่จำกัดนาน 7 วัน

ในการออกแบบแอปพลิเคชัน ทรูไอดีระบุว่าไม่ได้คัดลอกรูปแบบจากแอปจีนหรือแอปตะวันตกมาทั้งหมด แต่เลือกผสมผสานทั้งสองแนวทางเข้าด้วยกัน โดยใช้หน้าตาการใช้งานที่เรียบง่ายแบบแอปฝั่งตะวันตก ผนวกกับฟังก์ชันการใช้งานที่ครบเครื่องแบบแอปพลิเคชันจีน

ผนึก DramaBox พันธมิตรคอนเทนต์ระดับโลก

ความร่วมมือกับ DramaBox ในครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการซื้อขายลิขสิทธิ์คอนเทนต์เข้ามาฉายในไทยเท่านั้น แต่ครอบคลุมสามแกนหลัก ได้แก่ การนำเข้าคอนเทนต์คุณภาพระดับโลกมาสู่ผู้ชมไทย การส่งออกคอนเทนต์และฝีมือครีเอเตอร์ไทยไปสู่ผู้ชมทั่วโลกผ่านเครือข่ายของ DramaBox และการร่วมผลิตหรือ Co-production ซึ่งนำเรื่องราวที่ประสบความสำเร็จของ DramaBox มารีเมค หรือร่วมกันพัฒนาลิขสิทธิ์ใหม่ เปิดพื้นที่ให้นักเขียน ผู้กำกับ นักแสดง สตูดิโอ และครีเอเตอร์ไทยเข้ามามีส่วนร่วมในการผลิตอย่างเป็นรูปธรรม

Ruiqing Chen ประธานกรรมการ DramaBox กล่าวว่า ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญต่อวิสัยทัศน์การเติบโตระยะยาวของ DramaBox ด้วยความพร้อมของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ศักยภาพของบุคลากรด้านคอนเทนต์ และพฤติกรรมของผู้ชมที่พร้อมเปิดรับรูปแบบความบันเทิงใหม่

“ในระยะยาว เรามองเห็นโอกาสที่ประเทศไทยจะก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการสร้างสรรค์ซีรีส์สั้นที่สำคัญของภูมิภาค และเป็นแหล่งกำเนิดเรื่องราวคุณภาพที่สามารถเข้าถึงผู้ชมในระดับสากล” Ruiqing Chen กล่าว พร้อมระบุว่า DramaBox พร้อมสนับสนุนการยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมไทย ทั้งด้านองค์ความรู้ มาตรฐานการผลิต เทคโนโลยี และการพัฒนาบุคลากร ควบคู่กับการต่อยอดสู่การพัฒนาคอนเทนต์ต้นฉบับร่วมกัน

ในช่วงเริ่มต้น แพลตฟอร์มจะเน้นนำเข้าคอนเทนต์จากต่างประเทศมาให้รับชมก่อนเพื่อตอบสนองความต้องการที่มีอยู่แล้ว ก่อนจะทยอยเพิ่มสัดส่วนคอนเทนต์ออริจินัลของไทยมากขึ้นในระยะต่อไป โดยเกณฑ์การคัดเลือกคอนเทนต์ที่จะนำมาผลิตหรือนำเข้าจะพิจารณาจากสามองค์ประกอบ คือความชื่นชอบของผู้ชม วิธีการเล่าเรื่องที่เข้ากับวัฒนธรรมไทย และเนื้อหาที่ไม่ขัดต่อศีลธรรม เป้าหมายปลายทางที่ทรูไอดีวางไว้คือการสร้างคอนเทนต์แบบ Glocal นั่นคือคอนเทนต์ท้องถิ่นที่มีคุณภาพเพียงพอจะขยายผลกระทบไปสู่ระดับโลกได้

โอกาสใหม่ของครีเอเตอร์ นักแสดง และแบรนด์

การเข้ามาของแพลตฟอร์มลักษณะนี้เปลี่ยนวิธีทำงานของผู้ผลิตคอนเทนต์ไปพร้อมกัน ชนาธิป จันทะวงศ์ หัวหน้าฝ่ายผลิตคอนเทนต์ พลัส ซิกซ์ตี้ซิกซ์ อธิบายว่า การทำงานร่วมกับตาตั้งอาศัยการผสานข้อมูลเชิงวิเคราะห์ (Data Analytic) เข้ากับความคิดสร้างสรรค์ของผู้ผลิต ทำให้ทราบว่าผู้ชมชอบเนื้อหารูปแบบใด ช่วงใดที่มีผู้ชมหนาแน่นหรือลดลง ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้พัฒนาซีรีส์ได้ตรงกับความต้องการของผู้ชมมากขึ้น และยังเปิดโอกาสให้แบรนด์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเรื่องราวได้ตั้งแต่ต้นจนจบ ผ่านรูปแบบการทำ Tie-in, Spin-off หรือ Customize โดยไม่ทำให้ผู้ชมรู้สึกว่าถูกยัดเยียดโฆษณา

วิชชุดา รติไพบูลย์ ผู้ก่อตั้งแทรชเชอร์ กล่าวในมุมของผู้ผลิตรายย่อยว่า การมีข้อมูลจากแพลตฟอร์มเข้ามาช่วยเก็บรายละเอียดความชอบของกลุ่มเป้าหมายได้กว้างขึ้น ต่างจากการทำคอนเทนต์แบบเดิมที่มักอ้างอิงจากประสบการณ์หรือมุมมองของผู้ผลิตเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งอาจถูกใจผู้ชมได้เพียงบางกลุ่มเท่านั้น

ในด้านการแสดง อธิชนัน ศรีเสวก ครีเอเตอร์และนักแสดงในสังกัดเดอะเลมอนชอต กล่าวว่า การแสดงในซีรีส์แนวตั้งแตกต่างจากละครโทรทัศน์อย่างสิ้นเชิง เพราะทุกวินาทีมีความสำคัญ ไม่มีการปูอารมณ์อย่างช้า ๆ แต่ต้องสื่อสารอารมณ์ไปยังผู้ชมทันที เช่น หากตัวละครต้องแสดงความโกรธ ก็ต้องแสดงออกทันทีเพื่อดึงความสนใจของผู้ชมให้ได้เร็วที่สุด ช่องทางนี้ยังช่วยให้นักแสดงเข้าถึงผู้ชมกลุ่มใหม่ได้ง่ายและเร็วขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ไม่ได้รับชมโทรทัศน์แต่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับหน้าจอมือถือ

คุณพรรษกร เลาห์เรณู กล่าวเสริมในมุมของแพลตฟอร์มว่า ทรูไอดีวางบทบาทตนเองเป็นพันธมิตรในระบบนิเวศของครีเอเตอร์ ไม่ใช่เพียงช่องทางเผยแพร่ผลงาน แต่มีทั้งข้อมูล เครื่องมือ และองค์ความรู้ ส่งมอบให้ผู้ผลิตนำไปปรับคอนเทนต์ให้เข้ากับพฤติกรรมผู้ชมที่เปลี่ยนแปลงแทบทุกนาที พร้อมเปิดกว้างเชิญชวนครีเอเตอร์ทั้งรายย่อยและสตูดิโอเข้ามาร่วมพัฒนาผลงานบนแพลตฟอร์ม

สำหรับฝั่งแบรนด์ วงจรการผลิตซีรีส์แนวตั้งที่ใช้เวลาประมาณสองเดือนต่อเรื่องนั้น สอดคล้องกับช่วงเวลาทำการตลาดของแบรนด์พอดี ทำให้สามารถนำสินค้าเข้ามา Tie-in ได้ทันช่วงเวลา ต่างจากละครยาวที่ต้องใช้เวลาถ่ายทำหลายเดือนจนสินค้าบางประเภทอาจล้าสมัยไปแล้วก่อนออกอากาศ

ทิศทางการลงทุนและการบริหารข้อมูล

ทรูไอดีระบุว่า การพัฒนาแพลตฟอร์มตาตั้งเป็นการลงทุนระยะยาว เพื่อวางรากฐานให้กับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทย โดยตัวชี้วัดความสำเร็จของธุรกิจไม่ได้มองเพียงรายได้ทางตรง แต่รวมถึงจำนวนผู้ใช้งานใหม่ อัตราการกลับมาใช้งานซ้ำ และการเชื่อมโยงผลประโยชน์เข้ากับระบบนิเวศอื่นของทรู เช่น การใช้ทรูพอยท์แลกรับชม

ด้านการบริหารจัดการข้อมูล ทรูไอดีใช้แนวคิดระบบเปิดหรือ Open Platform โดยแบ่งปันเครื่องมือและข้อมูลที่จำเป็นให้กับครีเอเตอร์ เช่น ข้อมูลการมีส่วนร่วมและข้อมูลประชากรศาสตร์ เพื่อให้ผู้ผลิตนำไปปรับปรุงผลงานให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น พร้อมยืนยันเรื่องธรรมาภิบาลและการจัดการความยินยอมของผู้ใช้งานอย่างเคร่งครัด โดยจะไม่มีการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ระบุตัวตนได้ของผู้ชมอย่างเด็ดขาด

สำหรับโมเดลรายได้ ในระยะเริ่มต้นแพลตฟอร์มเลือกใช้รูปแบบสมัครสมาชิกในราคาที่เข้าถึงง่าย เพื่อลดอุปสรรคในการตัดสินใจของผู้บริโภคและดึงดูดให้เข้ามาทดลองใช้งาน ส่วนรูปแบบการรับชมฟรีแบบมีโฆษณาสนับสนุนยังอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยจะเรียนรู้จากพฤติกรรมผู้บริโภคเพิ่มเติมในระยะต่อไป

การเข้าสู่ตลาดซีรีส์แนวตั้งของทรูไอดีในครั้งนี้ ผูกโยงอยู่กับทิศทางที่กว้างกว่าการรับชมคอนเทนต์เพียงอย่างเดียว หากเป็นความพยายามเชื่อมโยงคอนเทนต์ ผู้ชม ครีเอเตอร์ และธุรกิจเข้าไว้ในระบบเดียวกันตามแนวคิด CO CREATE THE SERIES ผลลัพธ์ในระยะยาวจึงไม่ได้วัดกันแค่ที่ยอดสมาชิกของตาตั้งเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ว่าคอนเทนต์ต้นฉบับของไทยจะเติบโตไปได้ไกลแค่ไหนในระบบนิเวศที่ทรูไอดีพยายามสร้างขึ้นนี้

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ไทยพร้อม 100% จัดประชุม IMF-WBG ชู Bangkok Blueprint และ Soft Power สู่เวทีโลก

‘Cloud 11’ เมกะโปรเจกต์ 2 หมื่นล้าน ดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยรับมือยุค AI

×

Share

ผู้เขียน

Sona Satta Avatar