อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยกำลังจะถูกยกระดับครั้งสำคัญ เมื่อ Cloud 11 โครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์มูลค่าการลงทุนรวม 20,000 ล้านบาท บนพื้นที่รวม 250,000 ตารางเมตร ในย่านเซาท์สุขุมวิท ประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ในฐานะครีเอทีฟแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของภูมิภาคเอเชีย การขยับตัวของกลุ่มผู้พัฒนาในครั้งนี้ มุ่งเน้นการขับเคลื่อนผ่านโมเดลระบบนิเวศอุตสาหกรรมสร้างสรรค์แบบครบวงจร (Creative Ecosystem) เพื่อรองรับเม็ดเงินในตลาดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทย ที่มีมูลค่าสูงถึง 1.4 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 8% ของจีดีพี พร้อมทั้งเป็นแหล่งรองรับการจ้างงานของบุคลากรกว่า 1 ล้านคนทั่วประเทศ โดยโครงการมีกำหนดเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 นี้
ดัน Growth Engine ใหม่ดึงเม็ดเงินโลกผ่าน BOI

พอล สิริสันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Cloud 11 กล่าวว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 2.8% ซึ่งเป็นตัวเลขที่เติบโตสูงกว่าอัตราการขยายตัวของจีดีพีประเทศ โครงการนี้จึงถูกวางตำแหน่งให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานระดับภูมิภาค เพื่อดึงดูดเงินลงทุน ครีเอเตอร์ และแบรนด์จากต่างประเทศ
คุณพอลเน้นย้ำว่า อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง แต่การเติบโตในระยะต่อไปจำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐาน (Creative Infrastructure) ที่สามารถเชื่อมโยงธุรกิจ แบรนด์ นักลงทุน และผู้บริโภคเข้าด้วยกันอย่างครบวงจร ซึ่ง Cloud 11 จะเข้ามาทำหน้าที่เติมเต็มช่องว่างดังกล่าว
ในแง่นโยบายสนับสนุน โครงการนี้ยังได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ซึ่งจะเข้ามาช่วยมอบสิทธิประโยชน์ทางภาษี และอำนวยความสะดวก เพื่อดึงดูดผู้ประกอบการต่างชาติในกลุ่มคอนเทนต์และบันเทิงให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยโดยตรง

ชูโมเดล “1 ตร.ม. = 1 Credit” หนุนสตูดิโอ SME
ที่ผ่านมา หนึ่งในข้อจำกัดสำคัญของผู้ประกอบการรายย่อย (SME) ในไทย คือการขาดแคลนทุนทรัพย์ในการเข้าถึงสตูดิโอผลิตคอนเทนต์คุณภาพสูง เนื่องจากต้องใช้เงินทุนมหาศาล โครงการ Cloud 11 จึงแก้ปัญหานี้ด้วยกลยุทธ์เชิงรุกผ่านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 1,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาพื้นที่สตูดิโอผลิตคอนเทนต์และดนตรีขนาดรวมกว่า 7,000 ตารางเมตร ซึ่งประกอบไปด้วย สตูดิโอถ่ายทำมาตรฐานสากล ห้องอัดเสียง ห้องซ้อมเต้น รวมถึงอุปกรณ์รองรับระบบ Live Commerce, Vertical Video และ Live Streaming แบบครบวงจร
นอกจากนี้ ยังได้นำเสนอโมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่ “1 ตารางเมตร = 1 Credit” เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ภาคธุรกิจเข้ามาเช่าพื้นที่ออฟฟิศ โดยผู้เช่าจะได้รับสิทธิ์ 1 Credit ต่อการเช่าพื้นที่ทุก ๆ 1 ตารางเมตร เพื่อนำไปแลกเปลี่ยนเป็นเวลาใช้งานสตูดิโออัดเสียง สตูดิโอถ่ายภาพเคลื่อนไหว หรือ Concert Hall ตามความต้องการเฉพาะของแต่ละองค์กร ซึ่งเป็นโมเดลที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมการแข่งขันทางการค้ายุคใหม่ที่ทุกแบรนด์ต้องผลิตคอนเทนต์และทำ Live Commerce ด้วยตัวเอง
ดึงพันธมิตรระดับโลกขับเคลื่อน “11 Passion Engines”
ในการขับเคลื่อนเครือข่ายความร่วมมือข้ามอุตสาหกรรม (Cross-Business Collaboration) Cloud 11 ปฏิเสธรูปแบบการเป็นเพียงพื้นที่เช่าเชิงพาณิชย์ทั่วไป (Commercial Space) แต่ดึงกลุ่ม Experience Builders มาร่วมขับเคลื่อนผ่าน “11 Passion Engines” ที่ครอบคลุมทั้งสาขาอาหาร แฟชั่น ภาพยนตร์ ดนตรี ศิลปะ กีฬา เกม และสวนสาธารณะ โดยมีกลุ่มพันธมิตรยักษ์ใหญ่ยืนยันเข้าร่วมโครงการแล้วอย่างคับคั่ง
เริ่มตั้งแต่ theCOMMONS Cloud 11 สาขาที่ใหญ่ที่สุดด้วยพื้นที่กว่า 5,420 ตารางเมตร รวบรวมร้านอาหารและเครื่องดื่มกว่า 40 ร้าน ซึ่งได้ แต๊ว-วุฒิชิริ เจ้าของ The Commons มาร่วมวางแนวคิดจัดวางทำเลให้อยู่ใกล้ชิดกับพื้นที่สวนลอยฟ้า ในส่วนของสายศิลปะมี Trendy Gallery แกลเลอรีศิลปะร่วมสมัยที่จะเป็นพื้นที่แสดงผลงานถาวรของศิลปินไทยระดับแนวหน้า อาทิ มด-นิสา ศรีคำดี (Crybaby Molly), โน้ส-อุดม แต้พานิช, ตั้ม-วิศุทธิ์ พรนิมิตร, Mackcha, Karms และ POORBOY
สำหรับคนรักภาพยนตร์ทางเลือกและสารคดี มีพื้นที่ของ doc club & friends โดย หมู–กฤตวิทย์ หริมเทพาธิปและธิดาผลิตผลการพิมพ์ผู้ร่วมก่อตั้ง Documentary Club ที่จับมือกับ บาส-นัฐวุฒิ พูนพิริยะ และ ป๋อมแป๋ม-นิติ ชัยชิตาทร ซึ่งพื้นที่นี้ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในสถานที่จัดงาน Bangkok International Film Festival ประจำปีนี้ด้วย
นอกจากนี้ ยังมีสถาบันพัฒนาบุคลากรสร้างสรรค์อย่าง 1500 Sound Academy สถาบันสอนดนตรีระดับสากลจากสหรัฐฯ โดย James Gullakoy และสถาบัน Black Gem ในเครือแกรมมี่ รวมถึงค่ายเพลงและพาร์ตเนอร์ระดับสากลอย่าง SM True, Kantana และ Baggy ซึ่งเป็นบริษัท Joint Venture ของ Teddy Park โปรดิวเซอร์วง Blackpink ขณะที่กลุ่มกีฬาและไลฟ์สไตล์ได้พันธมิตรด้าน esports โดย United esports, ด้านกีฬาโดย Thai Padel และฟิตเนสโดย On Track มาร่วมเติมเต็ม พร้อมเพิ่มความยืดหยุ่นด้วยการจับมือกับ Yotel และ Library Ok ในการสร้างโรงแรมสองแห่งภายในโครงการเพื่อรองรับการเป็น Gateway เชื่อมต่ออุตสาหกรรมระดับนานาชาติ
ปรับแผนทุนรับความเชื่อมั่นสินเชื่อธนาคารกรุงเทพ
ด้าน องศา จรรยาประเสริฐ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาโครงการบริษัท MQDC ได้เปิดเผยข้อมูลเบื้องหลัง (Behind the scene) การบริหารจัดการความเสี่ยงทางการเงินของโครงการ (Project Resiliency) ว่า ในปี 2567 เส้นทางการพัฒนาโครงการเผชิญปัจจัยท้าทายจนต้องชะลอการก่อสร้างในช่วงต้นปี อย่างไรก็ดี ทีมพัฒนาโครงการ (MQDC) ได้ทำการปรับแผนการลงทุน จัดหาพาร์ตเนอร์เพิ่มเติม และวางแผนจัดหาทุนใหม่ ส่งผลให้ได้รับความเชื่อมั่นทางการเงินและการสนับสนุนสินเชื่อจากธนาคารกรุงเทพ ในช่วงปลายปี 2567 ทำให้โครงการสามารถกลับมาดำเนินการก่อสร้าง จนเสร็จสมบูรณ์ และพร้อมเปิดบริการในวันที่ 16 กรกฎาคม 2026 ได้ตามแผนงานที่วางไว้
นวัตกรรมวิศวกรรมขั้นสูงรองรับการทำงาน 24 ชั่วโมง

ในส่วนของนวัตกรรมสถาปัตยกรรมและโครงสร้างวิศวกรรมขั้นสูง โครงการได้รับการออกแบบให้มีสวนลอยฟ้าผืนใหญ่เชื่อมต่อกันไว้ที่ใจกลางโครงการ (Thavoraven / Cloud Garden) ส่งผลให้การสร้าง Cloud 11 Hall ขนาดความจุ 3,000 คนที่ชั้นใต้ดิน ต้องทำงานร่วมกับ ไคโอกะชิ เพื่อใช้โครงสร้างเหล็กไร้เสาพิเศษนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ในการรองรับน้ำหนักของสวนลอยฟ้าขนาดใหญ่ด้านบนได้อย่างปลอดภัย พร้อมทั้งติดตั้งแทงก์น้ำหล่อเย็นทรงกลมขนาดใหญ่ เพื่อช่วยควบคุมระบบปรับอากาศให้สามารถทำงานได้อย่างยืดหยุ่นตลอด 24 ชั่วโมง รองรับพฤติกรรมการทำงานที่ไม่มีเวลาตายตัวของธุรกิจสร้างสรรค์ และยังแสดงความเคารพต่อธรรมชาติเดิม ด้วยการออกแบบโครงสร้างอาคารแบบคว้านเพื่อเก็บรักษา ต้นไทรเก่าแก่ที่มีอายุกว่าร้อยปี ไว้ในตำแหน่งเดิมและระดับเดิม พร้อมเจาะช่องแสงด้านบนเพื่อให้ต้นไม้เติบโตต่อไปได้อย่างยั่งยืน
ย้ำ “Human Connection” คือหัวใจที่ AI แทนไม่ได้
เมื่อเผชิญกับคำถามสำคัญเกี่ยวกับอนาคตของอุตสาหกรรมในยุคปฏิวัติเทคโนโลยี AI ว่าการเกิดขึ้นของ AI และการตัดต่อเสมือนจริง (Virtual Production) จะเข้ามาลดทอนความจำเป็นของสตูดิโอจริงหรือไม่
ผู้บริหาร Cloud 11 ได้ให้มุมมองเชิงกลยุทธ์ไว้ว่า ในอนาคตความต้องการใช้พื้นที่จริงจะมีขนาดเล็กลงแต่ต้องเข้าถึงง่ายขึ้น เนื่องจากเทคโนโลยี Virtual Environment บนจอ LED และ AI ช่วยให้การผลิตโปรดักชันใช้พื้นที่เล็กลงและลดต้นทุนลงมหาศาล ส่งผลให้สตูดิโอขนาดกะทัดรัดแต่ทันสมัยในเมืองที่ตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS มีความจำเป็นมากขึ้นและจะเข้ามาทดแทนสตูดิโอขนาดใหญ่หลายสิบไร่ในอดีต
แต่ท้ายที่สุดแล้ว คุณพอลเน้นย้ำว่า ยิ่งเทคโนโลยี AI เติบโตมากเท่าไหร่ ความต้องการสัมผัสและสร้างความสัมพันธ์ของมนุษย์ในชีวิตจริง (Human Connection & Community) จะยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้น ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญและข้อได้เปรียบทางธุรกิจที่ Cloud 11 มุ่งเน้นในการสร้างระบบนิเวศในครั้งนี้
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
วีซ่ากางอินไซต์ ‘เศรษฐีใหม่เทคฯ’ เที่ยวซ้ำ-เวลเนสพุ่ง ชูไทยโมเดลประเทศแรกเปิด ‘Visa Destinations’
CPN ผนึก มิตซูบิชิเอสเตท ทุ่มหมื่นล้าน ผุดมิกซ์ยูสแห่งอนาคต ‘CenTRal cENtrAL’ พลิกโฉมสยามสแควร์



