TH | EN
TH | EN
หน้าแรก Business ถอดรหัสความสำเร็จ The 1 มัดใจลูกค้ายุคดิจิทัลด้วย พลังของข้อมูล

ถอดรหัสความสำเร็จ The 1 มัดใจลูกค้ายุคดิจิทัลด้วย พลังของข้อมูล

ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านธุรกิจสู่ดิจิทัลที่ข้อมูลกลายเป็นน้ำมันใหม่ (New Oil) ในการขับเคลื่อนธุรกิจ การเติบโตของข้อมูลอย่างล้นเหลือ จึงเป็นความท้าทายของผู้ที่เก็บและนำข้อมูลซึ่งประเมินว่าเติบโตชนิดเป็นพัน ๆ เท่า มาใช้ให้เกิดประโยชน์ทางธุรกิจได้อย่างไร

เดอะวัน (The 1) ภายใต้กลุ่มเซ็นทรัล คือ หนึ่งในองค์กรที่ประสบความสำเร็จในการนำกลยุทธ์ด้านข้อมูลมาใช้ในการขับเคลื่อนธุรกิจ (Data Driven) บนเทคโนโลยีคลาวด์แพลตฟอร์มของ อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (AWS) เพื่อเปลี่ยนโฉมธุรกิจสู่ ผู้นำดิจิทัลไลฟ์สไตล์และลอยัลตี้แพลตฟอร์มที่ยืนหนึ่งเรื่องการส่งต่อประสบการณ์ชีวิตยุคดิจิทัลที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในทุกมิติ (Customer 360) ผ่านช่องทางสื่อสารแบบออมนิแชนแนลที่หลากหลายทั้งออนไลน์และออฟไลน์”

เปิด 3 กลยุทธ์เพิ่มพลังขับเคลื่อนธุรกิจด้วยข้อมูล

รายงานของอเบอร์ดีน (Aberdeen) เปิดเผยว่า องค์กรที่มีกลยุทธ์ด้านข้อมูลและนำข้อมูลมาใช้ในการขับเคลื่อนธุรกิจ โดยเฉลี่ยแล้วจะมีการเติบโตทางรายได้สูงถึง 20-30 เปอร์เซนต์ โดยจะได้รับประโยชน์ทั้งในเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพการปฎิบัติงาน การตัดสินใจที่รวดเร็วและแม่นยำ รวมถึงก่อให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ขณะที่องค์กรซึ่งไม่ได้นำข้อมูลมาใช้อย่างจริงจัง จะโตได้ราว 15 เปอร์เซนต์  

วัตสัน ถิรภัทรพงศ์ Country Manager อะเมซอนเว็บเซอร์วิสเซส (AWS) ประจำประเทศไทย ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มประมวลผลคลาวด์ กล่าวว่า องค์กรส่วนใหญ่กำลังเผชิญกับความท้าทายในการจัดการข้อมูลที่โตแบบก้าวกระโดดเฉลี่ย 10 เท่าในทุก ๆ 5 ปี จนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานไม่ทัน ข้อมูลที่เก็บอย่างกระจัดกระจาย จนไม่สามารถเชื่อมโยงให้เกิดการใช้ประโยชน์ทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ การขาดบุคลากรในการทำงานกับเทคโนโลยีใหม่ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) หรือแมชชีนเลิร์นิ่ง และความกังวลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล

AWS มีแนวทางในการช่วยให้ลูกค้าประสบความสำเร็จในการวางกลยุทธ์ด้านข้อมูล (Modern Data Strategy) โดยยึดหลักการ 3 ประการ ได้แก่ 1) Modernize การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ทันต่อทุกการเติบโตของข้อมูล ด้วยประสิทธิภาพในการย่อขยายการใช้งานได้ตามต้องการ (Scalability) มีความปลอดภัย เชื่อถือได้ 2) Unify คือ การรวบรวมข้อมูลที่กระจัดกระจายจากทุกที่มาร้อยเรียงให้เกิดประสิทธิภาพในการใช้งานได้อย่างไร้รอยต่อ และ 3) Innovate การประมวลผลข้อมูลด้วยเครื่องมือที่ชาญฉลาด เช่น เอไอ หรือ แมชชีนเลิร์นนิ่ง เพื่อสร้างนวัตกรรม ประสบการณ์ หรือกระบวนการทำงานใหม่ ๆ ที่ต่อยอดสู่การเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจ

วัตสัน ถิรภัทรพงศ์ Country Manager อะเมซอนเว็บเซอร์วิสเซส (AWS) ประจำประเทศไทย

ทั้งหมดนี้ต้องอยู่บน AWS Well-Architected Framework ที่มีความยืดหยุ่น ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งคลาวด์เป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ Modern Data Strategy ได้สะดวกและดีที่สุด สำหรับในด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูล AWS ยังรองรับถึง 98 มาตรฐานความปลอดภัยระดับ และผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่กำกับดูแลเรื่องความปลอดภัยทั่วโลกและบริการของ AWS ทั้ง 117 รายการที่จัดเก็บข้อมูลลูกค้ามีความสามารถให้เข้ารหัสข้อมูล

ทั้งนี้ AWS Well-Architected Framework จะมาเสริมแกร่งกลยุทธ์การจัดการข้อมูล อาทิ การสร้าง Scalable Data Lakes ที่เก็บส่วนกลางของข้อมูลทุกขนาดและทุกรูปแบบทั้งที่มีและไม่มีโครงสร้างเพื่อการเข้าถึงข้อมูลอย่างไร้รอยต่อ การสร้างนวัตกรรมจากการประมวลข้อมูลด้วยเครื่องมือ เช่น เอไอ หรือ แมชชีนเลิร์นนิ่งที่ออกแบบให้เลือกใช้งานได้หลายระดับ หรือ จะเป็นการใช้เครื่องมือเอไอ หรือแมชชีนเลิร์นนิ่งที่ AWS สร้างไว้ให้ล่วงหน้า (Pre-Built) สำหรับองค์กรที่ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญในระดับต่างๆ กัน การใช้งานผ่านแพลตฟอร์มคลาวด์ที่ช่วยผ่อนภาระลูกค้าในการลงทุนด้านเซิร์ฟเวอร์ (Serverless) การดูแลโครงสร้างพื้นฐานและระบบความปลอดภัยในฝั่งฮาร์ดแวร์ให้ไปอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ให้บริการคลาวด์แทน การส่งเสริมเรื่องธรรมาภิบาล (Governance) ซึ่งช่วยด้านการบริหารจัดการและการใช้ข้อมูลที่ดี รวมถึงการดูแลรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้องค์กรได้ใช้เวลาไปกับการมุ่งมั่นพัฒนาปรับปรุงขีดความสามารถด้านธุรกิจ และการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้ามากขึ้น 

“หลายองค์กรทั่วโลกมีการนำข้อมูลไปใช้ในการสร้างและพัฒนากลยุทธ์ธุรกิจ อาทิ ตลาดหุ้น (NASDAQ) บริษัทผู้ผลิตรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู (BMW) หรือ บริษัทผลิตเครื่องมือแพทย์ฟิลิปส์ (Phillips) สำหรับประเทศไทย เดอะวัน ในเครือเซ็นทรัลกรุ๊ป นับเป็นองค์กรในแวดวงค้าปลีกของไทยที่ประสบความสำเร็จในการใช้กลยุทธ์ด้านข้อมูลให้เกิดประสิทธิผลจริงบนแพลตฟอร์มคลาวด์ของ AWS”

The 1 บนเส้นทางที่เปลี่ยนผ่าน

คณินท์ ปิ่นสุวรรณ์  Head of Product & Operations จากเดอะวัน กล่าวว่า เดอะวันเริ่มต้นขึ้นเมื่อ 16 ปีที่แล้วจากแนวคิดในการสร้าง Loyalty Program เพื่อจูงใจให้เกิดการซื้อหรือใช้สินค้าและบริการอย่างต่อเนื่องโดยการสะสมแต้มผ่านเดอะวันการ์ด (The 1 Card) จนกระทั่งปี 2559 เป็นจุดตั้งต้นที่เดอะวันเริ่มปรับองค์กรสู่ความเป็น Data-Driven มากขึ้น โดยการนำข้อมูลที่เก็บมานานหลายปี มาศึกษาวิเคระห์เพื่อกำหนดกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนธุรกิจ ซึ่งจากการศึกษาข้อมูลเชิงลึกทำให้สามารถจำแนกและจัดกลุ่มลูกค้าได้ชัดเจนกว่าเดิม จนนำไปสู่การพัฒนาแพลตฟอร์มใหม่ ๆ ที่เหมาะสมกับพฤติกรรมการบริโภคหรือความต้องการใช้งานของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น 

ตัวอย่างเช่น การเปลี่ยนโฉมธุรกิจจาก “เดอะวัน การ์ด” มาเป็น “เดอะวัน” ด้วยภาพลักษณ์องค์กรดิจิทัลที่พร้อมให้บริการผ่านช่องทางแบบออมนิแชนแนล (Omni-Channel) ครอบคลุมทั้งแฟลตฟอร์มออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อให้เหมาะกับฐานลูกค้าสมาชิกที่มีอายุน้อยลงและเป็นกลุ่มคนทำงานมากขึ้น การสร้างโปรแกรม “เดอะวัน เอ็กซ์คลูซีฟ (The1 Exclusive)” เพื่อมอบสิทธิประโยชน์และบริการที่ดีให้กับกลุ่มลูกค้าที่มียอดการจับจ่ายใช้สอยสินค้าและบริการสูงซึ่งมีอยู่ราวห้าหมื่นราย เป็นต้น

เติมเต็มไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัลสู่ Center of Life Platform

“จากจุดเริ่มต้นในการศึกษาข้อมูลจนค่อย ๆ ขยายผลออกมา ทำให้เราเริ่มกลับมาทบทวนว่า ธีมธุรกิจคืออะไร และเราอยากโตต่ออย่างไร จนสุดท้ายมาตกผลึกที่คำว่า การสร้างประสบการณ์ชีวิตในรูปแบบดิจิทัล (Digital Lifestyle Experience)  ต่อยอดไปเป็นวิสัยทัศน์สู่การเป็น “Center of Life Platform” เพื่อให้เดอะวันเป็นแพลตฟอร์มที่เป็นศูนย์กลางในการใช้ชีวิตจริง ๆ”

คณินท์ กล่าวว่า จากวิสัยทัศน์ Center of Life Platform ทำให้มองต่อถึง “การสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem)” ที่สามารถนำเสนอสินค้าและบริการซึ่งตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์เพื่อมัดใจลูกค้าให้อยู่กับ The 1 ตลอดไป 

คณินท์ ปิ่นสุวรรณ์ Head of Product & Operations จากเดอะวัน (ขวา) และ ธีรพล ไทยหิรัญ Head of Data & Insights (ซ้าย)

ปัจจุบันเดอะวันมีแอปพลิเคชันแล้ว มีช่องทางในการเข้าถึงลูกค้าแล้ว ตอบโจทย์ลูกค้าในเรื่องการช้อปปิ้ง อาหารการกินแล้ว และยังเดินหน้าขยายสินค้าและบริการในเรื่องอื่น ๆ อาทิ การเงิน การธนาคาร การทำงาน สุขภาพ การเดินทางท่องเที่ยว การใช้ชีวิตประจำวัน จึงเป็นที่มาที่ไปของการจับมือกับพาร์ทเนอร์ซึ่งเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมต่าง ๆ และเกิดโปรแกรมที่เรียกว่า “เดอะวัน บิสซิเนส โซลูชัน (The 1 Business Solution)” เพื่อให้ลูกค้าเมื่อเข้ามาอยู่ในระบบนิเวศไม่ว่าจะเป็นของ The 1 หรือพันธมิตร จะได้รับการบริการแบบไร้รอยต่อ โดยเดอะวันจะเป็นตัวกลางหลักในการเชื่อมการสื่อสารข้อมูลซึ่งกันและกันระหว่างลูกค้าสมาชิกและพันธมิตร

“ปัจจุบันเรามีพาร์ทเนอร์อยู่ใน Ecosystem ประมาณ 2,000 กว่าแบรนด์และจุดให้บริการกว่า 32,000 จุดที่สมาชิกของเดอะวันสามารถเข้าไปทำธุรกรรมในการใช้จ่าย แลก โอน หรือทำคะแนนสะสมแต้มได้”

คณินท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ระบบนิเวศเป็นตัวอย่างที่ทำให้เห็นถึงประโยชน์ของการใช้ข้อมูลในการขับเคลื่อนธุรกิจ และเกิดผลสัมฤทธิ์ได้จริงทั้งกับลูกค้าสมาชิกและพาร์ทเนอร์ นอกจากนี้ ฐานข้อมูลของผู้ใช้งาน หรือ ยูสเคส (Use Case) ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการศึกษาข้อมูลเชิงลึก ยังมีประโยชน์ในการนำไปต่อยอดเพื่อสร้างแพลตฟอร์มหรือโซลูชันสำหรับรองรับโมเดลธุรกิจใหม่ หรือแม้กระทั่งการพัฒนาเครื่องมือใหม่ ๆ ในการจับคู่สินค้าและบริการให้ตรงใจสมาชิกแต่ละราย (Personalize) ก็สามารถสร้างโอกาสการขายให้กับธุรกิจได้มากขึ้น

เผชิญความท้าทายด้วยคลาวด์

การเกิดขึ้นของระบบนิเวศซึ่งส่งผลให้เกิดจำนวนข้อมูลที่มากขึ้น จำนวนลูกค้าและปริมาณการทำธุรกรรมก็เพิ่มขึ้น โจทย์เรื่องของ The 1 App ที่ผู้บริหารต้องการให้สมาชิกใช้งานบนช่องทางออนไลน์เพิ่มจำนวนมากขึ้น จากไม่ถึง 1 ล้านคนเป็น 5 ล้านคน ภายในระยะเวลา 1 ปี โดยไม่กระทบกับงบประมาณ เป็นต้น 

สิ่งเหล่านี้เริ่มกลายเป็น pain point ขององค์กร เนื่องจากการขยายระบบให้รองรับได้ทันนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะติดปัญหาการจัดซื้อเครื่องเพิ่ม ทั้งระยะเวลาในการอิมพลิเม้นท์ก็นาน ประสิทธิภาพการทำงานตกลงเพราะเวลาต้องการเพิ่มหรือขยายเพื่อรองรับธุรกรรมที่มากขึ้น ระบบขาดความยืดหยุ่น ไม่เท่าทันการใช้งาน (Provisioning) 

“เราต้องการประสิทธิภาพของระบบที่ดีแต่ผ่านไป 6 เดือนยังไม่สามารถสร้างให้เกิดขึ้นได้ พอหันกลับมามองฮาร์ดแวร์แพลตฟอร์ม เดอะวันอยู่กับเทคโนโลยีที่ใช้งานในองค์กรแบบ on-premise มากว่า 10 ปี คุยกับทีมว่าเราต้องย้ายไปใช้ระบบคลาวด์ โดยค่อย ๆ เลือกทำเป็นบางชิ้น คือ เอาชิ้นที่คิดว่าลดต้นทุนได้เร็วที่สุด ข้อมูลไม่อ่อนไหวมาก สำคัญต้องเป็นระบบที่ยืดหยุ่นย่อ-ขยายได้ 

คณินท์ กล่าวว่า การตลาดค้าปลีกสู้กันรุนแรง ต้องเร็ว ต้องเข้าถึง ซึ่งโครงสร้างพื้นฐาน แบบ on-premise ไม่เหมาะกับการรองรับธุรกรรมผ่านช่องทางดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นด้านต้นทุนที่ต้องอัดฉีดฮาร์ดแวร์เพิ่มเข้าไป ระยะเวลาเตรียมการที่นาน 

“เราคุยกับ AWS และตัดสินใจย้ายไปคลาวด์ พบว่าแก้ pain point ขององค์กรได้จริง เราไม่จำเป็นต้องลงทุนฮาร์ดแวร์เพิ่มเผื่อไว้รองรับเวลาที่มีธุรกรรมหรือปริมาณข้อมูลสูง ๆ สามารถย่อ-ขยายระบบได้โดยอัตโนมัติและใช้งานได้ทันทีผ่านคลาวด์ ระบบงานมีความทันสมัย (Modernize) มากขึ้น”

ปัจจุบัน นอกจากข้อมูล เดอะวันได้ย้ายแอปพลิเคชันและระบบบางอย่างขึ้นไปบนคลาวด์กว่า 90 เปอร์เซนต์แล้ว เช่น ระบบบริหารงานขาย (Salesforce) ระบบบิสซิเนส อินเทลลิเจ้นท์ (BI) เป็นต้น เหลือที่อยู่บน on-premise ราว 10 เปอร์เซนต์ ช่วยองค์กรจัดการต้นทุนได้มีประสิทธิภาพ เพราะเป็นการจ่ายตามการใช้งานจริง รวมถึงเมื่อเทียบราคากับการที่องค์กรต้องลงทุนระบบเอง คลาวด์ถือว่าถูกกว่า 

ธีรพล ไทยหิรัญ Head of Data & Insights จากเดอะวันกล่าวเสริมในฝั่งของทีมดาต้าว่า ตั้งแต่ปี 2559 ที่มีแนวคิดการขับเคลื่อนองค์กรด้วยข้อมูลและมีการเก็บข้อมูลมาเรื่อย ๆ พบว่า ข้อมูลมีความหลากหลายและเปลี่ยนแปลงไปตามแต่ละช่วงเวลาที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ข้อมูลด้านธุรกรรม ตลอดจนพฤติกรรมการซื้อบนแอปพลิเคชันเดอะวัน ข้อมูลของพันธมิตรธุรกิจที่อยู่ในระบบนิเวศ เรียกได้ว่าข้อมูลกระจัดกระจายมาก การยูนิฟายด์หรือรวบรวมข้อมูล (Unify) ที่หลากหลายและมากมายขนาดนี้เป็นไปได้ยาก เทคนิคที่เดอะวันใช้แก้ปัญหาขณะนั้น คือ กำหนดกรณีการใช้งานทางธุรกิจ (Business Use Case) อาจจะสักห้าเรื่อง แล้วเลือกรวบรวมเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อหาคำตอบ จากนั้นจึงขยายผลต่อออกไปให้กว้างขึ้น

แต่ด้วยปริมาณข้อมูลที่มากขึ้นเรื่อย ๆ น่าจะราวสัก 100 TB ในตอนนั้น แถมยังเริ่มมีแหล่งข้อมูล (Data Source) หลายแบบที่อยู่บนโครงสร้างที่องค์กรไม่เคยเก็บมาก่อนเกิดขึ้น ทำให้ถ้ายังอยู่กับ on-premise ต่อไปจะต้องใช้เม็ดเงินมหาศาล 

“เราจึงเริ่มคิดเรื่องการย้ายระบบ และได้ปรึกษากับทาง AWS ว่ามีเครื่องมือลักษณะที่เป็น pre-built คือ สร้างไว้ให้ลูกค้าหยิบไปใช้ได้เลยหรือไม่ ซึ่ง AWS ก็แนะนำให้ใช้บริการย้ายข้อมูลที่ชื่อว่า Data Migration Service เราก็เลยย้ายข้อมูลที่แบบมีและไม่มีโครงสร้างขึ้นไปบนคลาวด์ ซึ่งเมื่ออิมพลิเม้นท์ไประบบทั้งหมดผ่าน ก็เริ่มใช้บริการข้อมูลบนคลาวด์ของ AWS ตั้งแต่นั้นมา”

เมื่อเดอะวันได้ลอยัลตี้แพลตฟอร์มบนคลาวด์ที่มีประสิทธิภาพแล้ว จึงเริ่มคิดถึงการเชื่อมต่อแหล่งข้อมูลทั้งในและนอกกลุ่มเซ็นทรัลเข้ามาไว้ในที่เดียวกัน เพื่อเวลาที่ผู้ใช้งานเข้ามาในระบบ จะได้เข้าใจประสบการณ์ของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์ (Customer Journey) แบบ 360 องศา ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้งานทั้งในฝั่งธุรกิจหรือฝ่ายวิเคราะห์สามารถสร้างยูสเคส หรือ ออกแบบโปรแกรมการตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data Driven Marketing) ได้ด้วยตัวเอง

“เป้าหมายสูงสุด คือ การทำเรื่อง Personalization เรามีความตั้งใจที่จะนำเอไอมาใช้ในการทำ Recommendation Engine หรือระบบแนะนำสินค้า บริการ หรือคอนเทนต์ที่ตรงกับความสนใจของลูกค้าแต่ละรายโดยอาศัยการศึกษาข้อมูลจากพฤติกรรมของลูกค้าเอง แต่เนื่องจากต้องใช้ทรัพยากรเยอะ จึงเลือกตัวช่วยอย่าง AWS Personalize ขณะเดียวกัน เรามีแผนที่จะไปต่อในการใช้บริการ AWS SageMaker ที่จะมาช่วยในการออกแบบและพัฒนาแมชชีนเลิร์นนิ่งบนคลาวด์”

ไปต่อกับวัฒนธรรมองค์กรแบบอะไจล์ (Agile)

คณินท์ กล่าวว่า การศึกษาข้อมูลมากขึ้น เริ่มรู้จักว่าลูกค้าคือใคร ต้องการอะไรมากขึ้น จึงเกิดแนวคิดว่า ควรปรับองค์กรให้เดินไปบนฐานข้อมูล รวมถึงปรับเปลี่ยนเดอะวันให้มีความกระชับและฉับไวในการทำงานมากขึ้น (Agile) โดยการจัดทีมทำงานในรูปแบบสควอด (Squad) ซึ่งภายในทีมจะประกอบด้วยคนจากทุกแผนก ทั้งทีมข้อมูล การตลาด ผลิตภัณฑ์ วิศวกร นักทดสอบ และทีมปฏิบัติงานต่าง ๆ ความเป็นสควอดจะช่วยให้คนที่อยู่ในทีมทำงานเสมือนเป็นบริษัทเล็ก ๆ ซ้อนอยู่ในองค์กรเดอะวัน แต่มีอำนาจในการตัดสินใจ พัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริการใหม่ ๆ ได้ด้วยตัวเอง ซึ่งทำให้ทีมรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของในสิ่งที่เขาพัฒนาขึ้น 

“ส่วนสิ่งที่เราต้องซัพพอร์ตคือ การเลือกใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย อย่างเช่น การใช้คลาวด์ที่ช่วยให้เราตัดประเด็นเรื่องข้อจำกัดทางเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานออกไป แถมยังมีเครื่องไม้เครื่องมือให้ทดลองเพียงแค่ขอเปิดใช้บริการ เช่น เอไอ หรือแมชชีนเลิร์นนิ่ง เท่ากับเป็นการเปิดโอกาสให้ทีมได้เรียนรู้เรื่องของเทคโนโลยีที่ทันสมัยควบคู่ไปกับธุรกิจ สุดท้ายกลายเป็นการเปลี่ยนรูปแบบการทำงานขององค์กร เพราะสควอดทำให้องค์กรวิ่งได้เร็วขึ้นทั้งในฝั่งของการตลาดและเทคโนโลยีในการส่งต่อประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าได้เรื่อย ๆ”

ปัจจุบัน เดอะวันมีสควอดอยู่ประมาณ 10 กว่าทีม ที่จะโฟกัสการทำงานแยกไปตามกลุ่มต่าง ๆ อาทิ กลุ่มลูกค้า กลุ่มธุรกิจ นอกจากนี้ ยังมีทีมทางด้านแพลตฟอร์ม โครงสร้างพื้นฐาน และทีมเทคโนโลยีที่มาสนับสนุนการทำงานของแต่ละสควอด เช่น ทีมที่ทำงานใกล้ชิด AWS จะช่วยสนับสนุนเรื่องการใช้แพลตฟอร์มหรือเครื่องมือต่าง ๆ เพื่อรวบรวมความต้องการที่เกิดขึ้นและพัฒนาสู่การใช้งานให้เกิดประสิทธิผลสูง เป็นต้น 

“โปรแกรมเดอะวัน เอ็กซ์คลูซีฟ มีฐานลูกค้าอยู่กว่า 50,000 ราย แต่ทำรายได้มหาศาล เป็นตัวอย่างที่เราได้ทำการศึกษาข้อมูลแล้วก็ดึงยูสเคสนี้ขึ้นมาเป็นตัวชูโรง จากนั้นจึงสร้างทีมมาทำการศึกษาข้อมูลเพื่อที่จะเข้าใจลูกค้ากลุ่มนี้ให้มากที่สุด และส่งต่อสินค้า บริการ หรือคอนเทนต์ที่ตรงใจพวกเขาที่สุด อย่างกลุ่มครอบครัวเราก็ไปเจอว่ามีความชอบในสินค้าและบริการที่ต่างจากกลุ่มอื่น เราก็สร้างทีมขึ้นมาโฟกัส จะเห็นว่าข้อมูลสามารถนำมาสร้างยูสเคสและชี้ให้องค์กรเห็นทิศทางในการทำธุรกิจเพื่อไปสู่กลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด” 

ก้าวต่อไปของเดอะวัน

ธีรพล กล่าวว่า องค์กรต้องเดินต่อไปในเส้นทางการขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ทีมดูแลข้อมูล หน้าที่สำคัญคือ การแสวงหาวิธีการหรือเครื่องมือที่จะทำให้ทีมบริหาร ทีมธุรกิจ ทีมวิเคราะห์ หรือนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล สามารถเข้าถึงข้อมูลที่เป็นหัวใจได้ง่ายและรวดเร็ว เพื่อเอาไปใช้ในการพัฒนาและจัดทำแผนธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ  

ขณะที่ในฝั่งของธุรกิจและผลิตภัณฑ์ คณินท์ กล่าวว่า เดอะวันยังมีลูกค้าสมาชิกที่ไม่ได้อยู่บนช่องทางดิจิทัลอีกมาก ทำให้พลาดโอกาสในการได้รับบริการหรือสิทธิประโยชน์ ช่องทางดิจิทัลถือว่ามีประสิทธิภาพสูงในการส่งต่อข้อมูลปริมาณมหาศาล 

เป้าหมายถัดไปที่เดอะวันตั้งไว้ คือ หนึ่ง การผลักดันลูกค้าที่อยู่ในฝั่งออฟไลน์ให้กลายเป็นลูกค้าออนไลน์ให้ได้มากที่สุด ซึ่งตอนนี้ลูกค้าสมาชิกของเดอะวันมีทั้งหมด 19 ล้านราย ใช้งานผ่านแอปพลิเคชันออนไลน์แล้วประมาณ 6 ล้านราย สอง เมื่อลูกค้าเข้าสู่ระบบออนไลน์ ก็ต้องเพิ่มประสบการณ์ที่หลากหลายผ่านช่องทางดิจิทัลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชัน เว็บไซต์ เพื่อให้ได้รับข้อมูลอย่างถูกที่และถูกเวลาในกรณีที่สนใจอยากสั่งซื้อสินค้าหรือบริการ หรือเพิ่มธุรกรรมรูปแบบใหม่ในเชิงประสบการณ์การช้อปปิ้ง เป็นต้น

“ยกตัวอย่างเรื่องของ AWS Well-Architected Framework เรามีการคุยกับทาง AWS แล้ว เพราะเดอะวันใช้คลาวด์เยอะมาก แต่อาจเป็นการใช้งานแบบแยกส่วนเป็นก้อน ๆ นอกจากนี้ เราเองก็ให้ความสำคัญในเรื่องของธรรมาภิบาลข้อมูล (Governance) อย่างเข้มงวดมาโดยตลอด แม้ไม่มีผลกระทบเมื่อมีพีดีพีเอเข้ามา แต่ยังคงต้องประเมินผล วัดประสิทธิภาพความปลอดภัยและรักษาความสม่ำเสมอของระบบอย่างต่อเนื่อง เป็นต้น ทั้งหมดก็เพื่อให้องค์กรก้าวกระโดดสู่เป้าหมายต่อไปได้เร็วขึ้น”

คณินท์ สรุปว่า ในเชิงของผู้ใช้งานผ่านแอปพลิเคชันเดอะวันภายในหนึ่งถึงสองปีข้างหน้า เราอยากให้โตต่อจากหกล้านเป็นสิบล้าน สำหรับในส่วนของจำนวนลูกค้าสมาชิกเราเชื่อว่า ถ้านับเป็นตัวบุคคลเราตั้งเป้าจะมีสมาชิกกว่ายี่สิบห้าล้านรายในปี 2568 เพราะหนึ่งบัตรไอดีอาจมีคนใช้มากกว่าหนึ่งคน ซึ่งเป็นอีกโจทย์ว่าทำอย่างไรจะแยกคนกลุ่มนี้ออกมาให้ได้ ให้เขาแสดงตัวเองออกมา เหมือนลูกค้าในฝั่งออฟไลน์ซึ่งมีอยู่สิบสามล้านก็ต้องดึงดูดให้เข้าสู่ออนไลน์เพื่อที่เขาจะแสดงตัวตนออกมาเช่นกัน ตรงนี้จะเป็นข้อมูลให้เดอะวันสามารถนำไปต่อยอดในการพัฒนาธุรกิจและบริการที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในแบบ Center of Life  Platform ให้กับลูกค้านั่นเอง

STAY CONNECTED

0แฟนคลับชอบ
0ผู้ติดตามติดตาม

Lastest News

เอสซีจี บนเส้นทางการขับเคลื่อน “เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล” เพื่อความยั่งยืน

การเปลี่ยนผ่านของเอสซีจีจาก “ผู้ใช้” สู่การเป็น “ผู้ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล” เป็นกระจกสะท้อนถึงความสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถองค์กรด้วยนวัตกรรม เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามแนวทาง ESG

เดลล์เผยผลสำรวจ องค์กรในกว่า 40 ประเทศ ตระหนัก พนักงานคือสินทรัพย์สำคัญในการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน

2 ปีหลังที่ผ่านมา องค์กรธุรกิจต่างเร่งปฏิรูปสู่ระบบดิจิทัล ราวครึ่งหนึ่งของผู้นำด้านไอทีในประเทศไทย หรือ 58% (เอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น: 45%; ทั่วโลก: 50%) กล่าวว่า องค์กรของตนรู้ว่า จะต้องทำอย่างไรบ้างในการปฏิรูปคนทำงานสู่ระบบดิจิทัล

ดีแทค-กสทช. ขยายระยะเวลาชำระค่าบริการ ให้ผู้ประสบภัย จากพายุโนรู

ดีแทคและสำนักงาน กสทช. ขอแสดงความห่วงใยและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ ให้สามารถติดต่อสื่อสารถึงญาติพี่น้อง และติดตามข่าวสารและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

Flash Express จับมือ TikTok Shop ให้บริการจัดส่งพัสดุ

Flash Express ประกาศขยายความร่วมมือกับ TikTok Shop สู่ประเทศไทยในฐานะ Regional Logistics Partner พร้อมให้บริการจัดส่งพัสดุแก่พ่อค้า แม่ค้าทุกร้านบนแพลตฟอร์ม

ก.ล.ต. จัดกิจกรรมให้ความรู้ผู้ลงทุนประจำปีของ IOSCO ภายใต้แนวคิด “Investor Resilience”

ก.ล.ต. จัดกิจกรรมสัปดาห์ส่งเสริมความรู้ผู้ลงทุนสากล ประจำปี 2565 (World Investor Week 2022) ของ IOSCO ระหว่างวันที่ 2 - 8 ตุลาคม 2565 ภายใต้แนวคิด “Investor Resilience”

Flash Coffee จับมือ Flash Express เสิร์ฟกาแฟจากดอยวาวี ฉลองวันกาแฟสากล

เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวันกาแฟสากล (1 ตุลาคม) ในปี 2565 นี้ Flash Coffee ร่วมมือกับ Flash Express ผู้ให้บริการขนส่งสัญชาติไทยนำเมล็ดกาแฟจากดอยวาวี จ.เชียงราย เสิร์ฟให้กับผู้บริโภคในทั้ง 88 สาขาของแฟลช คอฟฟี่

ไทยพาณิชย์ แนะ SME ปรับกลยุทธ์ รับเทรนด์ Healthy มาแรง

โควิด-19 คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่สร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และวิถีชีวิตของผู้คนทั่วโลกในหลากหลายมิติ ทั้งยังส่งผลกระทบต่อการดำเนิน ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

‘อากาศปนเปื้อนเชื้อโรค’ ภัยเงียบที่รุนแรง

ตัวเลข “68,728 คน” คือยอดคนไทยที่เสียชีวิตจากโรคระบบทางเดินหายใจ ซึ่งมีสาเหตุหลักจาก อากาศที่มีการปนเปื้อนเชื้อโรคและมลพิษ ความต้องการ “อากาศสะอาด” เป็นสิ่งที่สังคมเริ่มให้ความสำคัญ

วช. – สวทช.-วท.กห. มอบนวัตกรรมปุ่มกดลิฟต์แบบไร้สัมผัส แก่ รพ. ทหาร 3 เหล่าทัพ

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และ กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม มอบนวัตกรรม MagikTuch ระบบปุ่มกดลิฟต์ไร้สัมผัส แบบ 2 in 1

ไมโครซอฟท์ นําบริการคลาวด์ของ Microsoft Azure มาสู่ลูกค้าคนไทยด้วย Azure Arc

ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันโลกกำลังขับเคลื่อนอยู่บน cloud-based economy เศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ของหลายประเทศล้วนตั้งอยู่บน Infrastructure สำคัญที่เรียกว่าคลาวด์ (Cloud Infrastructure)

MUST READ

Keep Di เตรียมลุยงาน Crypto Expo 2022 ตอกย้ำบริการรูปแบบใหม่ ยุคเว็บ 3.0

Keep Di ภายใต้บริษัท ซีค แอนด์ คีพ เจเนซิส จำกัด เตรียมจัดทัพลุยงาน Thailand Crypto Expo 2022 ซึ่งเป็นงานคริปโทที่ใหญ่ที่สุดใน South East Asia ตอกย้ำมิติใหม่การตลาดยุคเว็บ 3.0

เอสซีจี บนเส้นทางการขับเคลื่อน “เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล” เพื่อความยั่งยืน

การเปลี่ยนผ่านของเอสซีจีจาก “ผู้ใช้” สู่การเป็น “ผู้ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล” เป็นกระจกสะท้อนถึงความสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถองค์กรด้วยนวัตกรรม เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามแนวทาง ESG

ไมโครซอฟท์ จัดกิจกรรม “Microsoft Founders Society” ยกระดับสตาร์ตอัพไทย สร้างโอกาสการเข้าถึงเงินทุน

ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย จัดกิจกรรม “Microsoft Founders Society” เชิญชวนผู้ประกอบการสตาร์ตอัพ B2B (Business-to-Business) ตามติดความเคลื่อนไหวล่าสุดจากไมโครซอฟท์

ม.มหิดล ใส่ “หัวใจผู้ประกอบการ” ให้คนพิการ ผ่าน “สื่อภาษามือ”

คนพิการมีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์เช่นเดียวกับคนทั่วไป ที่มีความต้องการที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต สำหรับการเริ่มต้นธุรกิจใด ๆ แค่เงินลงทุนอย่างเดียวอาจไม่ทำให้ประสบความสำเร็จได้ หากไม่ได้ใช้ "หัวใจของการเป็นผู้ประกอบการ"

Flash Express จับมือ TikTok Shop ให้บริการจัดส่งพัสดุ

Flash Express ประกาศขยายความร่วมมือกับ TikTok Shop สู่ประเทศไทยในฐานะ Regional Logistics Partner พร้อมให้บริการจัดส่งพัสดุแก่พ่อค้า แม่ค้าทุกร้านบนแพลตฟอร์ม
Newsletter

สนใจรับข่าวสารจาก The Story Thailand อัพเดตก่อนใคร สมัคร Newsletter กับเราเพียงกรอกอีเมลเท่านั้น