Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

SeaChange 2030: ความยั่งยืนกลายเป็นโครงสร้างธุรกิจ Thai Union

SeaChange 2030: ความยั่งยืนกลายเป็นโครงสร้างธุรกิจ Thai Union

สำหรับธุรกิจอาหารทะเลระดับโลก ความยั่งยืนไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเพื่อสังคมหรือโครงการด้านสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป แต่กลายเป็นโจทย์เชิงโครงสร้างที่เชื่อมโยงตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ มาตรฐานแรงงาน การเพาะเลี้ยง การลดคาร์บอน การฟื้นฟูระบบนิเวศ ไปจนถึงโครงสร้างเงินทุนขององค์กร

และ SeaChange 2030 คือ กลยุทธ์ความยั่งยืนของ Thai Union ที่พัฒนาต่อเนื่องจาก SeaChange ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปี 2559 และเดินทางมาครบ 10 ปีในปี 2569

อดัม เบรนนัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนและการสื่อสาร บริษัท ไทยยูเนี่ยนกรุ๊ปจำกัด(มหาชน) อธิบายว่า SeaChange 2030 ถูกออกแบบภายใต้ 2 แกนหลัก คือ For People และ For Planet โดยแตกออกเป็น 5 หัวข้อ ได้แก่ การดูแลและคุ้มครองแรงงาน สุขภาพและโภชนาการ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความหลากหลายทางชีวภาพ และเศรษฐกิจหมุนเวียน ก่อนต่อยอดเป็น 11 พันธกิจที่ครอบคลุมทั้งมิติด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธุรกิจ

“สำหรับ Thai Union ความยั่งยืนไม่ใช่เรื่องที่แยกออกจากธุรกิจ แต่เป็นกรอบการดำเนินงานที่ต้องตอบโจทย์ทั้งผู้คน ท้องทะเล ห่วงโซ่อุปทาน และความสามารถในการแข่งขันระยะยาว”

Scope 3: โจทย์คาร์บอนที่ใหญ่ที่สุด

หนึ่งในโจทย์สำคัญที่สุดของ SeaChange 2030 คือการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Thai Union ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลง 42% ภายในปี 2030 ตามมาตรฐาน SBTi

หากมองเฉพาะการดำเนินงานภายในโรงงาน หรือ Scope 1 และ Scope 2 ปัจจุบันบริษัทสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานลงได้แล้ว 29% เมื่อเทียบกับปีฐาน 2564 ผ่านการใช้พลังงานหมุนเวียน การปรับเปลี่ยนไปใช้เชื้อเพลิงที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และการใช้เทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ

คุณอดัม กล่าวว่า โจทย์ที่ท้าทายกว่านั้นคือ Scope 3 หรือการปล่อยคาร์บอนจากห่วงโซ่อุปทานที่บริษัทไม่ได้ควบคุมโดยตรง ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 85% ของการปล่อยคาร์บอนทั้งหมด

“ความยากของ Scope 3 คือ Thai Union ไม่สามารถลดคาร์บอนได้ด้วยการปรับปรุงโรงงานของตัวเองเท่านั้น แต่ต้องทำงานร่วมกับคู่ค้า ซัพพลายเออร์ เกษตรกร และผู้เล่นอื่นในอุตสาหกรรมอาหารทะเล เพื่อให้การลดคาร์บอนเกิดขึ้นได้จริงตลอดห่วงโซ่อุปทาน”

Low Carbon Shrimp: ลดคาร์บอนแบบ Win-Win

การลงมือทำเพื่อ Scope 3 คือ โครงการ “กุ้งคาร์บอนต่ำ” หรือ Low Carbon Shrimp ซึ่ง Thai Union ทำงานร่วมกับฟาร์มกุ้งในประเทศไทย เพื่อช่วยลดการปล่อยคาร์บอนในกระบวนการเพาะเลี้ยง

แนวทางหลักคือการติดตั้งเทคโนโลยีใหม่ในระดับฟาร์ม เช่น แผงโซลาร์เซลล์ และการทำงานกับห่วงโซ่อาหารกุ้ง โดยส่งเสริมการใช้อาหารกุ้งคาร์บอนต่ำและอาหารกุ้งที่จัดหาอย่างมีความรับผิดชอบ เนื่องจากการปล่อยคาร์บอนในกุ้งมาจาก 2 ส่วนหลัก คือการดำเนินงานในฟาร์มและห่วงโซ่อาหารสัตว์น้ำ

ผลลัพธ์จากโครงการนี้สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในฟาร์มเพาะเลี้ยงกุ้งได้สูงสุด 30% เมื่อเทียบกับการเพาะเลี้ยงแบบทั่วไป

คุณอดัม ย้ำว่า การลดคาร์บอนจะเกิดขึ้นได้จริงก็ต่อเมื่อไม่ผลักภาระทั้งหมดไปอยู่ที่เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง แต่ต้องเป็นโมเดลที่สร้างประโยชน์ร่วมกัน ทั้งการเพิ่มโอกาสเข้าถึงตลาดต่างประเทศ การลดต้นทุนการดำเนินงานในฟาร์ม และการเพิ่มเสถียรภาพด้านไฟฟ้าจากการใช้พลังงานแสงอาทิตย์

“Low Carbon Shrimp ไม่ใช่เพียงโครงการสิ่งแวดล้อม แต่เป็นตัวอย่างของการออกแบบ Sustainability ให้สอดคล้องกับแรงจูงใจทางธุรกิจของผู้เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทาน”

Ocean Plastic Reduction: จากการเก็บขยะสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน

อีกหนึ่งพันธกิจสำคัญภายใต้ SeaChange 2030 คือ Ocean Plastic Reduction หรือการลดขยะพลาสติกในทะเล ปากแม่น้ำ และแม่น้ำลำคลอง โดย Thai Union ตั้งเป้าลดขยะเหล่านี้ให้ได้ 1,500 ตันภายในปี 2030

พรภัสรา เอกกุล ผู้จัดการแผนกอาวุโสฝ่ายการพัฒนาที่ยั่งยืน บริษัท ไทยยูเนี่ยนกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) อธิบายว่า ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา บริษัทสามารถจัดเก็บขยะได้แล้ว 512 ตัน หรือประมาณ 34% ของเป้าหมาย โดยตัวเลขดังกล่าวเป็นเป้าหมายระดับโลก แต่ขยะที่เก็บได้ส่วนใหญ่มาจากประเทศไทย และมีบางส่วนจากกิจกรรมเก็บขยะของโรงงานและบริษัทในต่างประเทศ

ภายใต้ Ocean Plastic Reduction มี 4 โครงการหลัก ได้แก่ กิจกรรม Ocean Clean Up ที่ชวนพนักงาน หน่วยงานท้องถิ่น พันธมิตร และโรงงานในต่างประเทศร่วมเก็บขยะในช่วง World Ocean Day และ International Coastal Clean Up Day โครงการร่วมกับ Second Life ในพื้นที่ภาคใต้ เช่น กระบี่และตรัง โครงการร่วมกับ Seven Clean Seas และวัดจากแดง ผ่านเครื่อง Hippo และโครงการร่วมกับ A To Sea ในการใช้โดรนและ AI ค้นหา Ghost Gear

สิ่งที่ทำให้โครงการเหล่านี้น่าสนใจไม่ใช่เพียงการเก็บขยะขึ้นจากทะเลหรือชายฝั่ง แต่คือการนำขยะเข้าสู่กระบวนการคัดแยก รีไซเคิล และ Upcycling เพื่อสร้างมูลค่าใหม่ เช่น เสื้อภายใต้แบรนด์ O Cycle พวงกุญแจ และอิฐก่อสร้างจากแหอวน ซึ่งได้รับการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์ว่าสามารถนำไปใช้ก่อสร้างได้จริง ทั้งปูพื้นและทำกำแพง

“Ocean Plastic Reduction ไม่ได้จบที่การเก็บขยะเพื่อให้ได้ตัวเลขตามเป้าหมาย แต่เชื่อมโยงไปสู่ Circularity หรือเศรษฐกิจหมุนเวียน ที่เปลี่ยนขยะให้กลับมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้จริง”

AI และโดรน: ระบุพิกัด Ghost Gear ให้แม่นยำขึ้น

หนึ่งในโครงการที่สะท้อนบทบาทของเทคโนโลยีใน SeaChange 2030 คือการร่วมมือกับ A To Sea เพื่อนำโดรน และ A I มาใช้ค้นหาขยะอวน หรือ Ghost Gear ในทะเล

คุณพรภัสรา กล่าวว่า ปัญหาของการเก็บ Ghost Gear คือทะเลกว้างมาก การออกเรือไปค้นหาโดยไม่มีพิกัดไม่ต่างจากการงมเข็มในมหาสมุทร ทั้งใช้เวลา ใช้แรงงาน และใช้งบประมาณสูง แต่การใช้โดรนบินเก็บภาพและวิดีโอ แล้วนำเข้าสู่ระบบ AI ทำให้สามารถจำแนกได้ว่าบริเวณใดคือ Ghost Gear บริเวณใดเป็นปะการังหรือขยะประเภทอื่น ก่อนแปลงผลออกมาเป็นแผนที่และพิกัดสำหรับทีมเก็บกู้

ปีที่ผ่านมา โครงการเริ่มต้นที่เกาะพะงันและเก็บ Ghost Gear ได้ 3,000 กิโลกรัม ส่วนปีนี้เพิ่มเป้าหมายที่เกาะพะงันเป็น 4,000 กิโลกรัม และขยายพื้นที่ไปยังเกาะสมุยอีก 3,000 กิโลกรัม รวมเป้าหมายปีนี้ 7,000 กิโลกรัม

นอกจากช่วยเพิ่มความแม่นยำในการเก็บกู้ Ghost Gear แล้ว โครงการนี้ยังเชื่อมโยงกับการฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ เพราะขณะเก็บกู้มักพบสัตว์ทะเลติดอยู่กับอวน เช่น ปลาและเต่า การนำ Ghost Gear ออกจากทะเลจึงไม่ได้ลดขยะเพียงอย่างเดียว แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงต่อสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศทางทะเลด้วย

ฟื้นฟูระบบนิเวศทั้งบนบกและใต้ทะเล

นอกจากการลดคาร์บอนและการจัดการขยะทะเล Thai Union ยังขับเคลื่อนพันธกิจด้าน Ecosystem Restoration หรือการฟื้นฟูระบบนิเวศ ผ่านหลายโครงการที่ครอบคลุมทั้งพื้นที่บนบกและใต้ทะเล

โครงการแรกคือการปลูกป่าชายเลนในจังหวัดสมุทรสงคราม บนพื้นที่ 100 ไร่ ภายใต้ความร่วมมือกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อสนับสนุนการสะสมคาร์บอนเครดิต โดยเป็นโครงการระยะ 10 ปี แบ่งเป็นปีแรกสำหรับการปลูก และอีก 9 ปีสำหรับการดูแลรักษา ติดตามอัตราการรอดตาย และปลูกเสริมเมื่อจำเป็น ปัจจุบันมีการปลูกต้นไม้ 31,500 ต้น และมีอัตราการรอดตายเกิน 80%

อีกโครงการคือ Coral Reef Restoration หรือการฟื้นฟูปะการังที่เกาะราชาใหญ่ จังหวัดภูเก็ต โดยร่วมกับ SCG, Earth Agenda Foundation และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ใช้เทคโนโลยี 3D Printing ผลิต “บ้านปะการัง” เพื่อวางทดแทนพื้นที่ใต้ทะเลที่เสื่อมโทรม โครงการนี้ดำเนินมาแล้ว 3 ปี วางบ้านปะการังรวม 210 ชิ้น และจากการสำรวจพบว่ามีสปอร์ของปะการังมาเกาะ และมีปลาเข้ามาอยู่อาศัยจริง

นอกจากนี้ Thai Union ยังสนับสนุนงานวิจัยด้าน Seagrass Restoration หรือการฟื้นฟูหญ้าทะเลในประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นโครงการที่มุ่งสนับสนุนการวิจัยเกี่ยวกับหญ้าทะเล ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งอาหารสำคัญของสัตว์ทะเล

ภาพรวมของโครงการเหล่านี้สะท้อนว่า Biodiversity ภายใต้ SeaChange 2030 ไม่ได้เป็นเพียงการทำกิจกรรมรายโครงการ แต่เป็นความพยายามในการเพิ่มพื้นที่และฟื้นฟูระบบนิเวศ ทั้งในป่าชายเลน แนวปะการัง และแหล่งหญ้าทะเล

10 ปี SeaChange กับมาตรฐานอุตสาหกรรมอาหารทะเล

ตลอดระยะเวลา 10 ปีนับจากการเปิดตัว SeaChange ในปี 2559 Thai Union ระบุว่ากลยุทธ์นี้มีบทบาทสำคัญในการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมอาหารทะเล ทั้งด้านการจัดหาปลาทูน่าอย่างยั่งยืน นโยบายไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจัดหางาน การสรรหาแรงงานอย่างมีจริยธรรม การตรวจสอบย้อนกลับ และมาตรฐานแรงงานทั้งบนบกและในทะเล

ภายใต้ SeaChange 2030 บริษัทมีความคืบหน้าหลายด้าน เช่น สนับสนุนโครงการปรับปรุงการประมง หรือ Fishery Improvement Projects รวม 9 โครงการ จัดหากุ้ง 68% จากแหล่งเพาะเลี้ยงที่มีความรับผิดชอบ ทำให้ 95% ของห่วงโซ่อุปทานปลาทูน่ามีการติดตามตรวจสอบขณะออกเดินเรือในทะเล และนำระบบ Can Tracker มาใช้กับแบรนด์ Chicken of the Sea, Genova, John West, Petit Navire และ Mareblu เพื่อให้ผู้บริโภคตรวจสอบแหล่งที่มาของสินค้าได้ผ่านรหัสบนกระป๋อง

ด้านแรงงาน บริษัทประกาศนโยบายไม่เก็บค่าธรรมเนียมการจัดหางานจากแรงงานข้ามชาติในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2559 และขยายสู่การดำเนินงานระดับโลกในปี 2565 ขณะเดียวกัน 99% ของปริมาณวัตถุดิบในห่วงโซ่อุปทานปลาทูน่าของ Thai Union อยู่ภายใต้โครงการพัฒนาการทำงานและสวัสดิการแรงงานประมง หรือ Fisher Work & Welfare

นอกจากนี้ ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ ยังได้รับการรับรองมาตรฐาน ASC Feed Standard ในปี 2567 สะท้อนบทบาทของบริษัทในห่วงโซ่อุปทานอาหารสัตว์น้ำที่มีความรับผิดชอบ

ในปี 2569 Thai Union ได้รับการจัดอันดับในกลุ่ม Top 1% จาก S&P Global Sustainability Yearbook ในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหาร ด้วยคะแนนรวม 89 จาก 100 คะแนน ต่อเนื่องจากผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนในช่วงที่ผ่านมา เช่น การได้รับการจัดอันดับให้เป็นบริษัทอันดับ 1 ในอุตสาหกรรมอาหารของโลกจากดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ในปี 2561, 2562, 2565 และ 2567 การได้รับคะแนน ESG จาก FTSE Russell 4.3 จาก 5 คะแนน การได้รับคัดเลือกเป็นหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ระดับ AA และผลการประเมิน CDP ด้านการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประจำปี 2568 ในระดับ A-

เมื่อความยั่งยืนเชื่อมเข้ากับโครงสร้างการเงิน

ในมิติด้านการเงิน ลูโดวิค การ์นิเยร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท ไทยยูเนี่ยนกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า ในฐานะองค์กรระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจในหลายประเทศและมีห่วงโซ่อุปทานที่ซับซ้อน ความรับผิดชอบและความโปร่งใสคือหัวใจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา SeaChange ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจผ่านการผสานแนวปฏิบัติที่มีความรับผิดชอบในทุกกระบวนการดำเนินงาน ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การผลิต ไปจนถึงการลงทุน ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า นักลงทุน และพันธมิตร รวมถึงเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ Thai Union พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต

“เป้าหมายที่ 75% ของการลงทุนระยะยาว หรือ Long-term Financing ของบริษัท ภายในปี 2025 จะผูกติดกับเป้าหมายด้านความยั่งยืน หรือ Sustainability-Linked Financing ความยั่งยืนไม่ได้อยู่เพียงในกรอบกิจกรรมเพื่อสังคมหรือโครงการสิ่งแวดล้อม แต่กำลังถูกเชื่อมเข้ากับระบบการเงิน การลงทุน และความน่าเชื่อถือของธุรกิจในระยะยาว”

จากพันธกิจสู่การลงมือทำ

Ocean Plastic Reduction: จากการเก็บขยะสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน

SeaChange 2030 สะท้อนให้เห็นว่า Thai Union กำลังพยายามขับเคลื่อนความยั่งยืนในฐานะกรอบการดำเนินงานของธุรกิจอาหารทะเลระดับโลก โดยมีทั้งเป้าหมายด้านผู้คนและสิ่งแวดล้อมเป็นแกนหลัก

สิ่งที่ทำให้ SeaChange 2030 น่าสนใจจึงไม่ใช่เพียงจำนวนโครงการหรือรางวัลด้านความยั่งยืน แต่คือความพยายามในการเชื่อมโยงเป้าหมายเหล่านี้เข้ากับโจทย์จริงของธุรกิจ ตั้งแต่ Scope 3 ที่ต้องอาศัยความร่วมมือของคู่ค้า โมเดลกุ้งคาร์บอนต่ำที่ต้องสร้างประโยชน์ร่วมกับเกษตรกร การใช้ AI และโดรนเพื่อจัดการ Ghost Gear อย่างแม่นยำขึ้น การเปลี่ยนขยะทะเลให้กลับมาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ไปจนถึงการผูกเป้าหมายความยั่งยืนเข้ากับโครงสร้างเงินทุนของบริษัท

สำหรับ Thai Union ความยั่งยืนจึงไม่ใช่เรื่องที่ทำอยู่ปลายทางของธุรกิจ แต่เป็นโจทย์ที่แทรกอยู่ในห่วงโซ่อุปทาน การดำเนินงาน การลงทุน และความสามารถในการเติบโตของอุตสาหกรรมอาหารทะเลในระยะยาว

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

พลิกผังเมือง รับมือวิกฤติน้ำและ Climate Change

DITTO ส่ง ‘Blu Green Token’ สินทรัพย์ดิจิทัลป่าชายเลน รับกม.โลกร้อน

×

Share

ผู้เขียน

Sona Satta Avatar