TH | EN
TH | EN
หน้าแรก Technology หัวเว่ย หนุนฟื้นตัวเศรษฐกิจไทยและเอเชียแปซิฟิก หลังโควิดด้วยนวัตกรรม

หัวเว่ย หนุนฟื้นตัวเศรษฐกิจไทยและเอเชียแปซิฟิก หลังโควิดด้วยนวัตกรรม

บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมมือกับบริษัท บางกอกโพสต์ จำกัด (มหาชน) มูลนิธิอาเซียน และพาร์ทเนอร์ทั้งภาครัฐและเอกชนในอุตสาหกรรมไอซีทีอีกกว่า 50 รายทั่วไทย จัดงาน “POWERING DIGITAL THAILAND 2022 HUAWEI CLOUD & CONNECT ASIA PACIFIC INNOVATION DAY” ระหว่างวันที่ 17-19 พฤศจิกายน 2564 ณ ห้องประชุมคอนเวนชัน เซ็นเตอร์ ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิร์ลด์ กรุงเทพมหานคร 

งานครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ ปลดล็อคศักยภาพใหม่ทางธุรกิจ ฟื้นตัวเศรษฐกิจไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในยุคหลังโควิด-19 ด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยียุคดิจิทัล ทั้งยังเป็นการตอกย้ำถึงจุดยืนของหัวเว่ยที่ยังคงเชื่อมั่นในประเทศไทย และแสดงให้เห็นถึงความพร้อมที่จะผลักดันภูมิภาคอาเซียนให้มุ่งสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ผ่านการลงทุนและอีโคซิสเต็มของพาร์ทเนอร์ในพื้นที่ ภายในงานดังกล่าวยังได้จัดแสดงเทคโนโลยีไฮไลท์ เช่น คลาวด์เพื่อการเกษตร นวัตกรรม AI เพื่ออุตสาหกรรมการผลิต และเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อพลังงานสะอาด สำหรับประยุกต์ใช้กับประเทศไทยในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล

ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปราศรัยเปิดงานว่า “ปัจจุบัน เทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศ ทั้งในด้านสังคม เศรษฐกิจ และความมั่นคง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อประเทศไทยเข้าสู่ช่วงของการฟื้นฟูประเทศหลังการระบาดของโควิด-19 ทั้งนี้ เทคโนโลยีดิจิทัล โดยเฉพาะ 5G  คลาวด์ และ AI จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล นำไปสู่การต่อยอดนวัตกรรม การสร้างอาชีพ และสร้างความอยู่ดีกินดีให้แก่ประชาชน ผมจึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) บางกอกโพสต์ และมูลนิธิอาเซียน ได้ร่วมกันจัดงานในครั้งนี้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาระบบดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ภายใต้ความร่วมมือของภาครัฐและเอกชน เพื่อใช้เทคโนโลยีสำหรับการพัฒนาประเทศ เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ อำนวยความสะดวกให้กับประชาชน และพัฒนาประสิทธิภาพของภาครัฐ ให้เกิดความมั่งคั่ง ยั่งยืน และความมั่นคงให้กับประเทศไทยในระยะยาว”

ด้านชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ขึ้นกล่าวเปิดงานในครั้งนี้ว่า “ภายใต้กลยุทธ์ที่แข็งแกร่งในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลและเทคโนโลยีให้แก่ประเทศไทย ส่งผลให้โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลของไทยและระบบเศรษฐกิจของข้อมูลเติบโตเป็นอย่างยิ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราเชื่อว่าเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยจะมีสัดส่วนถึง 30% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ภายในปี พ.ศ. 2573 หรือเร็วกว่านั้น ซึ่งในระหว่างการการเปลี่ยนแปลงที่ว่านี้ เรามุ่งมั่นที่จะประสานความร่วมมือกับหัวเว่ยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อการใช้นวัตกรรมดิจิทัลผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย”

นอกจากนี้ ณัฐพล รังสิตผล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ได้ขึ้นกล่าวในหัวข้อ “ยกระดับอุตสาหกรรม 4.0 เพื่อเร่งการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ” โดยย้ำว่า โครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศไทยจะถูกปรับใหม่ในยุคหลังโควิด-19 จากเทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งนวัตกรรมดิจิทัลใหม่ ๆ อาทิ 5G AI IoT ต่างช่วยผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในภาคอุตสาหกรรมและการผลิต เพื่อช่วยให้ประเทศไทยพร้อมรับกับอุตสาหกรรม 4.0

ดร. ยาน เรนโต อิง รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุนการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม สถาบันวิจัยนวัตกรรมแห่งชาติอินโดนีเซีย ยังได้ขึ้นกล่าวในงานครั้งนี้ว่า “ผมต้องขอขอบคุณทุกท่านที่เปิดโอกาสให้สามารถเข้าร่วมงานอันทรงเกียรติในครั้งนี้ เราขอขอบคุณหัวเว่ยเป็นอย่างยิ่งที่ได้สร้างรูปแบบความร่วมมืออันยอดเยี่ยมกับประเทศอินโดนีเซีย โดยเฉพาะความร่วมมือกับสถาบันวิจัยนวัตกรรมแห่งชาติอินโดนีเซีย”  

กัว ผิง ประธานกรรมการบริหารแบบหมุนเวียนตามวาระของหัวเว่ย กล่าวว่า โควิด-19 ส่งผลให้การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยเขายังคงเชื่อมั่นในการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลและการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในยุคหลังโควิด-19 ของภูมิภาคนี้ ซึ่งเขาได้เน้นย้ำว่าเทคโนโลยีดิจิทัล โดยเฉพาะ 5G คลาวด์ และ AI จะกลายเป็นเสาหลักของการฟื้นตัวและความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจในหลาย ๆ ประเทศ

“หัวเว่ยจะยังคงสร้างนวัตกรรมและอีโคซิสเต็มของเทคโนโลยีต่อไป เพื่อช่วยให้ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคสามารถก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลได้อย่างรวดเร็วขึ้น เราได้ใช้ 5G คลาวด์ และ AI เพื่อช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ เปลี่ยนเข้าสู่ยุคดิจิทัล และเราจะมุ่งมั่นสร้างนวัตกรรมให้แก่โซลูชันคลาวด์และ AI ของเราต่อไป เพื่อสร้างคุณค่าที่แข็งแกร่งให้แก่ธุรกิจต่าง ๆ ในประเทศ โดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอี ทั้งนี้ เราวางแผนจะลงทุนเป็นมูลค่ากว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในช่วงสามปีต่อจากนี้เพื่อช่วยสร้างอีโคซิสเต็มให้แก่สตาร์ตอัพในภูมิภาค หัวเว่ยเชื่อมั่นว่าทุกประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคจะประสบความสำเร็จในการผลักดันตัวเองเข้าสู่ยุคดิจิทัล ซึ่งหัวเว่ยจะวางรากฐานอันแข็งแกร่งในภูมิภาคนี้ เพื่อรองรับช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลในอีก 10 ปีข้างหน้า”

วรชัย พิจารณ์จิตร รองประธานกรรมการและกรรมการบริหาร บริษัท บางกอกโพสต์ จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมถึงความร่วมมือระหว่างเครือบางกอกโพสต์และหัวเว่ย ประเทศไทย ในการจัดงานครั้งนี้ว่า “ทางบางกอกโพสต์ มูลนิธิอาเซียน และหัวเว่ยได้ร่วมมือกันจัดงาน POWERING DIGITAL THAILAND 2022 HUAWEI CLOUD & CONNECT ASIA PACIFIC INNOVATION DAY เป็นระยะเวลา 3 วัน เพื่อร่วมกันศึกษาข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแอปพลิเคชันจากเทคโนโลยีคลาวด์ 5G AI หรือพลังงานดิจิทัล ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้จริงในแต่ละอุตสาหกรรม เราจะร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ทั้งหลายในภาคอุตสาหกรรม เพื่อสำรวจถึงแนวทางการเร่งกระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล ปลดล็อคศักยภาพใหม่ทางธุรกิจ ตลาดใหม่ โมเดลธุรกิจใหม่ ให้แก่องค์กรธุรกิจทุกรูปแบบและทุกขนาดในประเทศไทยที่กำลังฟื้นตัวจากผลกระทบของโรคระบาดโควิด-19”

ด้าน ดร. หยาง มี เอ็ง กรรมการบริหารของมูลนิธิอาเซียนได้กล่าวถึงความร่วมมือในการจัดงานในครั้งนี้ว่า “ดิฉันขอใช้โอกาสนี้ในการยกย่องทั้งหัวเว่ยและบางกอกโพสต์ที่ได้ริเริ่มจัดงาน HUAWEI CLOUD & CONNECT ASIA PACIFIC INNOVATION DAY ในครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นการนำผู้นำในส่วนของภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม ผู้นำความคิด และนักวิชาการต่างๆ มาร่วมกันจุดประกายไอเดียนวัตกรรม ICT ใหม่ๆ และเปิดทางให้เกิดการฟื้นตัวในยุคหลังโควิด-19 ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่มีความยืดหยุ่นยิ่งขึ้น”

ด้าน ดร. ลี ขวน หลาน ผู้ช่วยหัวหน้าฝ่าย ICT และการท่องเที่ยว สำนักงานเลขาธิการอาเซียน กล่าวย้ำว่า “ขุมพลังของเศรษฐกิจดิจิทัลนั้นขึ้นอยู่กับศักยภาพในการผลักดันให้ธุรกิจต่างๆ สามารถขยับขยายโมเดลธุรกิจของพวกเขาไปในระดับภูมิภาค ดังนั้น ทุกฝ่ายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกควรจะประยุกต์ใช้แนวทางพื้นฐานของการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลที่เรายินดีกับความร่วมมือในการจัดงาน Asia Pacific Innovation Day ระหว่างมูลนิธิอาเซียน บางกอกโพสต์ และหัวเว่ยในครั้งนี้”

หลิน ไป่เฟิง ประธานบริหาร หัวเว่ย เอเชีย แปซิฟิค เน้นว่า “ในฐานะหนึ่งในภูมิภาคที่มีความหลากหลายและมีประชากรมากที่สุดของโลก เอเชียแปซิฟิคกำลังเดินหน้าไปสู่การเป็นภูมิภาคด้านดิจิทัลแถวหน้าของโลก ด้วยความร่วมมือกว่า 20 ปี และการให้การสนับสนุนแก่ภูมิภาคนี้ หัวเว่ยยังคงมุ่งมั่นส่งเสริมวิสัยทัศน์ด้านดิจิทัลของประเทศไทย และภูมิภาค ครอบคลุมสามด้านคือ การเชื่อมต่อและความอัจฉริยะ การพัฒนาด้านการลดการปล่อยคาร์บอน และการสร้างความเท่าเทียมทางดิจิทัล”

ด้านอาเบล เติ้ง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ยังได้ขึ้นกล่าวถึงเทรนด์การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลและพันธกิจของหัวเว่ยในตลาดประเทศไทยว่า ประเทศไทยผันตัวเป็นขุมพลังด้านดิจิทัลชั้นนำในอาเซียน ทั้งนี้ หัวเว่ยจะมุ่งมั่นผลักดันเทคโนโลยีดิจิทัลในประเทศไทยซึ่งลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ผ่าน 4 แนวทางหลัก

แนวทางแรก คือ การเชื่อมต่อที่ครอบคลุมทั่วถึงผ่านเทคโนโลยี 5G โดยการประยุกต์ใช้ 5G ในภาคอุตสาหกรรมแนวดิ่งต่าง ๆ

แนวทางที่สอง คือ หัวเว่ย คลาวด์ โดยเราจะสร้างแพลตฟอร์มดิจิทัลอัจฉริยะในประเทศไทยผ่านบริการคลาวด์ทุกรูปแบบ ซึ่งปัจุบันหัวเว่ยเป็นผู้ให้บริการคลาวด์ระดับโลกเพียงรายเดียวที่มีศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย ทั้งยังเตรียมขยายศูนย์ข้อมูลแห่งที่สามเพื่อรองรับการให้บริการภายในเดือนพฤศจิกายนนี้

แนวทางที่สาม คือ การสร้างนวัตกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อรองรับแนวทางการพัฒนาที่ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของประเทศไทย ภายในปี พ.ศ. 2593 ตามกลยุทธ์ของประเทศ

แนวทางที่สี่ คือ การสร้างอีโคซิสเต็มแห่งนวัตกรรมอันอุดมสมบูรณ์ในประเทศไทย ด้วยศูนย์ 5G ecosystem innovation center โครงการ Spark Program และโครงการ Huawei ASEAN Academy รวมถึงโครงการสำหรับบ่มเพาะทักษะดิจิทัลต่างๆ

นอกจากนี้ หัวเว่ยยังมีความมุ่งมั่นที่จะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นผู้นำด้านการลดคาร์บอนให้เป็นศูนย์ในภูมิภาคอาเซียน

“เรามั่นใจว่าประสบการณ์ในธุรกิจพลังงานกว่า 30 ปีของหัวเว่ย พร้อมด้วยนักวิจัยในสายอุตสาหกรรมพลังงานมากกว่า 6,000 คน และการแบ่งสัดส่วนรายได้ของเราเกือบ 15% เพื่อใช้เป็นงบประมาณด้านการวิจัยพัฒนาในทุก ๆ ปี จะทำให้เราสำเร็จตามเป้าหมายนี้ได้

หนึ่งในนวัตกรรมที่น่าจับตามองในอีเวนท์ครั้งนี้คือพลังงานอัจฉริยะดิจิทัลพาเวอร์ โดยหัวเว่ยได้เปิดตัวส่วนธุรกิจดิจิทัลพาวเวอร์ในตลาดประเทศไทย ซึ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาพลังงานสะอาดที่จะเข้ามาทดแทนการใช้พลังงานฟอสซิลแบบดั้งเดิม ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและผลักดันพลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยมีเป้าหมายในการสร้างสังคมอัจฉริยะที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำ

ทั้งนี้ ส่วนธุรกิจดิจิทัลพาวเวอร์ของหัวเว่ยจะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในด้านลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ การปรับเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้า และด้านการใช้ประโยชน์จากข้อมูลดิจิทัลในปริมาณมหาศาล ต่อยอดเป็นเทคโนโลยี AI (intelligentalization) ผ่านการใช้แอปพลิเคชันต่าง ๆ อาทิ ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่และ Smart PV โครงข่ายการชาร์จรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอัจฉริยะ ศูนย์ข้อมูลดาต้าอัจฉริยะ และศูนย์พลังงานสีเขียว โดยปัจจุบัน หัวเว่ยได้ให้บริการแก่ลูกค้าและพาร์ทเนอร์ในประเทศไทยมากกว่า 1,000 ราย

ทั้งนี้ เทคโนโลยีสำคัญที่ได้รับการจัดแสดงภายในงาน POWERING DIGITAL THAILAND 2022 HUAWEI CLOUD & CONNECT ASIA PACIFIC INNOVATION DAY ครั้งนี้ ประกอบด้วย นวัตกรรมสำหรับภาคอุตสาหกรรมการเกษตร ภาคอุตสาหกรรมการผลิต และอุตสาหกรรมพลังงานอัจฉริยะซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ในประเทศไทย

โดยนวัตกรรมแรกได้แก่ Cloud Tractor Training ที่ผู้เข้าร่วมงานจะได้ลองฝึกขับรถแทรกเตอร์การเกษตรผ่านเครือข่าย 5G และเทคโนโลยีคลาวด์ ซึ่งเกษตรกรไทยสามารถใช้ฝึกฝนการขับรถแทรกเตอร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตร อีกหนึ่งนวัตกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ Machine Vision Product Line ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยี AI ไปติดตั้งกับกล้องตรวจเช็คคุณภาพสินค้าจากโรงงานผลิต ด้วยความแม่นยำในการตรวจสอบถึง 90% ช่วยลดการใช้แรงงานคนได้ถึง 70%

ภายในงาน POWERING DIGITAL THAILAND 2022 HUAWEI CLOUD & CONNECT ASIA PACIFIC INNOVATION DAY ยังมีนวัตกรรมที่น่าสนใจอีกหลากหลายรูปแบบซึ่งแสดงกรณีศึกษาและโซลูชันที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัล รวมถึงการเสริมสร้างอีโคซิสเต็มที่เปิดกว้าง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

โดยได้แบ่งพื้นที่จัดแสดงออกเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกคือส่วนของการสร้างนิยามใหม่ให้แก่โครงสร้างพื้นฐาน ที่จะแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยี 5G คลาวด์ และ AI จากทุกภาคอุตสาหกรรมจะสามารถผสานรวมกันและปลดปล่อยคุณค่าที่แท้จริงได้อย่างไร ส่วนที่สองคือการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัลในภาคอุตสาหกรรม ครอบคลุมตั้งแต่อุตสาหกรรมคมนาคมแบบอัจฉริยะ สถานศึกษาอัจฉริยะ ไปจนถึงอุตสาหกรรมการเงินอัจฉริยะ และส่วนที่สามคือส่วนการจัดแสดงของพาร์ทเนอร์ ซึ่งหัวเว่ยได้รวบรวมพาร์ทเนอร์อันทรงคุณค่าที่จะมาช่วยกันสร้างอีโคซิสเต็มที่อุดมสมบูรณ์ในโลกอัจฉริยะ

นวัตกรรมที่น่าสนใจอื่น ๆ ยังรวมถึงสมุดปกขาว Intelligent World 2030 ที่ระบุถึงเทรนด์เทคโนโลยีสำคัญอันน่าจับตามองจากทางหัวเว่ย เทคโนโลยีคลาวด์จากหัวเว่ย เทคโนโลยี 5G Bullet Time เทคโนโลยีเกม VR ผ่านคลาวด์และ 5G อุตสาหกรรมสาธารณสุขอัจฉริยะ อุตสาหกรรมการเงินอัจฉริยะ และอุตสาหกรรมการศึกษาอัจฉริยะ เป็นต้น

นอกจากนี้ ภายในงานยังได้จัดคอร์สการฝึกอบรม Hands-on Lab ซึ่งจะมีบรรดาผู้เชี่ยวชาญจากหัวเว่ยคลาวด์เข้ามาให้การฝึกอบรมบริการด้านคลาวด์ของหัวเว่ยให้แก่บุคลากรด้านไอที รวมถึงช่วยฝึกทักษะที่จำเป็นสำหรับการนำเทคโนโลยีการประมวลผลคอมพิวเตอร์แบบคลาวด์ไปติดตั้งและใช้งานจริง และยังได้มีการจัดการแข่งขัน HUAWEI CLOUD Developer Competition เป็นครั้งที่สองในประเทศไทย ในโจทย์เรื่อง “การสร้างสิ่งที่ดีให้แก่ประเทศไทยและสังคมไทย เพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าเดิมให้แก่ประเทศที่สวยงามประเทศนี้”

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับงาน POWERING DIGITAL THAILAND 2022 HUAWEI CLOUD & CONNECT ASIA PACIFIC INNOVATION DAY ได้ที่ https://activity.huaweicloud.com/intl/en-us/HCCThailand2022.html

STAY CONNECTED

6,910แฟนคลับชอบ
0ผู้ติดตามติดตาม

Lastest News

“กสิกรไทย” เดินเกมสู่ “ฟินเทค” เบอร์ต้นของภูมิภาคอาเซียน

ยึดโยงจีน-อาเซียนเสริมทัพกำลังคนส่งบริการใหม่ลงตลาดต่อเนื่อง

เปลี่ยนจาก trend watcher เป็น trendsetterใน 3 ขั้นตอน

เข้าสู่เดือนธันวาคม เดือนสุดท้ายของปี สิ่งที่เราจะเห็นสื่อต่าง ๆ แทบจะเป็นประเพณี คือ การสรุปเหตุการณ์เหตุการณ์เด่น ๆ ตลอดปีที่ผ่านมา และนำเสนอแนวโน้ม หรือ trend สำหรับปีหน้าในด้านต่าง ๆ

ซิตี้แบงก์เลือกกรุงศรีฯ ปิดดีลขายกิจการครั้งใหญ่ในเอเชีย

เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2564 สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ซิตี้กรุ๊ปตัดสินใจเลือกธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ชนะการประมูลซื้อพอร์ตสินทรัพย์ลูกค้ารายย่อยในไทย

Blendata แนะใช้ประโยชน์ Big Data เสริมความปลอดภัยพ้นภัยคุกคามไซเบอร์

ปัจจุบันภัยคุกคามต่อความปลอดภัยในข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต หรือ “ภัยไซเบอร์” มีแนวโน้มที่จะมีความถี่เพิ่มมากขึ้นและสร้างความเสียหายให้กับองค์กร ธุรกิจ รวมไปถึงผู้บริโภคในวงกว้าง

Skyller บริษัทลูกปตท.สผ.ให้บริการ “โดรน”ครบวงจร ตั้งเป้า 100 ล้านบาทปี 2565

บริษัทสไกลเลอร์ โซลูชั่นส์ จำกัด (skyller) เปิดตัวนวัตกรรมแพลตฟอร์มอัจฉริยะที่จะเป็นองค์ประกอบสำคัญในการทำงานร่วมกับ Horrus เทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (Drone) แบบอัตโนมัติ

หาก ‘ไทย’ เป็นศูนย์กลางการผลิตวัคซีนโควิด-19 ของภูมิภาค เพิ่มโอกาสคนไทยเข้าถึงวัคซีน

ตลอดเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา ทั่วโลกเผชิญหน้ากับการเร่งจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด-19 ทันทีที่นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบว่า‘วัคซีน’ คือทางออกเดียวจากวิกฤติโควิด-19

ไทยพาณิชย์ ดูแลคนไทยกว่า 2 แสนคนให้เข้าถึงวัคซีนปลอดภัยจากโควิด-19

ธนาคารไทยพาณิชย์ รวมใจฝ่าวิกฤติร่วมสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้ประเทศไทยผ่านหน่วยความร่วมมือบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 นอกโรงพยาบาลในเขตกรุงเทพมหานครที่ธนาคารไทยพาณิชย์สำนักงานใหญ่

แลนเซสส์ ขยายการผลิตพลาสติกไฮเทคในประเทศจีน

แลนเซสส์ (LANXESS) บริษัทผู้นำในอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษประกาศการขยายเครือข่ายการผลิตในประเทศจีน

“จิรัตน์ ศรีสวัสดิ์” ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของนักพัฒนาซอฟต์แวร์แห่ง KBTG

เมื่อเอ่ยชื่อ “จิรัตน์ ศรีสวัสดิ์” อาจจะไม่เป็นที่คุ้นหูหนักสำหรับคนทั่วไป แต่ในวงการนักพัฒนาซอฟต์แวร์ในประเทศไทย

เศรษฐกิจแบบตัว “เค” และ “โอไมครอน”

นักเศรษฐศาสตร์ใช้อักษรตัว "K" มาอธิบายจังหวะฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในช่วงวิกฤติโควิด โดยให้เหตุผลประมาณว่า จังหวะการฟื้นตัวของภาคส่วนต่าง ๆ ในระบบเศรษฐกิจจะไม่เสมอกัน

MUST READ

“กสิกรไทย” เดินเกมสู่ “ฟินเทค” เบอร์ต้นของภูมิภาคอาเซียน

ยึดโยงจีน-อาเซียนเสริมทัพกำลังคนส่งบริการใหม่ลงตลาดต่อเนื่อง

ญี่ปุ่นมั่นใจเศรษฐกิจไทยยืนยันเดินหน้าลงทุนในไทยต่อ ร้องรัฐปรับนโยบายส่งเสริม Less Carbon และอุตสาหกรรม EV

อาเซียนคือฐานการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น และประเทศไทยคือฐานการลงทุนที่ใหญ๋ที่สุดในอาเซียน แม้ว่าจะเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจและวิกฤติโควิด-19 ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา

แบงก์ชาติไม่หนุนคริปโต ย้ำผันผวน/เสี่ยงสูง ไม่เหมาะกับชำระสินค้า-บริการ

ย้ำผันผวนและความมเสี่ยงสูง ไม่เหมาะกับชำระสินค้า-บริการ หลังเอกชนพาเหรดใช้

ท่องเที่ยววิถีใหม่ในยุค IoT Disruption

การถือกำเนิดของโควิด-19 สร้างความสั่นสะเทือน ทิ้งรอยแผลให้กับภาคเศรษฐกิจและทุกอุตสาหกรรมทั่วโลก รวมถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ยามปกติผู้คนจากทั่วโลกสามารถเดินทางข้ามทวีปกันได้อย่างอิสระเสรี

“วัน แบงค็อก” ตั้ง 6 ผู้รับเหมาร่วมพัฒนาพื้นที่ 1.3 ล้าน ตร.ม. สร้างแลนด์มาร์คระดับโลก

แลนด์มาร์คระดับโลกที่จะพลิกโฉมพื้นที่ย่านธุรกิจใจกลางเมือง เดินหน้าตามแผนพร้อมเปิดตัวในปี 2566
Newsletter

สนใจรับข่าวสารจาก The Story Thailand อัพเดตก่อนใคร สมัคร Newsletter กับเราเพียงกรอกอีเมลเท่านั้น