TH | EN
TH | EN
หน้าแรก Technology HandySense นวัตกรรมด้านการเกษตรแบบเปิด เพื่อประโยชน์สาธารณะ

HandySense นวัตกรรมด้านการเกษตรแบบเปิด เพื่อประโยชน์สาธารณะ

HandySense ขับเคลื่อนสมาร์ทฟาร์มแบบเปิดสู่สังคมไทย ตั้งเป้าหมายให้เกษตรกร ผู้ประกอบการ หรือผู้สนใจทั่วไปนำไปผลิตเพื่อใช้หรือจำหน่ายได้ ภายใต้แนวคิด Smart Farming Open Innovation หรือ นวัตกรรมแบบเปิด ซึ่งจะเป็นนวัตกรรมที่เปิดเผยรายละเอียดการผลิต และอนุญาตให้สาธารณะนำไปผลิตและใช้งานโดยไม่คิดค่าลิขสิทธิ์ (License Fee) และค่าตอบแทนการใช้สิทธิรายปี (Royalty Fee) โดยมุ่งหวังให้เกษตรกรไทยยุคใหม่ ได้มีเครื่องมือที่ทันสมัย ใช้งานในราคาที่จับต้องได้ และต้องการให้เกิดอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องมือทางด้านสมาร์ทฟาร์มโดยผู้ประกอบการไทย

เนคเทค-สวทช. ได้ดำเนินการวิจัยและพัฒนาระบบสมาร์ทฟาร์มที่ชื่อว่า “HandySense ระบบเกษตรแม่นยำ ฟาร์มอัจฉริยะ” มาตั้งแต่ปี 2560 ในระยะแรกได้มีการนำผลงานวิจัยไปขยายผลให้เกษตรกรได้ใช้ประโยชน์ภายใต้โครงการ “ดีแทคฟาร์มแม่นยำ” ซึ่งเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง ดีแทค ร่วมกับ กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ เนคเทค-สวทช. มีเป้าหมายการพัฒนาให้เกิดฟาร์มต้นแบบ โดยใช้เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตสรรพสิ่ง (IoT) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และควบคุมคุณภาพการเพาะปลูก

-เอ็นไอเอจับมือศาลยุติธรรม ดึงนวัตกรรมอัปดีกรีระบบศาลยุคใหม่ ตั้งเป้าลดภาระ – ค่าใช้จ่าย
-“กรุงศรี ออโต้” ขับเคลื่อนธุรกิจด้วย “ดาต้า-นวัตกรรม-อีโคซิสเต็ม”

ซึ่งได้มีการทดลองใช้กับ 30 ฟาร์ม ใน 23 จังหวัด โดยการใช้อุปกรณ์ที่สำคัญประกอบด้วยกล่องเซนเซอร์ที่กระจายอยู่ในโรงเรือนเพาะปลูก ใช้สำหรับวัดความชื้นในดินและในอากาศ อุณหภูมิ และแสง จากนั้นทำการประมวลผลแล้วส่งข้อมูลจากแปลงเพาะปลูกไปยังสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ตของเกษตรกรแบบ real-time เพื่อให้เกษตรกรสามารถควบคุมดูแลสภาพในแปลงเพาะปลูกได้อย่างใกล้ชิด และแก้ปัญหาได้หากเกิดเหตุการณ์ผิดปกติ          

จากจุดเริ่มต้นดังกล่าวทีมนักวิจัยของเนคเทค-สวทช. ได้เดินหน้าสู่การนำผลงานวิจัยและองค์ความรู้ของอุปกรณ์ HandySense ไปขยายผลในหลายพื้นที่ อาทิ ในปี พ.ศ. 2562 โดยการสนับสนุนงบประมาณจากจังหวัดฉะเชิงเทรา มีการขยายผลการใช้งานจริงในพื้นที่ทำการเกษตรปลอดภัยสูงหรือผักปลอดภัยให้กับเกษตรกรผู้สนใจใน 34 แห่ง ผลการดำเนินงาน พบว่าช่วยให้เกษตรกรสามารถควบคุมสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมแก่การเจริญเติบโตของพืช ระบบใช้งานง่าย ทนทาน ราคาประหยัด สามารถลดการใช้แรงงานได้ประมาณ 50% มีรายได้จากการเพิ่มคุณภาพปริมาณผลผลิตและลดการใช้ทรัพยากรโดยเฉลี่ยอย่างน้อย 20% และในปีงบประมาณ 2564 สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้ขยายผลเพิ่มอีก 50 แห่ง โดยเป็นการมุ่งเน้นการควบคุมกระบวนการเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจสำคัญ ที่เป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดฉะเชิงเทราให้ได้อย่างเหมาะสม

ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) กล่าวว่า “จากผลสำเร็จที่เกิดขึ้นกับเกษตรกรที่เป็นพื้นฐานสำคัญของประเทศไทย ประกอบกับทีมนักวิจัยของเนคเทค-สวทช. ผู้วิจัยพัฒนา HandySense ระบบเกษตรแม่นยำ ฟาร์มอัจฉริยะ มีความมุ่งมั่นที่อยากจะเห็นทุกบ้าน ทุกหลังคาเรือนของเกษตรกรไทย ได้เข้าถึงและสามารถใช้เครื่องมือหรือเทคโนโลยีด้านเกษตรสมัยใหม่ได้โดยง่าย ในราคาที่ประหยัดและเหมาะสมต่อการใช้งาน

อีกทั้งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มของผลผลิตทางด้านการเกษตรได้อย่างยั่งยืน จึงเป็นที่มาของการประกาศเดินหน้าขับเคลื่อนสมาร์ทฟาร์มแบบเปิดสู่สังคมไทย ตั้งเป้าเปิดเผยพิมพ์เขียวต้นแบบผลงานวิจัย HandySense ให้เกษตรกร ผู้ประกอบการไทย หรือผู้สนใจทั่วไปนำไปผลิตเพื่อใช้หรือจำหน่ายได้ เป็นการเปิดเผยรายละเอียดการผลิต และอนุญาตให้สาธารณะนำไปผลิตและใช้งานโดยไม่คิดค่าลิขสิทธิ์ (License Fee) และค่าตอบแทนการใช้สิทธิรายปี (Royalty Fee)

เนคเทค-สวทช. มุ่งหวังให้เกษตรกรไทยยุคใหม่ ได้มีเครื่องมือที่ทันสมัย ใช้งานในราคาที่จับต้องได้ และต้องการให้เกิดอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องมือทางด้านสมาร์ทฟาร์มโดยผู้ประกอบการไทย พร้อมตั้งความหวังไว้ว่า HandySense จะเป็นส่วนหนึ่งของการใช้เทคโนโลยีการเกษตรอย่างยั่งยืน และในอนาคต หากเกษตรกรไทยมีการใช้ระบบนี้อย่างแพร่หลาย การบริหารจัดการด้านการเกษตรของไทยก็จะสามารถก้าวกระโดดไปสู่ยุคเกษตรอัจฉริยะได้ ”

HandySense นวัตกรรมด้านการเกษตรแบบเปิด เพื่อประโยชน์สาธารณะ

เข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า “กรมส่งเสริมการเกษตรได้ส่งเสริมการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ให้แก่เกษตรกร  เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของ ดร.เฉลิมชัย  ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่สถาบันเกษตรกรและเศรษฐกิจฐานราก โดยการสนับสนุนและส่งเสริมเทคโนโลยีเกษตร การประดิษฐ์ นวัตกรรม รวมทั้งเครื่องจักรกลเกษตรที่เหมาะสมกับพื้นที่

โดยเชื่อมโยงการทํางานกับ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) เพื่อยกระดับสู่การทําเกษตรสมัยใหม่ และเกษตรแบบแม่นยํา (Precision Agriculture) และนโยบายของ ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มอบหมายให้หน่วยงานภายใต้สังกัดดำเนินการขับเคลื่อนแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ในประเด็นการเกษตร โดยมีจุดเน้นในด้านการเกษตรอัจฉริยะ คือการให้เกษตรกรและหน่วยงานเข้าถึงการใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลระบบเทคโนโลยีและแอปพลิเคชันต่าง ๆ และเน้นการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล กรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้กำหนดแนวทางการส่งเสริมการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ให้แก่เกษตรกร ประกอบด้วย

1) การส่งเสริมการเกษตรบนพื้นฐานของข้อมูลทางวิชาการ โดยการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตรที่เหมาะสมให้แก่เกษตรกรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ลดต้นทุนการผลิต พัฒนาคุณภาพผลผลิต และสร้างมูลค่าเพิ่ม นำไปสู่การพัฒนาอาชีพการเกษตรและยกระดับความเป็นอยู่ของเกษตรกร

2) การส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรกลุ่มต่าง ๆ สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตรจากแหล่งต่าง ๆ ได้มากขึ้น เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการยกระดับการผลิตสินค้าเกษตรและพัฒนาเข้าสู่การเกษตรสมัยใหม่

3) การสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการกับสถาบันการศึกษา หน่วยงานวิชาการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากการศึกษาวิจัยสำหรับถ่ายทอดสู่เกษตรกร และสะท้อนข้อมูลจากประสบการณ์ในงานส่งเสริมการเกษตรเพื่อนำไปกำหนดโจทย์หรือประเด็นการศึกษาวิจัย เพื่อให้ได้เทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตรที่เหมาะสม สอดคล้องกับศักยภาพ และความต้องการของเกษตรกร

โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้ร่วมมือกับ เนคเทค-สวทช. ธ.ก.ส. และหน่วยงานพันธมิตร ส่งเสริมการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ คือ ระบบการบริหารจัดการแปลงเกษตรด้วยระบบเกษตรอัจฉริยะ (HandySense) โดยการสร้างต้นแบบแปลงเรียนรู้การบริหารจัดการแปลงเกษตรด้วยระบบเกษตรอัจฉริยะ ที่ ศพก. และศูนย์ปฏิบัติการในสังกัดของกรมส่งเสริมการเกษตร จำนวน 50 ศูนย์ พร้อมพัฒนาความรู้ทักษะในการบริหารจัดการให้แก่เกษตรกรต้นแบบ ใน ศพก. และเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อยกระดับเป็นวิทยากรเกษตรอัจฉริยะ รวมทั้งศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลการบริหารจัดการแปลงเกษตรด้วยระบบอัจฉริยะ แล้วนำไปประยุกต์ใช้ในการผลิตสินค้าเกษตรได้อย่างเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ของชุมชนต่อไป

ซึ่งในปี 2564 กรมส่งเสริมการเกษตรมีเป้าหมายจะดำเนินการร่วมกับ เนคเทค-สวทช. และ ธ.ก.ส. รวม 16 จุด แบ่งเป็น ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) จำนวน 6 ศูนย์ (เขตละ 1 ศูนย์) และศูนย์ปฏิบัติการของกรมส่งเสริมการเกษตรอีก 10 ศูนย์ และมีแผนจะขยายผลให้ครบทั้ง 50 ศูนย์ปฏิบัติการภายในปี 2566 ”

ธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า “ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้มีบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ  (สวทช.) โดยมีเป้าหมายเพื่อประสานความร่วมมือในการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมการเกษตร และร่วมกันเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันตลอดห่วงโซ่คุณค่าอุตสาหกรรมการเกษตร  สำหรับงานส่งมอบนวัตกรรมด้านการเกษตรแบบเปิด เพื่อประโยชน์สาธารณะในวันนี้ ธ.ก.ส. ได้ให้การสนับสนุนงบประมาณในการติดตั้ง ระบบเกษตรแม่นยำฟาร์มอัจฉริยะ (HandySense) ให้กับเกษตรกร ที่เป็นเกษตรกรต้นแบบของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ของกรมส่งเสริมการเกษตร จำนวน 6 แห่ง ๆ

โดย ธ.ก.ส. มุ่งหวังให้เกิดการบูรณาการความร่วมมือกับกรมส่งเสริมการเกษตร และ เนคเทค-สวทช. เพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านนวัตกรรมเกษตร สำหรับเกษตรกรและผู้สนใจเข้ามาเรียนรู้และนำองค์ความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับการประกอบอาชีพการเกษตร ในขณะเดียวกันหากเกษตรกรและผู้ประกอบการ SMEs เกษตร มีความสนใจในระบบ HandySense ไปผลิตเพื่อใช้งานหรือจำหน่าย ธ.ก.ส. พร้อมที่จะสนับสนุนสินเชื่อเพื่อรองรับความต้องการด้านเงินทุนในลักษณะ การส่งเสริมความรู้คู่ทุน ให้กับเกษตรกร โดยมีโครงการต่าง ๆ รองรับ อาทิ โครงการสินเชื่อ Smart Farmer สินเชื่อเพื่อปรับโครงสร้างการผลิตการเกษตรสู่ความยั่งยืน เป็นต้น”

อัจฉริยา จันทรวงศ์ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า “จังหวัดฉะเชิงเทราได้บูรณาการงานวิจัยร่วมกับ เนคเทค-สวทช. โดยสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นหน่วยงานบูรณาการในการกำหนดพื้นที่ต้นแบบนำร่องในการติดตั้ง HandySense ระบบเกษตรแม่นยำ ฟาร์มอัจฉริยะ เครื่องมือสำคัญที่จะช่วยเพิ่มความสะดวกให้เกษตรกรสามารถควบคุมปัจจัยในการผลิตและยังสามารถเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรได้ง่ายขึ้น 

โดยในปี พ.ศ .2562 จังหวัดฉะเชิงเทรามีพื้นที่ทำการเกษตรปลอดภัยสูงหรือผักปลอดภัยให้กับเกษตรกรผู้สนใจ 34 แห่ง กระจายอยู่ในทุกอำเภอของจังหวัด และในปีงบประมาณ 2564 จังหวัดฉะเชิงเทราได้อนุมัติโครงการขยายผลต่อเนื่องโดยมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 43 ราย แบ่งออกเป็นพืช 33 ราย (ผักผสมผสาน พืชในโรงเรือน เห็ด ฝรั่ง มะนาว มะม่วง มันญี่ปุ่น ทุเรียน ไผ่ มะพร้าว กล้วย เมล่อน ลำไย สะเดา ปาล์ม ขนุน) ประมง 5 ราย (ฟาร์มกุ้งขาว) และปศุสัตว์ 5 ราย (ฟาร์มไก่ไข่) โดยจังหวัดหวังว่าเทคโนโลยีจะช่วยพัฒนาให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น แก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานภาคเกษตร และปรับเกษตรกรให้เป็นผู้ใช้ข้อมูลในการทำการเกษตรเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน”

ดร.ปรีสาร รักวาทิน ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาการเกษตรสมัยใหม่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล กล่าวว่า “ดีป้า มีภารกิจหลักในการส่งเสริมและสนับสนุนดิจิทัลสตาร์ทอัพ (Digital StartUp) สัญชาติไทย พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล ซอฟต์แวร์ หรือแพลตฟอร์มใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้งานในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคการเกษตร ที่ต้องการนำโซลูชันไปต่อยอดธุรกิจ เพิ่มศักยภาพการผลิต ลดต้นทุน และสร้างรายได้ เพื่อก้าวสู่เกษตรอัจฉริยะ

ซึ่งทาง ดีป้า ได้เดินหน้าผลักดันพี่น้องเกษตรกรและกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านมาตรการคูปองดิจิทัลเพื่อการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล (depa mini Transformation Voucher) ที่เปิดโอกาสให้เกษตรกรได้รับการสนับสนุนและเลือกเทคโนโลยีดิจิทัลด้วยตนเอง กระตุ้นให้เกิดการจับคู่ทางธุรกิจระหว่างดิจิทัลสตาร์ทอัพกับเกษตรกร ร่วมกันศึกษา ค้นหาต้นเหตุของปัญหาและเรียนรู้ปัจจัยสำคัญ เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน”

ณฤต ดวงเครือรติโชติ หัวหน้าส่วนงาน IoT และพันธมิตรธุรกิจ 5G บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า “ดีแทคมีความพร้อมในการให้บริการ Smart IoT Management เพื่องานด้านการจัดการด้านการเกษตรและภาคอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่นำเสนอในรูปแบบโซลูชันบริการครบวงจรเพื่อผู้ประกอบการทุกราย อาทิ 1. IoT SIM ที่รองรับตั้งแต่ผู้ประกอบการรายย่อยไปถึงธุรกิจขนาดใหญ่มีความปลอดภัยในการเชื่อมต่อสูง, 2. IoT Cloud Platform รองรับธุรกิจในการสร้าง IoT โซลูชันได้ง่ายและรวดเร็ว ด้วยการจัดการ IoT Cloud มาตรฐานสากลที่รองรับการใช้งานในไทยได้อย่างสมบูรณ์ สร้างแอปพลิเคชันสำหรับ IoT ได้ง่าย และยืดหยุ่นในการใช้งานเพื่อตอบโจทย์ครบความต้องการด้วยประสิทธิภาพสูงสุด และ 3. IoT SIM & IoT Cloud Platform ครบทุกความต้องการใช้งาน ด้วยโครงข่ายคุณภาพ แพลตฟอร์ม Cloud ที่มีมาตรฐานสากลรองรับการใช้งานทุกรูปแบบอย่างสมบูรณ์”

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาดีแทค และ เนคเทค-สวทช. กรมส่งเสริมการเกษตร ได้ร่วมมือในการนำเทคโนโลยี IoT เพื่อการเกษตรภายใต้ชื่อโครงการ “ฟาร์มแม่นยำ” เมื่อ 3 ปีที่แล้ว เพื่อยกระดับเกษตรกรรายย่อยให้สามารถจัดการการเพาะปลูกด้วยการตัดสินใจบนข้อมูลที่แม่นยำ โซลูชันเกษตรแม่นยำช่วยให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการนำร่องสามารถเพิ่มปริมาณและคุณภาพของผลผลิตโดยเฉลี่ยร้อยละ 20 ของผลผลิตเดิม

“จากความร่วมมือด้านสังคม ดีแทคมีความยินดีที่วันนี้ได้ต่อยอดความร่วมมือกับ เนคเทค-สวทช. ในการนำโซลูชัน HandySense ซึ่งมีคอนเซ็ปต์เดียวกับ “ฟาร์มแม่นยำ” มาสร้างเป็นพิมพ์เขียวนวัตกรรมเปิด เพื่อผู้ประกอบการและเกษตรกรที่สนใจจะนำมาใช้งาน หรือ ผู้ผลิตในประเทศจะนำมาให้บริการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ นี่จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการเปลี่ยนผ่านภาคเกษตรไทยสู่ระบบเศรษฐกิจสังคมดิจิทัล อันจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อยกระดับผลิตผลและสร้างความสามารถในการแข่งขันให้เกษตรกรของไทย” ณฤต กล่าวในที่สุด

STAY CONNECTED

0แฟนคลับชอบ
0ผู้ติดตามติดตาม

Lastest News

POCO เปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธง POCO F4 และ POCO X4 GT

POCO แบรนด์เทคโนโลยียอดนิยม ประกาศเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดทั่วโลก POCO F4 มาพร้อมชิปเซ็ต Snapdragon กล้อง 64MP และ POCO X4 GT พร้อมชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 8100 ตอบโจทย์คอเกมและเอนเตอร์เทนเมนท์ ในราคามิตรภาพ

TECNO เปิดตัวสมาร์ทโฟน CAMON 19 ซีรีส์ใหม่ สุดทันสมัย เตรียมเปิดตัวไทยเดือนกรกฎาคมนี้

เทคโน (TECNO) เปิดตัวสมาร์ทโฟน TECNO CAMON 19 ซีรีส์ใหม่ ผลิตภัณฑ์ระดับโลก ในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา แสดงก้าวสำคัญและกำหนดทิศทางของแบรนด์ TECNO สู่การเป็นแบรนด์พรีเมียมที่มีความสากล

แคนนอน เปิดตัวกล้องมิเรอร์เลส EOS R7 ราคาเริ่มต้น 49,900 บาท

แคนนอน (Canon) ตอกย้ำผู้นำตลาดกล้องมิเรอร์เลส เปิดตัวกล้อง Canon EOS R7 และ EOS R10 ที่ได้รับการส่งต่อเทคโนโลยีระบบโฟกัสจาก Canon EOS R3

TOD โคเปนเฮเกน กับการพัฒนาเส้นทางจักรยานอันดับหนึ่งของโลก

อะไรที่ทำให้ TOD ของเมืองโคเปนเฮเกน มุ่งเน้นการพัฒนาเส้นทางจักรยาน จนได้ชื่อว่าเป็น "เมืองหลวงแห่งจักรยาน"

Aruba แนะโรงงานอุตสาหกรรมใช้ AIOps ผนวก IT กับ OT ให้เป็นหนึ่งเดียวฝ่าอุปสรรคหลังยุคโควิด

ยุคหลังการแพร่ระบาดโควิด โรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ จะต้องปรับเปลี่ยนตนเองเข้าสู่เส้นทางเศรษฐกิจดิจิทัลให้เท่าทันหรือล้ำหน้าคู่แข่งทั่วโลก ด้วยการใช้ประโยชน์จากเครื่องมือและโซลูชันที่เหมาะสม

บลูบิค ส่งนวัตกรรม ‘LISMA’ ที่ใช้งาน SAP ผ่าน LINE App ได้เรียลไทม์

บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK โปรโมตนวัตกรรม LISMA: LINE as SAP Mobile Application ที่เชื่อมต่อระบบ SAP เข้ากับแอปพลิเคชัน LINE

อนุรักษ์กระบือไทย ไม่ให้สูญพันธุ์

คำเปรียบเปรยที่ว่า “โง่เหมือนควาย” มาจากไหน? เพราะในความเป็นจริงแล้ว ควายฉลาดและสอนได้ ตลอดเวลาที่ผ่านมาควายจึงถูกใช้เป็นแรงงานหลักในการทำเกษตรกรรม  “ควาย” หรือ “กระบือ” สามารถทำงานได้ปีละประมาณ 4 เดือน ทำงานวันละ 5 ชั่วโมง กระบือตัวหนึ่งใช้งานไถนาเฉลี่ยปีละ 10 ไร่   ในภาพความทรงจำ ควาย คือ สัตว์เลี้ยงที่มีบุญคุณมานานนับปีที่สามารถช่วยสร้างรายได้ให้กับชาวนา แต่ในปัจจุบันกระแสการเปลี่ยนแปลงของสังคมและเศรษฐกิจส่งผลให้การใช้แรงงานควาย หรือ กระบือลดน้อยลง แต่กลับเน้นในเรื่องของการบริโภค จึงต้องมีการอนุรักษ์กระบือไทยอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดสมดุลระหว่างการผลิตและการบริโภค

บี.กริม เพาเวอร์ ยกระดับอุตสาหกรรมพลังงานดิจิทัล ดันสตาร์ตอัพช่วยลดคาร์บอน

บี.กริม เพาเวอร์ ตอกย้ำความมุ่งมั่นขับเคลื่อนองค์กรสู่ผู้นำผลิตพลังงานชั้นนำระดับโลก เดินหน้าสร้างนวัตกรรมและเทคโนโลยีสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด ร่วมสนับสนุนสตาร์ตอัพค้นหาโซลูชันช่วยอุตสาหกรรมไทยลดการปล่อยคาร์บอน

เจาะลึกเทรนด์ NFT กระแสโลกมาแรง ต่อยอดสู่การตลาดยุคใหม่

เมื่อเทรนด์ของสะสมในโลกดิจิทัลอย่าง NFT กำลังได้รับความนิยมจากคนทั้งโลกรวมถึงคนไทย นักการตลาดจากทั่วโลกเชื่อว่า NFT กำลังจะกลายเป็นหนึ่งในรูปแบบการทำตลาดยุคดิจิทัลที่มาแรงมาก

‘แปซิฟิก ไพพ์’ จาก ‘กงสี’ สู่ ‘มืออาชีพ’ … ทรานส์ฟอร์มก่อนถูกดิสรัป

กระแส Technology Disruption หรือ Digital Disruption ยิ่งมายิ่งแรง ส่งผลสะเทือนเป็นวงกว้างไปทั่วทุกอุตสาหกรรม จากเทคโนโลยีดิจิทัลกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้กิจกรรม หรือกิจการที่ดำเนินมาในอดีตต้องพลิกผันอย่างรวดเร็ว

MUST READ

‘แปซิฟิก ไพพ์’ จาก ‘กงสี’ สู่ ‘มืออาชีพ’ … ทรานส์ฟอร์มก่อนถูกดิสรัป

กระแส Technology Disruption หรือ Digital Disruption ยิ่งมายิ่งแรง ส่งผลสะเทือนเป็นวงกว้างไปทั่วทุกอุตสาหกรรม จากเทคโนโลยีดิจิทัลกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้กิจกรรม หรือกิจการที่ดำเนินมาในอดีตต้องพลิกผันอย่างรวดเร็ว

ดีป้าคว้ารางวัลจากสหประชาชาติ ผลงานส่งเสริมนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อชุมชนเกาะลิบง

ดีป้า คว้ารางวัลระดับสากลจากสหประชาชาติ United Nations Public Service Awards 2022 ในสาขาการส่งเสริมนวัตกรรมเพื่อส่งมอบบริการที่ครอบคลุม และมีความเสมอภาคเป็นธรรม

ม.มหิดล ค้นพบแนวทางการปรับเปลี่ยนคุณสมบัติวัสดุฉลาด เพื่อประโยชน์ทางอุตสาหกรรม – ประหยัดทรัพยากรโลก

นักวิทยาศาสตร์ในยุคแรกเริ่ม เชื่อว่าโลกเกิดจากธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ซึ่งเป็นแนวคิดที่นำไปสู่การค้นพบธาตุชนิดใหม่อีกมากมายในเวลาต่อมา

IBM จับมือมหาวิทยาลัยและพันธมิตร ปั้นคน ‘AI, Data Science และ Hybrid Cloud’ พร้อมใช้

ไอบีเอ็ม ประกาศร่วมแก้ปัญหาขาดแคลนบุคลากรไอทีที่พร้อมทำงานของไทย โดยเฉพาะด้าน AI, Data Science และ Hybrid Cloud ที่มีความสำคัญต่อการรับมือดิสรัปชันทั้งในวันนี้และอนาคต

อนุรักษ์กระบือไทย ไม่ให้สูญพันธุ์

คำเปรียบเปรยที่ว่า “โง่เหมือนควาย” มาจากไหน? เพราะในความเป็นจริงแล้ว ควายฉลาดและสอนได้ ตลอดเวลาที่ผ่านมาควายจึงถูกใช้เป็นแรงงานหลักในการทำเกษตรกรรม  “ควาย” หรือ “กระบือ” สามารถทำงานได้ปีละประมาณ 4 เดือน ทำงานวันละ 5 ชั่วโมง กระบือตัวหนึ่งใช้งานไถนาเฉลี่ยปีละ 10 ไร่   ในภาพความทรงจำ ควาย คือ สัตว์เลี้ยงที่มีบุญคุณมานานนับปีที่สามารถช่วยสร้างรายได้ให้กับชาวนา แต่ในปัจจุบันกระแสการเปลี่ยนแปลงของสังคมและเศรษฐกิจส่งผลให้การใช้แรงงานควาย หรือ กระบือลดน้อยลง แต่กลับเน้นในเรื่องของการบริโภค จึงต้องมีการอนุรักษ์กระบือไทยอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดสมดุลระหว่างการผลิตและการบริโภค
Newsletter

สนใจรับข่าวสารจาก The Story Thailand อัพเดตก่อนใคร สมัคร Newsletter กับเราเพียงกรอกอีเมลเท่านั้น