TH | EN
TH | EN
หน้าแรก Business ธุรกรรมการชำระเงินแบบเรียลไทม์ในไทยเพิ่มสองเท่า ปี 63 เพราะโควิด-19

ธุรกรรมการชำระเงินแบบเรียลไทม์ในไทยเพิ่มสองเท่า ปี 63 เพราะโควิด-19

รายงานระดับโลกฉบับล่าสุดจากเอซีไอ เวิลด์ไวด์ (ACI Worldwide) และโกลบอลดาต้า (GlobalData) ระบุว่า มีการประมวลผลธุรกรรมการชำระเงินแบบเรียลไทม์ (Real-time Payment) กว่า 5.24 พันล้านรายการในประเทศไทยในช่วงปี 2563 เพิ่มขึ้น 104 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (2.57 พันล้านรายการ) 

ทั้งนี้ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้มีการเปลี่ยนวิธีการชำระเงินจากการใช้เงินสดไปสู่การชำระเงินแบบเรียลไทม์ผ่านระบบดิจิทัลอย่างรวดเร็วและกว้างขวางมากขึ้น

รายงาน ‘Prime-Time for Real-Time’ ฉบับนี้เป็นฉบับที่สอง โดยฉบับแรกตีพิมพ์เผยแพร่เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2563 ได้วิเคราะห์ปริมาณการชำระเงินบัญชีต่อบัญชีแบบเรียลไทม์ทั่วโลก รวมถึงข้อมูลคาดการณ์สำหรับกลุ่มเป้าหมาย 48แห่งทั่วโลก  รายงานดังกล่าวคาดการณ์ว่าการชำระเงินแบบเรียลไทม์ในไทยจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) อยู่ที่ 32.01 เปอร์เซ็นต์สำหรับช่วงปี 2563 ถึง 2568 ซึ่งสูงกว่ามากเมื่อเทียบกับอัตราการเติบโตทั่วโลก (23.6 เปอร์เซ็นต์) 

การชำระเงินแบบเรียลไทม์ในไทยมีการเติบโตแบบปีต่อปีสูงเป็นประวัติการณ์ ซึ่งโดยมากแล้วเป็นผลมาจากการดำเนินการของธนาคารแห่งประเทศไทยในการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการด้านการเงิน โดยนำเสนอสิทธิประโยชน์ทางการเงินที่หลากหลายให้แก่ประชาชนผ่านระบบชำระเงินแบบเรียลไทม์ ทั้งนี้ธนาคารแห่งประเทศไทยได้เปิดตัว “พร้อมเพย์” (PromptPay) ซึ่งเป็นระบบชำระเงินแบบเรียลไทม์ของไทย เมื่อปี 2559 โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment) มีจุดมุ่งหมายเพื่อรองรับการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการจากรัฐบาล และในช่วงที่ผ่านมา ระบบดังกล่าวได้รับความนิยมแพร่หลายอย่างรวดเร็วในหมู่ประชาชนและองค์กรธุรกิจ

เนื่องจากประชาชนหลายล้านคนทั่วโลกจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานและการดำเนินชีวิต รวมถึงการซื้อสินค้า/บริการ และการชำระเงิน ดังนั้นเทคโนโลยีใหม่ ๆ จึงมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว การปรับใช้โมบายล์วอลเล็ท (Mobile Wallet) ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 83.9% ในช่วงปี 2563 เปรียบเทียบกับ 72.6 เปอร์เซ็นต์ในปี 2562

สถานการณ์การแพร่ระบาดส่งผลให้พฤติกรรมของผู้บริโภคและแนวทางการดำเนินธุรกิจเปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้ ธนาคาร ผู้ค้า และคนกลางในระบบนิเวศน์การชำระเงินในไทยต้องตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ด้วยการเปลี่ยนย้ายไปใช้ระบบดิจิทัลเพื่อรักษาช่องทางรายได้ที่มีอยู่ในปัจจุบัน พร้อมทั้งมองหาช่องทางใหม่ ๆ ผ่านการให้บริการลูกค้าผ่านระบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ

เจเรมี่ วิลมอท ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ของเอซีไอ เวิลด์ไวด์ กล่าวแสดงความเห็นว่า “สถานการณ์การแพร่ระบาดตอกย้ำถึงความสำคัญของระบบชำระเงินดิจิทัล รวมไปถึงโครงสร้างพื้นฐานระบบชำระเงินที่แข็งแกร่ง นับเป็นการย่นย่อการปรับใช้นวัตกรรมที่คาดการณ์ไว้ในช่วง 10 ปีให้เหลือเพียงปีเดียว และทำให้พฤติกรรมของมนุษย์เปลี่ยนแปลงไปอย่างถาวร แม้กระทั่งหลังจากที่วิกฤติผ่านพ้นไป ประเทศที่มีโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินดิจิทัลที่แข็งแกร่งจะสามารถรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวได้ดีกว่าประเทศที่ขาดโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสม

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ของการควบคุมผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากกรณีการแพร่ระบาด  ระบบชำระเงินแบบเรียลไทม์ช่วยให้ภาครัฐเร่งการเบิกจ่ายเงินเยียวยาและเงินกระตุ้นเศรษฐกิจให้ถึงมือประชาชนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยอาศัยความร่วมมือจากสถาบันการเงิน  นอกจากนี้ยังรองรับการเพิ่มสภาพคล่องแบบเรียลไทม์ให้กับองค์กรธุรกิจที่ต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับระบบซัพพลายเชนที่หยุดชะงัก”

ซามูเอล เมอร์แรนท์ หัวหน้านักวิเคราะห์ฝ่ายระบบชำระเงิน ของโกลบอลดาต้า กล่าวว่า “การชำระเงินแบบเรียลไทม์ยังคงอยู่ในช่วงเริ่มต้นทั่วโลก และโดยมากแล้ว หลายประเทศมุ่งเน้นการใช้งานในส่วนของการชำระเงินระหว่างบุคคล (P2P) อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การแพร่ระบาดเปิดโอกาสให้รูปแบบการชำระเงินดังกล่าวมีการขยายตัวในอัตราที่รวดเร็วยิ่งขึ้น  หลังจากที่ผู้บริโภคเริ่มคุ้นเคยกับความรวดเร็วฉับไวของการชำระเงิน P2P แบบเรียลไทม์ ผู้บริโภคก็จะหันไปใช้การชำระเงินแบบเรียลไทม์กับธุรกรรมอี-คอมเมิร์ซ แทนการใช้บัตรชำระเงินทางออนไลน์ซึ่งมีขั้นตอนที่ยุ่งยากและใช้เวลานานกว่า  จากจุดนี้ เมื่อผู้บริโภคให้การยอมรับต่อแบรนด์ที่ใช้ระบบชำระเงินแบบเรียลไทม์อย่างกว้างขวาง และมีฐานผู้ใช้มากพอที่จะสร้างผลตอบแทนให้ผู้ขายได้คุ้มค่า ก็มีความเป็นไปได้ที่ผู้บริโภคจะใช้ระบบดังกล่าวชำระเงินค่าสินค้าหรือบริการภายในห้างร้านต่าง ๆ”

สรุปข้อมูลสำคัญจากการสำรวจ:

การเติบโตของระบบชำระเงินแบบเรียลไทม์ในไทย:

  • จำนวนธุรกรรมแบบเรียลไทม์ทั้งหมดในช่วงปี 2563 อยู่ที่ 5.24 พันล้านรายการ เพิ่มขึ้น 104 เปอร์เซ็นต์ จาก2.57 พันล้านในปี 2562 และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 21 พันล้านภายในปี 2568
  • ส่วนแบ่งเรียลไทม์ของธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในไทยในช่วงปี 2563 อยู่ที่ 50.3 เปอร์เซ็นต์ เพิ่มขึ้นจาก 36.9 เปอร์เซ็นต์ในปี 2562 และคาดว่าจะอยู่ที่ 76.9 เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2568
  • มูลค่าของธุรกรรมแบบเรียลไทม์เพิ่มขึ้น 62.9 เปอร์เซ็นต์จากปี 2562 โดยเพิ่มขึ้นจาก 443 พันล้านดอลลาร์ เป็น 717 พันล้านดอลลาร์ และคาดว่าอัตราการเติบโตต่อปี (CAGR) จนถึงปี 2568 จะอยู่ที่ 26.69 เปอร์เซ็นต์
  • การปรับใช้โมบายล์วอลเล็ทในไทยเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ อยู่ที่ 83.9% เปอร์เซ็นต์ในปี 2563 เพิ่มขึ้นจาก 72.6 เปอร์เซ็นต์ในปี 2562
Graphical user interface
Description automatically generated with medium confidence

การเติบโตของระบบชำระเงินแบบเรียลไทม์ทั่วโลก

  • จำนวนธุรกรรมแบบเรียลไทม์ทั้งหมดในช่วงปี 2563 อยู่ที่ 70.3 พันล้านรายการ เพิ่มขึ้น 41 เปอร์เซ็นต์ จาก50.0 พันล้านในปี 2562
  • ส่วนแบ่งเรียลไทม์ของธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกในช่วงปี 2563 อยู่ที่ 9.8 เปอร์เซ็นต์ เพิ่มขึ้นจาก 7.6 เปอร์เซ็นต์ในปี 2562 และคาดว่าจะอยู่ที่ 17.4 เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2568
  • มูลค่าของธุรกรรมแบบเรียลไทม์เพิ่มขึ้น 32.8 เปอร์เซ็นต์จากปี 2562 โดยเพิ่มขึ้นจาก 69 ล้านล้านดอลลาร์ เป็น 92 ล้านล้านดอลลาร์ และคาดว่าอัตราการเติบโตต่อปี (CAGR) จนถึงปี 2568 จะอยู่ที่ 12 เปอร์เซ็นต์
Chart, scatter chart
Description automatically generated

10 ประเทศที่มีจำนวนธุรกรรมเรียลไทม์มากที่สุดในโลกในปี 2563:

  • อินเดียยังคงครองอันดับสูงสุด โดยมีธุรกรรมการชำระเงินแบบเรียลไทม์ 25.5 พันล้านรายการ รองลงมาคือ จีน ซึ่งมีธุรกรรม 15.7 พันล้านรายการ  ส่วนเกาหลีใต้ครองอันดับ 3 ด้วยจำนวนธุรกรรม 6.0 พันล้านรายการ ไทยครองอันดับ 4 ด้วยจำนวนธุรกรรม 5.2 พันล้านรายการ และสหราชอาณาจักรอยู่อันดับ 5 โดยมีจำนวนธุรกรรม2.8 พันล้านรายการ
  • ไนจีเรียตามมาเป็นอันดับ 6 ด้วยธุรกรรม 1.9 พันล้านรายการ ส่วนญี่ปุ่นอยู่อันดับ 7 โดยมีธุรกรรม 1.7 พันล้านรายการ
  • บราซิลไต่อันดับสูงขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 8 สืบเนื่องจากการเปิดตัวระบบ PIX โดยจำนวนธุรกรรมอยู่ที่ 1.3 พันล้านรายการ เพิ่มขึ้น 58 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบปีต่อปีระหว่างปี 2562 และ 2563 และคาดว่าบราซิลจะมีอันดับสูงขึ้นอีกในปีหน้า จากการคาดการณ์อัตราการเติบโตต่อปีในระยะเวลา 5 ปีที่  25.3 เปอร์เซ็นต์
  • สหรัฐฯ ครองอันดับ 9 ด้วยจำนวนธุรกรรม 1.2 พันล้านรายการ และเม็กซิโกครองอันดับ 10 ด้วยจำนวนธุรกรรม942 ล้านรายการ

ประเทศที่การชำระเงินแบบเรียลไทม์มีการเติบโตเร็วที่สุด:

  • ประเทศที่ครองอันดับสูงสุดคือ โครเอเชีย โดยคาดว่าอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) จะอยู่ที่ 374.4 เปอร์เซ็นต์ ในช่วงปี 2563 ถึง 2568 รองลงมาคือ โคลัมเบีย (112.7 เปอร์เซ็นต์), มาเลเซีย (83.9 เปอร์เซ็นต์), เปรู (74.4 เปอร์เซ็นต์) และฟินแลนด์ (71.4 เปอร์เซ็นต์)
  • คาดว่าภูมิภาคที่มีอัตราการเติบโตสูงสุด (CAGR ในช่วงปี 2563-2568) คือ อเมริกาเหนือ (36.5 เปอร์เซ็นต์)เนื่องจากทั้งแคนาดาและสหรัฐฯ ดำเนินการผลักดันและปรับปรุงระบบเรียลไทม์รูปแบบใหม่ให้ทันสมัย (RTR และ FedNow)

การปรับใช้โมบายล์วอลเล็ททั่วโลก:

  • การปรับใช้โมบายล์วอลเล็ทเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 46 เปอร์เซ็นต์ในปี 2563 โดยเพิ่มขึ้นจาก 40.6 เปอร์เซ็นต์ในปี 2562 และ 18.9 เปอร์เซ็นต์ในปี 2561
  • จำนวนธุรกรรมโมบายล์วอลเล็ททั้งหมดอยู่ที่ 102.7 พันล้านรายการในปี 2563 และคาดว่าจะแตะระดับ 2,582.8 พันล้านรายการภายในปี 2568

การฉ้อโกงการชำระเงิน:

  • ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก การฉ้อโกงที่เกี่ยวเนื่องกับบัตรชำระเงินยังคงอยู่ในระดับสูงสุดในแง่ของกรณีปัญหาที่ได้รับการรายงานจากผู้บริโภค แต่การฉ้อโกงที่เกี่ยวเนื่องกับระบบชำระเงินแบบเรียลไทม์มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในช่วงปี 2562 ถึง 2563 เนื่องจากคนร้ายพุ่งเป้าไปที่ช่องทางใหม่ ๆ เพิ่มมากขึ้น
  • การหลอกลวงที่เกี่ยวข้องกับการชำระเงินแบบเรียลไทม์มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ทั้งในส่วนของการใช้อุบายหลอกลวง (12.5 เปอร์เซ็นต์ เพิ่มเป็น 13.7 เปอร์เซ็นต์), การโจรกรรมเอกลักษณ์บุคคล (6 เปอร์เซ็นต์ เพิ่มเป็น 11.6 เปอร์เซ็นต์) และการแฮกบัญชีดิจิทัลวอลเล็ท (4.4 เปอร์เซ็นต์ เพิ่มเป็น 6.2 เปอร์เซ็นต์)

STAY CONNECTED

6,241แฟนคลับชอบ
0ผู้ติดตามติดตาม

Lastest News

ดีลอยท์ เผย ดิจิทัล เรียลลิตี้ พบแพทย์เสมือนจริง คลาวด์ เติบโต

ดีลอยท์ ได้เปิดเผยรายงานการคาดการณ์ด้านเทคโนโลยี สื่อและโทรคมนาคม (Technology, Media & Telecommunications (TMT) Predictions report) โดยเน้นการนำเสนอผลกระทบจากเทรนด์ด้านเทคโนโลยี สื่อและโทรคมนาคมที่อาจส่งผลต่อธุรกิจและผู้บริโภคทั่วโลก

ไบโอเทค สวทช. พัฒนาวัคซีนรวม สำหรับสุกรในเข็มเดียว 
ป้องกัน ไวรัส นิปาห์-พีอาร์อาร์เอส

ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) พัฒนาวัคซีนและศึกษาภูมิคุ้มกันของสุกรต่อวัคซีนต้นแบบที่สามารถใช้ป้องกันทั้งไวรัสนิปาห์ (Nipah virus) และไวรัสพีอาร์อาร์เอส (PRRS virus) ได้ในเข็มเดียวเพื่อลดความสูญเสียจากโรคระบาดร้ายแรงในปศุสัตว์

แฟลช เอ็กซ์เพรส จัดส่งเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ รพ.ชุมชน รพ.สต.ทั่วประเทศ

แฟลช เอ็กซ์เพรส จับมือ หลักสูตร DTX by RISE รุ่น 1 สนับสนุนโครงการ "DTX เพื่อหมอไทย ไฝว้โควิด" จัดส่งเวชภัณฑ์ อุปกรณ์ และเครื่องมือทางการแพทย์ ส่งมอบแก่ โรงพยาบาลชุมชน, โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่ขาดแคลนมากกว่า 40 แห่งทั่วประเทศ

ดีอีเอส-ดีป้า คลอด 5 เมืองอัจฉริยะ น่าอยู่ประเทศไทย

ประชุมนัดแรกคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนและบริหารโครงการเมืองอัจฉริยะ พิจารณาข้อเสนอแผนการพัฒนาเมือง มีมติเห็นชอบ 5 เมืองอัจฉริยะน่าอยู่ประเทศไทยที่จะได้รับมอบตราสัญลักษณ์เมืองอัจฉริยะ

ไปรษณีย์ไทย คุมเข้ม ที่ทำการ เจ้าหน้าที่ ช่วง โควิดระลอก 3

บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ยกระดับมาตรการคุมเข้มความปลอดภัย ณ ที่ทำการไปรษณีย์ และเจ้าหน้าที่ที่ให้บริการในช่วงการระบาดของโรค COVID – 19 ระยะที่ 3

ช้อปปี้ สานต่อโครงการ #ShopeeTogether สนับสนุนคนไทย ฝ่าโควิด-19

'ช้อปปี้' เร่งสานต่อโครงการ#ShopeeTogether รวมพลัง สู้ไปด้วยกัน โครงการพิเศษมุ่งสนับสนุนและเสริมสร้างกำลังใจให้คนไทยร่วมกันฝ่าสถานการณ์โควิด-19 สำหรับโครงการ#ShopeeTogether

“ทีเอ็มบีธนชาต” เปิดตัวโลโก้ ttb ประสานจุดแข็ง สองธนาคารเป็นหนึ่งเดียว

ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) พร้อมเดินหน้าการสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นให้กับคนไทย ผ่านการประสานจุดแข็งของสองธนาคารเป็นหนึ่งเดียว เผยโลโก้ของธนาคาร โดยใช้ ‘ttb’ อักษรตัวพิมพ์เล็ก และดีไซน์ตัวอักษรที่เชื่อมต่อกันเพื่อมุ่งไปข้างหน้า

เสียวหมี่ ประเทศไทย ขึ้นเป็นอันดับ 2 ตลาดสมาร์ทโฟนในไทย

เสียวหมี่ ประเทศไทย เป็นแบรนด์ที่มีอัตราการเติบโตของยอดขายในไตรมาสแรกเพิ่มขึ้นสูงสุด โตขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 328% ส่งผลให้แบรนด์ก้าวขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ของตลาดสมาร์ทโฟนในประเทศไทย

บี.กริม ปันน้ำใจ สู้ภัย โควิด-19

บี.กริม เดินหน้า โครงการ "บี.กริม ปันน้ำใจ สู้ภัยโควิด-19" มอบข้าวเกษตรอินทรีย์ไรซ์เบอรี่และข้าวหอมมะลิแดง จำนวน 10 ตัน มูลค่า 600,000 บาท ซึ่งเป็นผลผลิตของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ดอกคำ อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อนำไปช่วยเหลือชุมชนในพื้นที่ต่าง ๆ

โคคา-โคล่า ส่ง “โค้ก ไม่มีน้ำตาล” สูตรใหม่ ตอบโจทย์ผู้บริโภค ไม่มีน้ำตาล ปราศจากแคลอรี

กลุ่มธุรกิจโคคา-โคล่า ในประเทศไทย เดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลมด้วยการเปิดตัวโค้ก ไม่มีน้ำตาล สูตรใหม่ มาพร้อมดีไซน์แพ็กเกจใหม่ รสชาติเป็นเอกลักษณ์ของโค้ก แต่ปราศจากน้ำตาล และแคลอรี

MUST READ

โควิด ระลอกใหม่ ผู้บริโภคต้องการ ความสะอาด-คุณภาพบริการ จากฟู้ดเดลิเวอรี มากขึ้น

บริการฟู้ดเดลิเวอรี่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากจำนวนคนหันมารับประทานอาหารที่บ้านในช่วงโควิดกันมากขึ้น ซึ่งมีผลทำให้ความคาดหวังในเรื่องของคุณภาพ การบริการ และความสะอาดเพิ่มมากขึ้นตามเช่นกัน

DITP คุมเข้ม ส่งออกอาหารแช่เยือกแข็งไทย ปลอดเชื้อโควิด-19

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) คุมเข้มส่งออกอาหารแช่เยือกแข็งไทย สร้างความเชื่อมั่นสินค้าไทยปลอดเชื้อโควิด–19 จัดตั้ง "โครงการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์สินค้าอาหารไทยปลอดการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโคโรนา 2019" (Thailand Delivers with Safety)

กรมการแพทย์ เปิดขั้นตอนการทำงาน สายด่วนเฉพาะกิจ 1668

กรมการแพทย์ ยืนยันสายด่วนเฉพาะกิจ 1668 ทำด้วยใจ ใช้จิตอาสาจากบุคลากรทางการแพทย์หลายร้อยชีวิต หวังช่วยบรรเทาทุกข์ประชาชนที่ติดเชื้อโควิด-19 ให้ได้รับการเข้ารักษาในโรงพยาบาล สถานพยาบาล หรือสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานอย่างทันท่วงที

ดูแลสุขภาพได้ด้วยตัวเองผ่านข้อมือคุณ ด้วย Samsung Galaxy Watch3

'สมาร์ทวอทช์' ถือเป็นหนึ่งในดีไวซ์ที่ถูกใจคนรักสุขภาพเป็นอย่างมาก จากความสามารถที่เป็นได้ทั้งเครื่องมือสื่อสาร เพื่อนออกกำลังกาย รวมถึงตัวช่วยด้านสุขภาพในเครื่องเดีย

สวทช. จับมือ JAXA จัด Kibo Robot Programming Challenge

สวทช. ร่วมกับองค์กรสำรวจอวกาศญี่ปุ่น เปิดตัวโครงการแข่งขันเขียนโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์อวกาศ ค้นหาสุดยอดทีมเยาวชนไทย ส่งโปรแกรมประมวลผลบนสถานีอวกาศนานาชาติ
Newsletter

สนใจรับข่าวสารจาก The Story Thailand อัพเดทก่อนใคร สมัคร Newsletter กับเราเพียงกรอกอีเมลเท่านั้น