TH | EN
TH | EN
หน้าแรก Columnist คาถา "ลดความเหลื่อมล้ำ"

คาถา “ลดความเหลื่อมล้ำ”

ปัญหาความเหลื่อมล้ำในบ้านเราพูดกันมานาน แต่ยิ่งพูดความเหลื่อมล้ำก็ยิ่งถ่างออกไปทุกที ปัจจุบันความเหลื่อมในสังคมไทยติดอันดับต้น ๆ ของโลกไปแล้ว ยิ่งกว่านั้นความเหลื่อมล้ำระหว่าง “คนจน” กับ “คนรวย” ในบ้านเราเป็นความเหลื่อมล้ำในทุกมิติ ไม่ว่าจะเหลื่อมล้ำด้านรายได้ เหลื่อมล้ำด้านทรัพย์สิน ที่ดินทำกิน “Credit Suisse” ประเมินว่า คนรวยที่สุดของไทยถือครองทรัพย์สินมากถึงกว่า 77% ของคนทั้งประเทศ และสัดส่วนที่ถือครองทรัพย์สินที่ถือครองโดยคน 1% เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดระหว่างปี 2008-2018

ขณะที่ความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ แม้ตัวเลขของทางราชการจะดูดีขึ้น นั่นหมายความว่าสถิติคนจนในประเทศในมุมมองของหน่วยงานราชการลดลง แต่ในความเป็นจริงนั้นความเหลื่อมล้ำด้านรายได้นับวันยิ่งถ่างออกไปเรื่อย ๆ ส่วนด้านการศึกษานั้นยิ่งจะเห็นชัดเจนระหว่างลูกคนรวยกับคนจน คนรวยจะส่งลูกเรียนอินเตอร์หรือโรงเรียนชื่อดังของประเทศ แล้วไปเรียนมหาวิทยาลัยชื่อดังอันดับต้นหรือส่งไปเรียนต่างประเทศจบออกมาทำงานดี ๆ มีรายได้สูง ๆ ต่างจากลูกคนจนเรียนโรงเรียนวัด โรงเรียนในชนบท ไม่มีโอกาสได้เรียนในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยดี ๆ จบมาก็ทำงานในโรงงาน รายได้ไม่สูง ความเหลื่อมล้ำการศึกษา กลายเป็นตัวกระตุ้นให้ความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ยิ่งทิ้งห่างออกไปมากขึ้น 

เหนือสิ่งใด นอกจากเกิดความเหลื่อมล้ำด้านเศรษฐกิจแล้ว ทุกวันนี้ ยังมีความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมเพิ่มขึ้นมาอีกมิติ คนจนมักจะรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรมต่างจากคนรวยที่เข้าถึงและได้ประโยชน์จากกระบวนการยุติธรรมมมากกว่า ปรากฏการณ์นี้คือความรู้สึกของคนเสื้อแดงกลุ่มหนึ่ง อันส่งผลมาถึงเกิดความแตกแยกในสังคมจนยากที่จะประสานและนับวันบาดแผลนี้กลับเปิดกว้างมากขึ้น

ปัญหาความเหลื่อมล้ำ เมื่อเกิดวิกฤติประเทศ คนที่ “เปราะบาง” หรือ “คนจน” มักจะได้รับผลกระทบมากกว่าคน “รวย” วิกฤติที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น “วิกฤติต้มยำกุ้ง” ในปี 2540 คนจนก็ได้รับผลกระทบมากกว่า ต้องตกงาน ต้องอพยพกลับไปอยู่ต่างจังหวัด ล่าสุดวิกฤติโควิด ในช่วงเกือบ ๆ 3 ปีจะเห็นว่าคนจนกับคนรวยได้รับผลกระทบไม่เท่ากัน คนจนได้รับผลกระทบมากกว่าจากการไม่มีงานทำ ไม่มีรายได้เลี้ยงครอบครัว กล่าวคือ มีช่องทางในการหารายได้น้อยกว่า รวมถึงการเข้าถึงระบบสาธารณะสุขได้ยากกว่าคนรวย จะเห็นว่าคนรวย 10% สังคมไทยไม่เดือดร้อนจากปัญหาโควิด-19 แต่คนจนกลับต้องอยู่ภายใต้วิกฤติและเงื่อนไขแวดล้อมที่ทำให้สภาพชีวิตเหลื่อมล้ำมากขึ้น

ที่ผ่านมาได้มีความพยายามจากหน่วยหน่วยงานและหลาย ๆ องค์กรเสนอสูตรสำเร็จแก้ความเหลื่อมล้ำ แต่ไม่เคยสำเร็จ ขณะที่ข้อเสนอ “บัณฑูร ล่ำซำ” ไวยาวัจกร วัดบวรนิเวศวิหารและวัดญาณสังวราราม ได้ปาฐกถาในหัวข้อ “อนาคตประเทศไทยบนความไม่แน่นอน” ในงาน “The STANRARD ECONOMIC FORUM 2022” ถึงการ “ลดความเหลื่อมล้ำ” น่าสนใจไม่ไน้อย โดยมีข้อเสนอ 4 ข้อ เรียงจากง่ายไปยาก คือ 1) การเก็บภาษีอย่างทั่วถึง เก็บให้หมดทุกอย่าง คือ เก็บเท่าไหร่ เก็บอย่างไร ให้ไปตกลงในรัฐสภาฯ 

2) ช่วยให้สู้กันได้ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าสู้ไม่ได้ SMEs ที่ไม่มีทุน ไม่มีความรู้จะสู้กับเจ้าสัวได้ยังไง แต่ต้องพยายามให้ได้มีความรู้ ให้ได้ทุน ให้ได้ระบบที่เอื้ออำนวย ไม่ให้เบียดกันเกินไป ก็ลองไปทำดู  

3) อะไรที่มีจำนวนจำกัดต้องมีการจำกัดไม่ให้ใครเอาไปหมด ตัวสำคัญที่สุดคือที่ดิน ที่ดินมีจำกัดถึงจุดหนึ่งต้องมีวิธีจำกัดว่าคนหนึ่งมีเท่านั้นเท่านี้ได้เรื่องนี้ก็ไม่ง่าย ก็ไปถกกันในรัฐสภา และ 4) ถ้าทำได้ก็จะชะงัดมากเลย คนทำผิดเหมือนกันต้องรับโทษเหมือนกัน

ข้อ 4 นี้สำคัญมาก คุณบัณฑูร ได้อธิบายอย่างเป็นรูปธรรมว่า “เมาเหล้าชนคนตาย มันไม่สำคัญว่ารถที่ชนนั้นจะเป็นซุปเปอร์คาร์หรูหรา หรือรถคันเล็ก ๆ กระป๋อง ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นน้ำมัน ต้องรับโทษเท่ากัน อันนี้จะแก้ความเหลื่อมล้ำในหัวใจคนได้ทันที แล้วมันพิสูจน์ได้ในเชิงคณิตศาสตร์ เพราะว่าคนมีร้อยบาทกับคนมีร้อยล้านบาทซื้อระบบยุติธรรมไม่ได้ เท่ากับเป็นศูนย์ ความเหลื่อมล้ำในหัวใจ คือที่ที่ความเหลื่อมล้ำน่ากลัวที่สุดที่อยู่ในหัวใจจะหายไปทันที และก็พูดตรง ๆ อันนี้ทำยากที่สุด แต่จะทำได้”

อันที่จริง สิ่งที่คุณบัณฑูรพูดนั้นเป็นเรื่องที่ดำรงอยู่ในสังคมไทยมาอย่างยาวนาน แต่ไม่เคยมีรัฐบาลไหนแก้ไขอย่างจริงจังสังคมไทยจึงกลายเป็นสังคม “ขนมชั้น” ที่เรียงเป็นชั้น ๆ และแบ่งชั้นกันอย่างชัดเจน คนรวยสามารถเข้าถึงทรัพยากรและเทคโนโลยีต่างได้ง่าย แต่คนจนไม่มีโอกาสเข้าถึง ลำพังจะเอาชีวิตรอดไปวัน ๆ ก็ลำบาก

ข้อเสนอของ “บัณฑูร” เป็นข้อเสนอที่ตรงเป้าและเป็นรูปธรรมที่สุด อยู่ที่รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะกล้านำไปแก้ไขหรือไม่ เพราะทั้ง 4 ข้อนั้น ล้วนแต่กระทบต่อคนรวยไม่กี่กลุ่มในประเทศแต่มีอิทธิพลมากที่สุด 

STAY CONNECTED

0แฟนคลับชอบ
0ผู้ติดตามติดตาม

Lastest News

‘ปิยธิดา ตันตระกูล’ ขายไอที ซีเคียวริตี้ ต้องใช้ศาสตร์และศิลป์ให้ลูกค้าเชื่อใจ

เทรนด์ไมโคร (ประเทศไทย) กำลังก้าวสู่ปีที่ 18 และหากย้อนกลับไปเมื่อ 8 ปีที่แล้ว เทรนด์ไมโครในไทยมีการปรับทัพทิศทางธุรกิจที่สำคัญ เปลี่ยนจากงานขายแบบฮาร์ดเซลสู่การเติบโตไปด้วยกันกับพาร์ทเนอร์ และเข้าเป็นที่ปรึกษาให้ลูกค้าโดยตรง รวมถึงการมีผู้จัดการประจำประเทศไทย ‘ปิยธิดา ตันตระกูล’

EVAT ร่วมกับ กฟผ. จัดการเเข่งขันผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง เพื่อธุรกิจแห่งอนาคต

สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ร่วมกับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดตัวโครงการแข่งขันรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลงเพื่อธุรกิจแห่งอนาคต ครั้งที่ 2

ม.หอการค้า รีโนเวทพื้นที่แห่งการเรียนรู้ สู่ ‘Happy U’ เพิ่มความสุข ลดความตึงเครียดให้นักศึกษา

สังคมปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมายที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิต การเรียน การทำงาน เศรษฐกิจ การเมือง ค่านิยม และวัฒนธรรม

กษ. จับมือ อว. เดินหน้าโครงการแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก (Agri-Map)

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) และ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมมือทางวิชาการโครงการแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก (Agri-Map)

SPRC เข้าซื้อธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมของเชฟรอนในประเทศไทย

บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC ได้รับการอนุมัติจากผู้ถือหุ้น เพื่อเข้าซื้อธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมของบริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด

นักบินอวกาศญี่ปุ่นทดลอง 2 ไอเดียเยาวชนไทยบนสถานีอวกาศนานาชาติ

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับองค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA) นำเยาวชนไทยเข้าร่วมโครงการ Asian Try Zero-G 2022

ส่อง “คาดการณ์เศรษฐกิจใหม่” หลังจีนเปิดประเทศ

ก่อนไปส่องคาดการณ์ฯ ตามหัวที่พาดไว้ข้างบน มาดูผลสรุปตัวเลข ส่งออกหนึ่งในหัวจักรหลักขับเคลื่อนศรษฐกิจสำคัญ ของปีที่แล้วกันก่อน

วอลโว่ ฉลองยอดขายในไทยโต 71% เผยแผนจำหน่ายเฉพาะรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบในปี 2025

วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) เผยยอดขายปี 2022 โตขึ้น 71% แสดงให้เห็นถึงความต้องการผู้บริโภค ที่นิยมใช้รถพลังงานไฟฟ้ามากขึ้น

แกร็บ ชี้ท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวต่อเนื่อง ชาวต่างชาติเรียกรถผ่านแอปฯ เพิ่มขึ้น 45%

แกร็บ ชี้ตลาดท่องเที่ยวในประเทศไทยฟื้นตัวต่อเนื่อง ตั้งแต่ไตรมาส 3/2565 ดันยอดใช้บริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติเติบโตขึ้น 45%

ธนาคารไทยพาณิชย์ แต่งตั้ง พรภัทร องนิธิวัฒน์ เป็น CFO คนใหม่ มีผล 1 ก.พ. นี้

ธนาคารไทยพาณิชย์ ประกาศแต่งตั้ง พรภัทร องนิธิวัฒน์ ดำรงตำแหน่งรองผู้จัดการใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานการเงิน (Chief Financial Officer) หรือ CFO

MUST READ

การเติบโตของยูนิคอร์น Flash Express ก้าวข้ามผ่านจุดพลิกผัน เสริมความแกร่งด้วยธุรกิจ F-Commerce

ปี 2021 เรียกได้ว่า เป็นปีทองของ Flash Express ที่ก้าวขึ้นสู่การเป็นยูนิคอร์นสัญชาติไทยตัวแรก กับยอดระดมทุน 4,700 ล้านบาท

นักบินอวกาศญี่ปุ่นทดลอง 2 ไอเดียเยาวชนไทยบนสถานีอวกาศนานาชาติ

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับองค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA) นำเยาวชนไทยเข้าร่วมโครงการ Asian Try Zero-G 2022

สกมช. เสริมแกร่งความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เตรียม จัดงาน ‘Thailand National Cyber Week 2023’

สํานักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคง ปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) เตรียมจัดงาน “นิทรรศการสัปดาห์วิชาการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ปี 2566

ชมรมคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตเพื่อผู้สูงวัย ครบรอบ 23 ปี เดินหน้าสร้างความรู้ด้านไอที ให้กับผู้สูงวัย

ชมรมคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตเพื่อผู้สูงวัย (OPPY CLUB) ฉลองครบรอบ 23 ปี ยืนหยัดเป็นแหล่งรวมตัวของผู้สูงวัยที่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

แกร็บ ชี้ท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวต่อเนื่อง ชาวต่างชาติเรียกรถผ่านแอปฯ เพิ่มขึ้น 45%

แกร็บ ชี้ตลาดท่องเที่ยวในประเทศไทยฟื้นตัวต่อเนื่อง ตั้งแต่ไตรมาส 3/2565 ดันยอดใช้บริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติเติบโตขึ้น 45%
Newsletter

สนใจรับข่าวสารจาก The Story Thailand อัพเดตก่อนใคร สมัคร Newsletter กับเราเพียงกรอกอีเมลเท่านั้น