Captivating คือคำภาษาอังกฤษที่เหมาะมากที่สุดกับเรื่อง The Vegetarian นวนิยายจากผู้เขียนชาวเกาหลีที่ตีพิมพ์เป็นภาษาเกาหลีในปี 2007 และแปลเป็นภาษาอังกฤษปี 2015
ในความยาวแค่ 183 หน้า ฮันคัง (Han Kang) ผู้ประพันธ์ เขียนเรื่องของตัวเอก ยองฮเย (Yeong-hye) จากมนุษย์ชอบกินเนื้อตัวยงที่เปลี่ยนตัวเองมาเป็นมนุษย์กินผักผู้เคร่งครัด และปฏิกิริยาของคนในครอบครัวของเธอได้อย่างน่าสนใจน่าติดตามมาก
ฮันคังใช้วิธีการเล่าเรื่องที่ค่อนข้างลุ้นระทึกเหมือนนั่งอยู่ในใจของคนที่กำลังสับสนกับสิ่งที่ยองฮเยทำ ความคิดของพวกเขาตัดกลับไปตรงนั้นตรงนี้เพื่อหาคำตอบให้คำถามในใจของตนว่าทำไมยองฮเยเปลี่ยนไป
ทั้งเรื่องแบ่งออกเป็น 3 บทใหญ่ๆ ตีพิมพ์ครั้งแรกแยกเป็นสามตอนก่อนจะนำมารวมเล่ม
บทแรกคือมุมมองของช็อง (Cheong) สามีของยองฮเย เขาเล่าว่าเมื่อแรกพบ ยองฮเยไม่มีอะไรน่าดึงดูดใจเลย ไม่สวย ไม่ร่าเริง และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมเขาเลือกเธอ ผู้หญิงธรรมดาๆ ที่จะเป็นภรรยาผู้ไม่มีปากเสียง ไม่เรียกร้องใดๆ ในเวลาที่เขาต้องทำงานหนักไต่เต้าตำแหน่งสูงๆ เธอเป็นเช่นนั้นมาตลอดเกือบห้าปีที่แต่งงานกัน แล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเมื่อเธอบอกว่าเธอจะไม่กินเนื้อสัตว์ เพราะความฝัน ช็องไม่สนใจว่าเธอฝันว่าอะไร แต่ฮันคังแทรกความฝันของเธอเป็นระยะๆ ยองฮเยฝันซ้ำๆว่าตัวเธอเต็มไปด้วยเลือด และหน้าที่ไม่รู้ว่าเป็นสิ่งที่จะมาฆ่าเธอหรือสิ่งที่เธอฆ่า
ยองฮเยเป็นมังสวิรัติที่เคร่งมาก ด้วยการทิ้งเนื้อสัตว์ ไข่ และของที่ทำมาจากสัตว์ทั้งหมดในตู้เย็น เมื่อช็องต่อว่า เธอบอกเขาว่าเขากินข้าวบ้านแค่มื้อเช้ามื้อเดียวคงไม่เป็นไร ไปหาเนื้อกินตอนกินมื้อนอกบ้านแล้วกัน ดีกรีความเข้มข้นเพิ่มขึ้นเมื่อเธอไม่ให้เขาถูกเนื้อต้องตัวเพราะเธอได้กลิ่นเนื้อจากตัวเขา จนถูกเขาขืนใจหลายครั้ง
ยองฮเยผ่ายผอมจนช็องโทรบอกพ่อแม่เธอ เมื่อพวกเขามาหาและพ่อทหารเก่าผู้ชอบใช้ความรุนแรง คีบเนื้อย่างยัดปากเธอ เธอใช้มีดปอกผลไม้กรีดข้อมือจนต้องเข้าโรงพยาบาลและหมอลงความเห็นว่าเธอมีอาการทางจิต
บทที่ 2 เป็นมุมมองของพี่เขย ศิลปินด้านวิดิทัศน์กำลังหาแรงบันดาลใจ เขาแอบชอบยองฮเยมาตั้งแต่แรกเห็น และชอบมากขึ้นเมื่อรู้จากภรรยาว่ายองฮเยยังมี Mongolian Mark หรือ จุดมองโกเลีย ปานแต่กำเนิดที่ก้นที่ควรจะหายไปนานแล้ว เขาได้ยองฮเยเป็นแรงบันดาลใจในการวางแผนงานใหม่ ด้วยการวาดต้นไม้ ดอกไม้บนผู้หญิง ผู้ชายคู่หนึ่ง และถ่ายทำวิดีโอตอนพวกเขาร่วมรักกัน
ยองฮเยอยู่โรงพยาบาลจิตเวชสองปีหลังการกรีดข้อมือ ออกมาอยู่กับพี่สาวอินฮเย (In-hye) พักหนึ่งจนออกไปอยู่อพาร์ทเมนท์คนเดียว ในวันที่เขาไปเยี่ยมเธอเขาขอให้เธอมาทำงานให้และเธอก็ยอม และเธอหลงไหลภาพบนตัวเธอมากจนคิดว่าตัวเองเป็นต้นไม้ เมื่อนายแบบที่หามาปฏิเสธที่จะร่วมรัก เขาให้แฟนเก่าวาดภาพที่ร่างไว้บนตัวเขาและไปร่วมรักและถ่ายทำกับยองฮเยเอง เมื่อพี่สาวยองฮเยแวะมาหาน้องสาวโดยไม่ได้นัดและเห็นวิดีโอ ยองฮเยจึงต้องกลับเข้าโรงพยาบาลอีกครั้ง
บทที่ 3 เล่ามุมมองของอินฮเย พี่สาวผู้ไม่มีปากเสียงและรู้สึกผิดกับน้องสาวที่ปกป้อง
น้องจากพ่อไม่ได้ จนต้องแต่งงานกับผู้ชายคนแรกที่มาขอเพื่อจะได้ออกจากบ้าน หลังสามีออกจากบ้านอินฮเยต้องเลี้ยงดูลูกชายคนเดียวและดูแลติดตามอาการยองฮเย เพราะทั้งพ่อแม่และน้องชายปฏิเสธที่จะยุ่งเกี่ยว
อินฮเยหงุดหงิดน้องสาวมากที่ไม่ยอมกินอะไรนอกจากน้ำ เพราะคิดว่าตัวเองเป็นต้นไม้ต้องการแค่น้ำและแสงแดดจนเหลือแต่กระดูก แต่เธอเริ่มเข้าใจว่ายองฮเยคงไม่มีความสุขมากเสียจนอยากหายไปจากโลก (แม้ไม่กินอะไรเลย ยองฮเยก็ยังฝันร้ายจนอยากตัดจากทุกอย่างบนโลก โดยไม่กิน ไม่พูด ไม่คิด) อินฮเยเองก็เคยมีวันที่คิดจะหายไปจากโลก
จากเริ่มต้น ยองฮเยเหมือนเป็นคนบ้า ต่อมาจากคำพูดของหมอ เรารู้ว่าเธอมีอาการจิตเภท จนท้ายเรื่อง เริ่มสงสัยว่ายองฮเยบ้าจริงหรือไม่ ส่วนอินฮเยที่ดูชีวิตครอบครัวและการงานที่ดี แต่วันหนึ่งก็สติแตกก่อนจะทำใจได้
ในมุมส่วนตัว หนังสือเหมือนจะถามคนที่มีชีวิตไม่มีความสุขว่าจะจัดการกับตัวเองอย่างไร คิดยังไงกับการอยู่และการตายในบริบทของตัวเอง จะอยู่ยังไงในโลกที่เหมือนไม่มีเส้นแบ่งระหว่างความบ้าและไม่บ้า
The Vegetarian ได้รางวัล Man Booker International Prize ในปี 2016 ทำให้ฮันคังกลายเป็นนักเขียนที่ทุกคนจับตามอง เธอได้เป็นนักเขียนรางวัลโนเบลในปี 2024 เป็นหนึ่งในนักเขียนอายุน้อยที่ได้รางวัลนี้
ถัดจาก The Vegetarian ที่เชื่อว่ามีผลมากที่ทำให้เธอได้รางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม ฮันคังมีผลงานตามมาอีก 2 เล่ม นั่นคือ Human Acts และ We Do Not Part ที่ยังคงเล่นกับความเจ็บปวดในใจและความเปราะบางของชีวิตมนุษย์
ในเดือนแห่งความรักนี้ ขอแบ่งปันความปราถนาดีให้กับผู้อ่านทุกคน ด้วยความหวังว่าจะทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้นสำหรับทุกชีวิต
บทความอื่น ๆ ของผู้เขียน
Raven Black – มืดดำราวกับสีขนของอีกา [Book Review]
52 เฮิรตซ์…คลื่นเสียงที่ไม่มีใครได้ยิน [Book Review]
วัยรุ่นกับความตาย: บทเรียนการปล่อยวางในวันที่เวลาหยุดหมุน [Book Review]

![เคียวไคชิ ผู้กล้าแห่งแดนประหาร [Book Review]](https://www.thestorythailand.com/wp-content/uploads/2026/07/1783062720_048975-thestorythailand.jpg)
![สู้ดิวะ [Book Review]](https://www.thestorythailand.com/wp-content/uploads/2023/11/Book-review-สู้ดิวะ-Krittai-Tanasombatkul-web.avif)
![Power and Progress – อำนาจของเทคโนโลยีต่อมนุษยชาติ [Book Review]](https://www.thestorythailand.com/wp-content/uploads/2026/06/1782393752_929643-thestorythailand.avif)