Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

3 แคนดิเดตนายกฯ ประชันโมเดล ‘พลิกฟื้นประเทศ’ สู้ศึก 8 ก.พ.

3 แคนดิเดตนายกฯ ประชันวิสัยทัศน์สู้ศึกเลือกตั้ง 8 ก.พ. ชูโมเดลพลิกฟื้นเศรษฐกิจ-ปฏิรูปประเทศ

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ประชาชนจะกำหนดทิศทางของประเทศไทย แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจาก 3 พรรคการเมืองหลัก ได้แก่ พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย ต่างใช้เวทีสาธารณะนำเสนอนโยบายและยุทธศาสตร์ในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยมุ่งเน้นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เพื่อขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า

ณัฐพงษ์ ชู “รัฐบาลประชาชน” ปฏิรูประบบราชการ-เศรษฐกิจ

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำเสนอวิสัยทัศน์ระยะยาว 10 ปี โดยชี้ให้เห็นว่าปัญหาสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยเติบโตช้าที่สุดในภูมิภาคอาเซียน (ASEAN) ไม่ใช่เพียงตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) แต่มาจากโครงสร้างสังคมที่ติดหล่มธุรกิจสีเทาและระบบอุปถัมภ์ ซึ่งส่งผลให้ความสามารถในการแข่งขันลดลง จึงเสนอโมเดล “รัฐบาลประชาชน” (People’s Government) ที่มุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างและขจัดความเหลื่อมล้ำ

แนวทางหลักคือการปรับระบบราชการให้กะทัดรัดและโปร่งใส (Lean and Clean) เพื่อดึงดูดการลงทุนคุณภาพ (Quality Investment) โดย ณัฐพงษ์ได้หยิบยกกรณีศึกษาจากความเห็นของผู้บริหารบริษัทเทสลา (Tesla) เพื่อสะท้อนถึงอุปสรรคสำคัญในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนคุณภาพเข้าสู่ประเทศไทย โดยระบุว่าขั้นตอนการเข้ามาลงทุนในไทยนั้น ผู้ลงทุนต้องเผชิญกับระบบการเรียกรับผลประโยชน์หรือการ “จ่ายส่วย” ในทุกขั้นตอน ซึ่งภาพลักษณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ ทำให้เม็ดเงินลงทุนใหม่ไม่ไหลเข้าสู่ประเทศ

ด้วยเหตุนี้นโยบายเร่งด่วนของ “รัฐบาลประชาชน” จึงมุ่งเน้นไปที่การปฏิรูประบบบริหารราชการแผ่นดินให้มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ (Lean and Clean) โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน เพื่อขจัดต้นทุนแฝงจากการจ่ายส่วย และฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้นักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศตัดสินใจกลับเข้ามาลงทุนในประเทศไทยอีกครั้ง

รัฐบาลประชาชนจึงให้ความสำคัญกับการปราบปรามการทุจริตเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน นำไปสู่การสร้างอุตสาหกรรมใหม่ เช่น อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์และระบบการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) นอกจากนี้ยังมีแผนลงทุนโครงการขนาดใหญ่ (Mega Projects) สีส้ม มูลค่ารวม 630,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะและโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid)

ในด้านเศรษฐกิจฐานราก พรรคประชาชนเสนอมาตรการช่วยเหลือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ผ่านนโยบาย “หวยใบเสร็จ” (Receipt Lottery) เพื่อกระตุ้นกำลังซื้ออย่างต่อเนื่อง พร้อมตั้งวงเงินสินเชื่อเพื่อการปรับเปลี่ยนธุรกิจ (Transformation Loan) และบังคับใช้กฎหมายควบคุมเครดิตเทอม (Credit Term) ผ่านระบบใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์ (e-Invoice) สำหรับภาคการเกษตร มีนโยบายสนับสนุนคูปองเกษตรกรทันโลก (Smart Farmer Coupon) และการเปลี่ยนที่ดิน ส.ป.ก. เป็นโฉนดเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงการปฏิรูปกองทัพให้เป็นระบบสมัครใจ และปรับบทบาทการต่างประเทศให้เน้นผลประโยชน์ของไทย (Pro-Thai)

ดร.ยศชนันท์ กางแผน “Thailand 2035” มุ่งสู่ประเทศรายได้สูง

ทางด้าน ดร.ยศชนันท์ วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย นำเสนอยุทธศาสตร์ “Thailand 2035” โดยตั้งเป้าหมายนำพาประเทศไทยสู่การเป็นประเทศรายได้สูง ภายใต้สภาวะความท้าทายจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี (Technology Disruption) โดยเสนอแนวทางแก้ปัญหาหนี้สินควบคู่ไปกับการยกระดับ 3 ภาคส่วนหลัก ได้แก่ ภาคเกษตรกรรมที่ใช้เทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) ภาคการผลิต และภาคบริการที่เน้นการเป็นศูนย์กลางงานเทศกาล (Festival Hub)

ยุทธศาสตร์สำคัญของพรรคเพื่อไทยคือการสร้างเครื่องยนต์การเติบโตใหม่ (New Growth Engine) โดยยกระดับบริการทางการแพทย์ (Medical Service) สู่เศรษฐกิจเชิงสุขภาพ (Wellness Economy) และศูนย์กลางการมีอายุยืนยาว (Longevity Hub) มีการใช้องค์ความรู้ด้านชีววิทยาสังเคราะห์ (Synthetic Biology) และพันธุศาสตร์ (Genomics) เพื่อผลิตยาและอาหารเพื่อสุขภาพ นอกจากนี้ยังสนับสนุนสตาร์ทอัพผ่านกองทุน (Angel Fund) และเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) เพื่อรองรับปัญญาประดิษฐ์ทางกายภาพ (Physical AI)

สำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน มีแผนขยายขีดความสามารถสนามบินสุวรรณภูมิและก่อสร้างสนามบินใหม่ในภาคเหนือและภาคใต้ รวมถึงนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายและระบบขนส่งสายรอง (Feeder) ในด้านการบริหารจัดการภาครัฐ เสนอการสร้างโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ของประเทศไทยและระบบยืนยันตัวตนดิจิทัล (Digital ID) เพื่อลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีแบบจำลองดิจิทัลของมหาสมุทร (Digital Twin of Ocean) ในการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ

อนุทินชู ผลงาน “Ten Plus” เน้นทำจริง-ปฏิรูปกองทัพ

ขณะที่ อนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย กล่าวแสดงวิสัยทัศน์โดยอ้างอิงความสำเร็จจากการทำงานในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ภายใต้แนวทางที่เน้นการลงมือทำจริง (Speak and Do) และการประสานความร่วมมือ (Collaboration) โดยเสนอนโยบายเศรษฐกิจโมเดล 10 Plus ที่มุ่งเน้นการสร้างรายได้ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน (Competitiveness) และการวางรากฐานการคลังที่ยั่งยืน (Fiscal Sustainability) แทนการใช้นโยบายประชานิยม (Populism) เพียงอย่างเดียว

อนุทินให้ความสำคัญกับการยกระดับทักษะ (Upskill) และการสร้างทักษะใหม่ (Reskill) ให้กับประชาชน เพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ รวมถึงการสนับสนุนให้ไทยก้าวสู่เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) เพื่อสมัครเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ซึ่งจะช่วยลดอุปสรรคทางการค้า นอกจากนี้ยังประกาศเปลี่ยนนิยาม “ทุนสีเทา” เป็น “เงินดำ” (Black Money) และเตรียมจัดตั้งศูนย์ข้อมูลเครดิต (Data Bureau) เพื่อปราบปรามธุรกรรมผิดกฎหมาย

ในด้านความมั่นคง พรรคภูมิใจไทยเสนอแนวคิด “ทหารอาสา” จำนวน 100,000 อัตรา โดยให้ค่าตอบแทนและสวัสดิการที่เหมาะสมเพื่อลดความจำเป็นในการเกณฑ์ทหาร พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้จัดการภัยพิบัติและภัยคุกคามทางออนไลน์ ส่วนนโยบายการต่างประเทศเน้นเกียรติภูมิ (Dignity) และความเป็นอิสระ โดยยืนยันจุดยืนในการรักษาอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน (Territorial Integrity) อย่างเคร่งครัด พร้อมผลักดันไทยเป็น “ครัวของโลก” ผ่านการส่งออกวัฒนธรรมอาหารและสินค้าไทยตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain)

การเลือกตั้งทั่วไป (General Election) ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 จึงเป็นวาระสำคัญที่ประชาชนต้องพิจารณาเปรียบเทียบวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ของแต่ละพรรคการเมืองอย่างรอบด้าน การตัดสินใจในครั้งนี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Direction) และอนาคตของประเทศไทย (Thailand’s Future) ในระยะยาว ว่าจะก้าวผ่านความท้าทายและวิกฤตการณ์โลกไปในรูปแบบใด

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

เมื่อพรรคการเมือง ชูประชานิยมต้องมาก่อน

กกต. ผนึก 3 องค์กร คุมเข้มขนส่งบัตรเลือกตั้ง 69 การันตีโปร่งใส-ตรวจสอบได้

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar