Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

ซินเน็ค ปักธงปี 69 รายได้ทะลุ 5 หมื่นล้าน พลิกโฉมสู่ Technology Ecosystem Enabler

ซินเน็ค ปักธงปี 69 รายได้ทะลุ 5 หมื่นล้าน พลิกโฉมสู่ Technology Ecosystem Enabler

บมจ. ซินเน็ค (ประเทศไทย) หรือ SYNNEX ประกาศแผนยุทธศาสตร์ปี 2569 ตั้งเป้ารายได้ทะลุ 50,000 ล้านบาท เป็นปีแรก พร้อมทรานส์ฟอร์มองค์กรครั้งใหญ่ ก้าวข้ามบทบาทผู้จัดจำหน่ายสู่การเป็น “Technology Ecosystem Enabler” ที่เชื่อมโยงนวัตกรรม โซลูชัน และพันธมิตรเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนท่ามกลางความท้าทายของต้นทุนเทคโนโลยีที่สูงขึ้น

สุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปัจจุบันเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงรวดเร็วกว่าที่เคย ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิต การทำงาน และรูปแบบการทำธุรกิจ โจทย์สำคัญในวันนี้จึงไม่ใช่คำถามว่าจะใช้เทคโนโลยี “อะไร” แต่จะใช้เทคโนโลยี “อย่างไร” ให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน ซินเน็คจึงตั้งเป้าหมายสู่การเป็นผู้นำอันดับหนึ่งในด้าน IT Ecosystem ของไทย โดยทำหน้าที่เชื่อมโยงแบรนด์และเทคโนโลยีต่างๆ อย่างไร้รอยต่อ เพื่อให้ชีวิตของผู้คนง่ายและดียิ่งขึ้น

จากผู้จัดจำหน่ายสู่ “Technology Ecosystem Enabler”

ปัจจุบันซินเน็คได้รับความไว้วางใจให้เป็นตัวแทนจำหน่าย (Distributor) จากแบรนด์ชั้นนำทั่วโลกกว่า 70 แบรนด์ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าจำนวนแบรนด์ คือศักยภาพในการเชื่อมต่อแต่ละแบรนด์และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน บริษัทจึงกำลังก้าวข้ามจากการเป็นเพียงผู้จัดจำหน่าย สู่การเป็น “Technology Ecosystem Enabler” ที่เชื่อมโยงสินค้า โซลูชัน บุคลากร และนวัตกรรมเข้าด้วยกัน

โดยล่าสุด บริษัทได้เปิดบ้าน “SYNNEX OPEN HOUSE 2026” เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่พันธมิตรผ่านงานโชว์เคสที่ไม่ใช่เพียงการนำเสนอเทคโนโลยี แต่เป็นการแสดงให้เห็นว่าโซลูชันต่าง ๆ เมื่อนำมารวมกันจะช่วยเสริมสร้างความก้าวหน้าได้อย่างไร โดยเน้นประสบการณ์จริง (Touch and Feel) ใน 4 มิติหลัก ได้แก่ ภายในบ้าน (Home), สำนักงาน (Office), สถานศึกษา (School) และโรงพยาบาล (Hospital)

นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมความพร้อมสนับสนุนพันธมิตรแบบครบวงจร (Full Service) ประกอบด้วยทีมวิศวกร (Engineer), ผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์ (Product Specialist) และทีมบริการเทคนิค (Technical Service) ที่ให้บริการครอบคลุมทั้งบริการหลังการขาย (After-sales Service), บริการนอกสถานที่ (On-site Service) และบริการออกแบบระบบเทคโนโลยีตามความต้องการ เพื่อยึดมั่นในหลักการที่ว่า “ความสำเร็จของลูกค้า คือความสำเร็จของซินเน็ค”

ผลงานปี 68 ทะลุเป้า- ปี 69 มุ่งแตะ 5 หมื่นล้าน

สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2568 ที่ผ่านมา บริษัทประสบความสำเร็จในการสร้างรายได้เติบโตทะลุเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้กว่า 1,500 ล้านบาท ซึ่งคุณสุธิดาระบุว่า ทุกครั้งที่ยอดขายเติบโตทะลุเป้าหมาย ล้วนมาจากการเปลี่ยนแปลงสินค้าในพอร์ตโฟลิโอ (Portfolio) ใหม่ ๆ สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวตามเทคโนโลยี เพราะสิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่เพียงเทคโนโลยีที่เลือกมาจำหน่าย แต่คือ “พันธมิตร” ที่ให้ความเชื่อใจ เมื่อซินเน็คเลือกเทคโนโลยีใด ตลาดและพันธมิตรต่างให้การตอบรับ

สำหรับทิศทางในปี 2569 นี้ บริษัทตั้งเป้าการเติบโตในภาพรวมไว้อย่างน้อยที่ระดับเลขสองหลัก (Double Digit) หรือ 10% ซึ่งจะส่งผลให้รายได้รวมทะลุ 50,000 ล้านบาท เป็นปีแรก โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับกลุ่มธุรกิจโซลูชันที่วางเป้าหมายการเติบโตไว้สูงถึง 20%

เมื่อพิจารณาสัดส่วนรายได้ตามกลุ่มผลิตภัณฑ์พบว่า

  • กลุ่ม Apple: ครองสัดส่วนสูงสุดมากกว่า 30% (รวม iPhone, iPad, MacBook และสินค้าเพื่อการศึกษา)
  • กลุ่ม IT Consumer: สัดส่วนประมาณ 20%
  • กลุ่ม Commercial & Enterprise: สัดส่วนประมาณ 20%
  • กลุ่มโทรศัพท์และแท็บเล็ต Android: สัดส่วนประมาณ 20%

เทรนด์ตลาด: AI ดันราคาขึ้นแต่หนุนการเปลี่ยนเครื่องใหม่

คุณสุธิดา กล่าวว่า สถานการณ์ตลาดและแนวโน้มธุรกิจในปีนี้ บริษัทต้องเผชิญกับความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกที่อาจส่งผลให้สินค้าไอทีบางรายการขาดแคลนและมีการปรับราคาขึ้น โดยปัจจัยหลักเกิดจากต้นทุนชิ้นส่วนภายใน โดยเฉพาะชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งคาดการณ์เบื้องต้นว่าราคาสินค้าอาจปรับขึ้นราวร้อยละ 10 ตามกลไกตลาดทั้งระบบ ตั้งแต่ผู้ผลิตจนถึงผู้บริโภคปลายน้ำ

อย่างไรก็ตาม บริษัทประเมินสถานการณ์ว่า แม้ยอดขายในเชิงปริมาณอาจไม่ได้ปรับตัวสูงขึ้นมากนักเนื่องจากข้อจำกัดด้านอุปทาน แต่สินค้าไอทียังคงเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ตลาดยังมีความต้องการสูง ซึ่งส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรหรือมาร์จิ้นมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น โดยได้รับอานิสงส์จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เป็นปัจจัยบวก

โดยเฉพาะในตลาดองค์กรที่หันมานิยมเลือกใช้สินค้าเกรด Commercial มากขึ้น เนื่องจากจุดเด่นด้านความทนทานในระดับราคาที่ใกล้เคียงกับสินค้า Consumer ประกอบกับเทคโนโลยี AI ที่เข้ามามีบทบาททั้งในชีวิตประจำวันและการทำงาน ได้กลายเป็นตัวเร่งสำคัญให้ผู้บริโภคตัดสินใจเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่เร็วขึ้น เพื่อให้รองรับฟีเจอร์การทำงานและการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิม

สำหรับแนวโน้มกลุ่มผลิตภัณฑ์ หรือสินค้า “ดาวรุ่ง” และ “ดาวร่วง” นั้น พบความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ โดยสินค้ากลุ่มเครื่องพิมพ์และโปรเจคเตอร์เริ่มมีกระแสที่ชะลอตัวลง แม้โปรเจคเตอร์จะยังคงมีการใช้งานในกลุ่มเฉพาะอยู่บ้าง

ในทางกลับกัน กลุ่มสินค้าที่เติบโตโดดเด่นที่สุดในปีนี้ ได้แก่ กลุ่มพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Energy) ตามมาด้วยกลุ่ม Gaming และระบบรักษาความปลอดภัย (Security) ที่ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง รวมถึงจอ LED ที่กลายเป็นสินค้ามาแรงอย่างชัดเจน เนื่องจากปัจจุบันมีระดับราคาที่จับต้องได้ง่ายขึ้น

ทุ่ม 50 ล้านพัฒนา Smart Warehouse และสนับสนุนคู่ค้า

ทุ่ม 50 ล้านพัฒนา Smart Warehouse และสนับสนุนคู่ค้า

ด้านกลยุทธ์การลงทุนและการขยายธุรกิจ บริษัทได้ดำเนินการลงทุนไปแล้วกว่า 50 ล้านบาท เพื่อพัฒนาระบบหลังบ้านและคลังสินค้า โดยเปิดตัวคลังสินค้าและระบบโลจิสติกส์อัจฉริยะ (Smart Warehouse) บนพื้นที่รวมประมาณ 9,000 ตารางเมตร รองรับการจัดการสินค้ากว่า 12.8 ล้านชิ้นต่อปี ภายในบริเวณสำนักงานใหญ่

โครงสร้างประกอบด้วยส่วนที่ปรับปรุงจากคลังเดิมและส่วนที่ก่อสร้างขึ้นใหม่ ผสานรวมเป็นศูนย์กลางการบริหารจัดการเดียว ปัจจุบันพื้นที่จัดเก็บยังเพียงพอต่อความต้องการ แผนงานระยะต่อไปจึงมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีอัตโนมัติ (Automation) เข้ามาบริหารจัดการให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อยกระดับสู่การเป็นคลังสินค้าอัตโนมัติแบบครบวงจร แทนการขยายพื้นที่

นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับการสนับสนุนคู่ค้าด้วยการสร้างห้องสาธิตโซลูชันหรือ Showcase ที่สำนักงานใหญ่ รวบรวมโซลูชันตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ เช่น ระบบสแกนใบหน้าและระบบคิว เพื่อให้ดีลเลอร์สามารถพาผู้ใช้งานจริงเข้ามาเยี่ยมชมและปิดการขายได้ทันที โดยมีทีมวิศวกรของบริษัทคอยให้คำแนะนำ ช่วยลดภาระต้นทุนให้แก่คู่ค้าที่ไม่ต้องลงทุนสร้างห้องตัวอย่างเอง

ลุย Health Tech และนโยบายบริหารพอร์ตโฟลิโอ

สำหรับโครงการในอนาคต ซินเน็คกำลังพัฒนาแพลตฟอร์มด้านสุขภาพร่วมกับเวนเดอร์ โดยมุ่งเน้นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุที่แข็งแรง ผ่านการใช้อุปกรณ์สวมใส่ในการเก็บข้อมูลและวิเคราะห์สุขภาพ ซึ่งมีแผนจะขยายเข้าสู่กลุ่มโรงพยาบาลต่อไป

ในส่วนของการบริหารจัดการแบรนด์สินค้า บริษัทมีนโยบายทบทวนพอร์ตโฟลิโอเป็นประจำทุกสิ้นปี โดยพิจารณาจากการตอบรับของตลาดและนโยบายของเจ้าของแบรนด์ว่ายังให้ความสำคัญกับตลาดไทยหรือไม่ เพื่อตัดสินใจปรับเปลี่ยนสินค้าให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยไม่มีกำหนดช่วงเวลาการยกเลิกสัญญาที่ตายตัว

“แม้ว่าปัจจุบันซินเน็คจะครองส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับหนึ่ง แต่บริษัทจะไม่หยุดยั้งการเติบโตเพียงเท่านี้ เนื่องจากมองว่าตลาดไอทียังมีศักยภาพในการขยายตัวได้อีกมหาศาลในอนาคต โดยเราพร้อมจะสร้างอนาคตที่แข็งแกร่งที่สุดร่วมกับพันธมิตร” คุณสุธิดา กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์: เมื่อ AI ไม่ใช่ ‘ทางเลือก’ แต่คือ ‘ทางรอด’ เศรษฐกิจไทย

ถอดบทเรียน ‘ธรรณพ สมประสงค์’ 25 ปี Thaiware จากยุค Dotcom สู่ AI

×

Share

ผู้เขียน

Sona Satta Avatar