Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

LMWN ตั้ง “ดร.ต้า” นั่ง VP of AI คนแรก มุ่งสู่ AI-Driven Company

LMWN ตั้ง 'ดร.ต้า' นั่ง VP of AI คนแรก เดินหน้าปั้นองค์กรสู่ AI-Driven Company

LINE MAN Wongnai (LMWN) ผู้นำแพลตฟอร์มออนดีมานด์และข้อมูลร้านอาหารของไทย สร้างความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญด้วยการประกาศแต่งตั้ง ดร.วิโรจน์ จิรพัฒนกุล หรือ “ดร.ต้า” อดีตนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientist) จาก Facebook และผู้ได้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล เข้าดำรงตำแหน่ง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านปัญญาประดิษฐ์ (Vice President of AI) คนแรกของบริษัทอย่างเป็นทางการ ถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญตามแผนยุทธศาสตร์ที่มุ่งเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่การเป็น บริษัทที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI-Driven Company) อย่างเต็มรูปแบบ โดยเตรียมระดมทีมเทคโนโลยีชาวไทยกว่า 30 ชีวิต เข้ามายกระดับประสิทธิภาพแพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานกว่า 10 ล้านคน เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่งให้กับประเทศไทย

ดึงตัวจริงวงการ Data เสริมทัพแกร่ง

สำหรับประวัติของแม่ทัพด้าน AI คนใหม่ ดร.วิโรจน์ จิรพัฒนกุล ถือเป็นบุคลากรคุณภาพระดับแนวหน้าของไทย โดยเป็นหนึ่งในผู้ได้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล (Anandamahidol Foundation Scholar) จบการศึกษาระดับปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนจะเดินทางไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทและปริญญาเอกที่สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (Massachusetts Institute of Technology หรือ MIT) สหรัฐอเมริกา ในสาขาการวิจัยดำเนินงาน (Operations Research) ซึ่งเน้นการใช้คณิตศาสตร์ขั้นสูงในการแก้ไขปัญหาทางธุรกิจ ภายหลังจบการศึกษาได้เข้าทำงานที่สำนักงานใหญ่ของ Facebook ทันที ก่อนจะนำประสบการณ์ทำงานในต่างแดนกลับมาพัฒนาประเทศไทย ด้วยการร่วมก่อตั้ง Skooldio เพื่อสร้างกลไกขับเคลื่อนทักษะด้านเทคโนโลยีให้กับภาคธุรกิจไทยผ่านรูปแบบการศึกษาระดับมืออาชีพ (Professional Education)

ยอด ชินสุภัคกุล เปิดเผยถึงเบื้องหลังการแต่งตั้งครั้งนี้ว่า ได้ใช้เวลาทาบทามดร.วิโรจน์ นานเกือบ 1 ปี เนื่องจากเล็งเห็นว่าบุคลากรที่มีทักษะด้าน AI ในระดับที่ใช้งานได้จริงนั้นมีจำนวนน้อยมากในประเทศไทย ซึ่งดร.วิโรจน์ ถือเป็นตัวจริงในวงการ ทั้งในฐานะผู้เรียนและผู้สอน โดยก่อนหน้านี้ดร.วิโรจน์ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการวางรากฐานและจัดกิจกรรม “AI Hackathon” ให้กับบริษัท ซึ่งช่วยสร้างความตื่นตัวในการใช้งาน AI ภายในองค์กร

ก่อนจะมาเป็น Wongnai …

ภารกิจ “Supercharge” องค์กรด้วยทีมคนไทย

ในบทบาทหน้าที่ใหม่ ดร.วิโรจน์ จะรับหน้าที่นำทีม AI และนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientists) ชาวไทยกว่า 30 คน เข้ามาเร่งศักยภาพการทำงาน (Supercharge) ในทุกภาคส่วนของ LMWN ตั้งแต่การยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้งาน (User Experience) ไปจนถึงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบหลังบ้านเพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม โดยอาศัยความได้เปรียบของแพลตฟอร์ม LMWN ที่มีฐานผู้ใช้งานกว่า 10 ล้านคนและมีปริมาณธุรกรรมมหาศาลในทุกวัน เป็นพื้นที่ในการสร้างนวัตกรรมที่จับต้องได้

ยอด ชินสุภัคกุล เผย 3 ขั้นใช้ AI พลิกโฉม LINE MAN Wongnai

จากวิทยานิพนธ์ MIT สู่สนามจริง

ด้าน ดร.วิโรจน์ จิรพัฒนกุล กล่าวถึงแรงบันดาลใจในการร่วมงานครั้งนี้ว่า ต้องการต่อยอดภารกิจในการสร้างผลกระทบเชิงบวก (Impact) ให้กับประเทศ โดยชี้ให้เห็นประเด็นสำคัญว่า ในปัจจุบันแอปพลิเคชันที่คนไทยใช้งานในชีวิตประจำวันแทบทั้งหมดเป็นของต่างชาติ จึงมีความตั้งใจที่จะพาบุคลากรด้านเทคโนโลยี (Tech Talent) มาช่วยกันสร้าง “โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล” (Digital Infrastructure) ที่ดีให้กับประเทศไทย

ดร.วิโรจน์ ขยายความว่า ข้อมูล (Data) และ AI คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้ระบบมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะนำไปสู่การอำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคได้ในราคาที่คุ้มค่า โดยไม่เบียดเบียนพาร์ทเนอร์คนขับ (Riders) และช่วยให้ผู้ประกอบการร้านอาหาร (SMEs) สามารถทำธุรกิจได้ดีขึ้นและมีกำไรมากขึ้น

นอกจากนี้ ดร.วิโรจน์ ยังเปิดเผยถึงความเชื่อมโยงที่น่าสนใจระหว่างประสบการณ์ทางวิชาการกับธุรกิจของ LMWN ว่า สมัยเรียนปริญญาเอกที่ MIT ได้ทำวิทยานิพนธ์เรื่อง “Large-scale analytics and optimization in urban transportation” หรือการวิเคราะห์และปรับปรุงประสิทธิภาพขนาดใหญ่ในการขนส่งในเมือง ซึ่งสอดคล้องโดยตรงกับธุรกิจจัดส่งอาหารและคนของ LMWN ประกอบกับประสบการณ์ทำงานที่ Facebook ด้านระบบโฆษณา (Ads) และฟีดข่าว (News Feed) ก็สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับงานด้านการนำเสนอข้อมูลเฉพาะบุคคล (Personalization) และระบบแนะนำ (Recommendation) ที่บริษัทกำลังขยายตัวอยู่ได้ทันที

Skooldio โฟกัส Life-Long Learning เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตผู้คน

สู่โหมด “Builder” สร้างองค์ความรู้ต้นแบบ

ในมุมมองส่วนตัว ดร.วิโรจน์ ระบุว่านี่คือจังหวะเวลาที่เหมาะสมในการกลับเข้าสู่โหมด “ผู้สร้าง” (Builder) อีกครั้ง เพื่อสร้าง “ภูมิปัญญาต้นแบบ” (Original Wisdom) จากการลงมือทำจริง แทนที่จะเป็นเพียงผู้สอนที่อ่านหรือฟังมาจากผู้อื่น ท่ามกลางยุคสมัยที่ AI กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าธุรกิจอย่างรวดเร็วเกินกว่าจินตนาการ

ในส่วนของบทบาทที่ Skooldio ดร.วิโรจน์ ระบุว่าจะเปลี่ยนบทบาทจากกรรมการผู้จัดการ (Managing Director) ไปเป็นประธานบริหาร (President) เพื่อดูภาพรวม วางกลยุทธ์ และเปิดโอกาสให้ทีมงานได้เติบโต โดยเชื่อว่าการเข้าไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์เรื่อง AI จากหน้างานจริงที่ LMWN จะช่วยให้สามารถกำหนดทิศทางหลักสูตรและผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ของ Skooldio ได้ดียิ่งขึ้น

ทั้งนี้ แนวทางการทำงานจะสอดคล้องกับผลลัพธ์จากโครงการ AI Hackathon ที่ผ่านมา ซึ่งแบ่งระดับการใช้ AI ออกเป็น 3 ขั้น ได้แก่ Use Less หรือการใช้ AI เพื่อลดการใช้ทรัพยากรในกระบวนการทำงานที่ซ้ำซ้อน Achieve More หรือการใช้ AI ขยายขีดความสามารถในการทำงาน และขั้นสูงสุดคือ Spark Joy หรือการใช้ AI สร้างประสบการณ์ใหม่ที่น่าประทับใจให้กับผู้ใช้งาน ซึ่ง คุณยอด ได้ย้ำทิ้งท้ายว่า การเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีสู่ยุค AI กำลังเกิดขึ้นทันที และความเสี่ยงที่สุดสำหรับองค์กรธุรกิจในปัจจุบันคือการไม่ทำอะไรเลย โดย LMWN พร้อมที่จะใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน เทียบชั้นกับคู่แข่งในระดับนานาชาติต่อไป

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar