Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

Gulf Edge ผนึก Google Cloud รุกตลาด Sovereign–Agentic AI

Gulf Edge ผนึก Google Cloud รุกตลาด Sovereign–Agentic AI

บริษัท กัลฟ์ เอ็ดจ์ จำกัด (Gulf Edge) ในเครือกลุ่มบริษัทกัลฟ์ ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Google Cloud เพื่อขับเคลื่อนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในภาคธุรกิจไทย โดยมุ่งส่งมอบบริการ Sovereign AI และ Agentic AI ควบคู่กับการจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้านข้อมูลและ AI (Center of Excellence: CoE) เพื่อยกระดับขีดความสามารถด้านดิจิทัลในระดับประเทศ

ความร่วมมือดังกล่าวต่อยอดจากการขยายการเข้าถึงบริการ Google Distributed Cloud (GDC) แบบ Air-gapped ภายในประเทศ โดยผสานโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของ Gulf Edge เข้ากับโครงข่ายของ AIS และเทคโนโลยีคลาวด์และ AI ของ Google Cloud เพื่อสนับสนุนให้องค์กรในอุตสาหกรรมต่างๆ สามารถพัฒนาและใช้งานนวัตกรรมผ่านคลาวด์และ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้แนวคิดการให้บริการ Sovereign AI ที่คำนึงถึงความปลอดภัยและอธิปไตยทางข้อมูล

สารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งผลักดันการนำเทคโนโลยี Sovereign Cloud และ Agentic AI มาประยุกต์ใช้ภายในกลุ่มบริษัทกัลฟ์และบริษัทในเครือ รวมถึงการพัฒนาบุคลากรด้านดิจิทัล และการขยายโอกาสทางธุรกิจให้สอดคล้องกับทิศทางเทคโนโลยี AI ในระดับโลก

หัวใจสำคัญของความร่วมมือระหว่าง Gulf Edge และ Google Cloud โดยมี AIS เป็นองค์กรต้นแบบและพันธมิตรในระบบนิเวศ คือการพัฒนาแพลตฟอร์ม Agentic AI ที่สามารถรวบรวมและบูรณาการข้อมูลด้านเครือข่ายและการดำเนินงานจำนวนมาก เช่น ข้อมูลประสิทธิภาพเครือข่ายแบบเรียลไทม์ และข้อมูลความต้องการของลูกค้า เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนา AI Agents ผ่าน Gemini Enterprise ซึ่งสามารถสนับสนุนการวิเคราะห์และการแก้ปัญหาทางธุรกิจที่มีความซับซ้อน

AIS ได้นำ AI Models และโซลูชันคลาวด์ของ Google มาใช้ในช่องทางบริการต่างๆ เช่น แอปพลิเคชัน myAIS และศูนย์บริการลูกค้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ รวมถึงการใช้เครื่องมือดิจิทัลเพื่อสนับสนุนการทำงานของพนักงาน โดยช่วยลดภาระงานประจำและเพิ่มความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน

เร่งสร้างนวัตกรรมทั่วประเทศด้วย Sovereign AI และ Agentic AI

ความร่วมมือที่ขยายขอบเขตขึ้นในครั้งนี้ Gulf Edge จะทำหน้าที่เป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านการนำเทคโนโลยีออกสู่ตลาด (Go-to-market partner) เพื่อผลักดันการใช้งาน Agentic AI ระดับองค์กร เช่น Gemini Enterprise และการให้บริการ Sovereign Cloud ที่รองรับข้อกำหนดด้านการจัดเก็บข้อมูลภายในประเทศ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่มีกฎระเบียบด้านข้อมูลอย่างเข้มงวด

ขณะเดียวกัน ทั้งสองบริษัทยังมีแผนจัดตั้ง Center of Excellence (CoE) ด้านการวิเคราะห์ข้อมูลและ AI เพื่อสร้างความเชี่ยวชาญทางเทคนิคเชิงลึกและการนำไปปรับใช้งานจริงภายใน Gulf Edge โดยศูนย์แห่งนี้จะพัฒนาต้นแบบนวัตกรรม (Innovation Blueprints) เฉพาะทางสำหรับแต่ละอุตสาหกรรม เช่น ธุรกิจค้าปลีก การเงิน และการผลิต ซึ่งจะเป็นโครงร่างทางเทคโนโลยีที่มีความปลอดภัยสูงบนระบบของ Google Cloud เพื่อรองรับโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ การยกระดับทักษะผู้เชี่ยวชาญในศูนย์ความเป็นเลิศนี้จะเปรียบเสมือนฟันเฟืองสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) โดยเริ่มจากกลุ่มบริษัทกัลฟ์ ก่อนจะขยายผลไปสู่การส่งเสริมการใช้งาน AI ในวงกว้างแก่องค์กรทุกขนาดทั่วประเทศไทย

คาร์ธิก นาเรน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์และธุรกิจ Google Cloud ระบุว่า “AI คือโอกาสครั้งสำคัญที่สุดแห่งยุคที่จะพลิกโฉมทั้งวิธีการทำงาน การดำเนินธุรกิจ รวมไปถึงการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า โดย Google Cloud มุ่งสนับสนุนให้องค์กรในประเทศไทยสามารถนำ AI ไปปรับใช้เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ และรองรับความท้าทายด้านดิจิทัลที่ซับซ้อนมากขึ้น”

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

Google Cloud เปิด Cloud Region ไทยขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล 1.4 ล้านล้าน

ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์: เมื่อ AI ไม่ใช่ ‘ทางเลือก’ แต่คือ ‘ทางรอด’ เศรษฐกิจไทย

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar