Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

ศุภาลัยชู 4 กลยุทธ์ Driven สยายปีกคลังสินค้า-รุกตลาดโลก

ศุภาลัยชู 4 กลยุทธ์ Driven สยายปีกคลังสินค้า-รุกตลาดโลก

ในยุคที่เศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญความไม่แน่นอนจากปัจจัยรุมเร้า ทั้งปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ทรงตัวในระดับสูง ความเข้มงวดของสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อ และตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่หดตัวลงอย่างเห็นได้ชัด จนหลายฝ่ายมองว่าปี 2569 คือช่วงเวลาที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ต้องถอยเพื่อตั้งรับอย่างระมัดระวัง แต่สำหรับ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กลับเลือกที่จะนิยามทิศทางธุรกิจปีนี้ภายใต้แนวคิด “Driven for Tomorrow” ขับเคลื่อนองค์กรใน 4 มิติหลัก คือ การเติบโต การขยายฐานสู่ต่างประเทศ การบริหารงานด้วยข้อมูล และการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อแสวงหาโอกาสใหม่ในอุตสาหกรรมที่กำลังผ่านพ้นจุดต่ำสุด

แปร ‘โจทย์ยาก’ เป็นโอกาส

ดร.ประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) วิเคราะห์เศรษฐกิจปี 2569 ไว้อย่างน่าสนใจว่า แม้จะเป็นปีแห่ง “โจทย์ยาก” ที่เต็มไปด้วยความท้าทาย แต่กลับเป็นโอกาสในการพิสูจน์ศักยภาพ และยังถือว่าห่างไกลจากคำว่าวิกฤติหากเทียบกับปี 2540

“ในยุคก่อนต้มยำกุ้ง ดอกเบี้ย MLR สูงถึง 13% พอเจอวิกฤติต้มยำกุ้ง ดอกเบี้ยขึ้นไปถึง 27-28% แต่ในวันนี้อัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่เพียง 1.25% เท่านั้น” คุณประทีปอธิบายให้เห็นภาพความแตกต่าง และยังชี้ว่าปัจจัยบวกอย่างเงินเฟ้อที่ติดลบในปีก่อนที่ -0.1% และคาดว่าจะอยู่ที่ 0.3% ในปีนี้ รวมถึงต้นทุนก่อสร้างที่ไม่สูงเนื่องจากการแข่งขันในตลาดวัสดุ ทำให้ธุรกิจอสังหาฯ ยังมีช่องทางเติบโต

ศุภาลัยจึงตั้งเป้ายอดขายรวมในปี 2569 อยู่ที่ 45,000 ล้านบาท โดยสัดส่วนสำคัญมาจากประเทศไทย 30,000 ล้านบาท และอีก 15,000 ล้านบาทจากประเทศออสเตรเลีย ขณะที่ตั้งเป้ารายได้รวมจาก 2 ประเทศไว้ที่ 37,500 ล้านบาท โดยมาจากไทย 27,000 ล้านบาท และออสเตรเลีย 10,500 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเกือบ 30% ของพอร์ตโฟลิโอรวม

“สุดท้ายลูกค้าตัดสินใจจากความมั่นใจ” คุณประทีปกล่าว พร้อมย้ำว่าบริษัทฯ จะยืนบน 3 เสาหลัก ได้แก่ คุณภาพสินค้า มาตรฐานก่อสร้าง และบริการหลังการขายที่เข้าถึงง่าย เพื่อให้ลูกค้ารู้สึก “สบายใจ” ตั้งแต่ตัดสินใจซื้อ “มั่นใจ” เมื่อเข้าอยู่ และบอกต่อได้จริง

ในขณะที่ตลาดอสังหาฯ ในช่วงเศรษฐกิจไม่ดี ยอดขายหดตัวเหลือเพียง 50,000 ยูนิตในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล จากเดิมที่เคยสูงถึง 100,000 ยูนิต คุณประทีปเสนอแนะให้รัฐบาลใหม่กระตุ้นภาคอสังหาฯ ผ่านการลดค่าธรรมเนียมการโอน ลดภาษีธุรกิจเฉพาะ และมีมาตรการจูงใจชาวต่างชาติ เพื่อดึงดูดกำลังซื้อและกระตุ้น GDP อย่างรวดเร็ว เนื่องจากอุตสาหกรรมนี้ใช้ทรัพยากรและแรงงานในประเทศเกือบ 100%

Growth Driven: เติบโตผ่านนวัตกรรมและทำเลศักยภาพ

ด้าน ไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า หลังจากตลาดอสังหาฯ หดตัวลงอย่างมากในปี 2568 จนเชื่อว่าถึงจุดต่ำสุดแล้ว การวางแผนในปี 2569 จึงเน้นไปที่การกระจายความเสี่ยงและเจาะกลุ่มกำลังซื้อจริง โดยเตรียมเปิดตัว 28 โครงการใหม่แบ่งเป็นโครงการ Low Rise 23 โครงการ และคอนโดมิเนียมสูง 5 โครงการ มูลค่ารวม 35,000 ล้านบาท โดยมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าบ้านระดับราคา 4-8 ล้านบาท ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากภาวะหนี้ครัวเรือนน้อยกว่ากลุ่มระดับราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท และมีอัตราการถูกปฏิเสธสินเชื่อที่ต่ำกว่า

บริษัทฯ ยังมีการขยายโครงการไปยังทำเลศักยภาพใหม่ ๆ เช่น จังหวัดสุพรรณบุรี และเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อดึงดูดทั้งดีมานด์ในท้องถิ่นและกลุ่มที่มองหาบ้านพักตากอากาศ

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้นำนวัตกรรมแพลตฟอร์มอัจฉริยะที่รวบรวมทุกธนาคารไว้ในที่เดียว ช่วยให้ลูกค้าสามารถยื่นกู้ผ่านระบบออนไลน์และติดตามสถานะได้ทันที ผลลัพธ์คือกระบวนการอนุมัติสินเชื่อที่เร็วขึ้นถึง 46%

แตกไลน์สู่ธุรกิจคลังสินค้า

หนึ่งในการขยับตัวที่สำคัญที่สุดของศุภาลัยในปีนี้ คือการขยายฐานธุรกิจเข้าสู่ธุรกิจคลังสินค้าเพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพียงอย่างเดียว

ศุภาลัยได้ร่วมทุนกับ AU Group บริษัทสัญชาติจีนแต่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง และกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ในยูโรเปี้ยนฟู้ด ตั้งบริษัทชื่อ เอสอีเอ เอสเตท จำกัด เพื่อพัฒนาโครงการคลังสินค้าบนพื้นที่กว่า 200 ไร่ ในอำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี มูลค่าโครงการรวมที่ดินประมาณ 1,600 ล้านบาท

โดยเน้นลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมผลิตเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องการใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกไปสหรัฐอเมริกา เนื่องจากมีความได้เปรียบด้านต้นทุนและฐานภาษีมากกว่าการส่งออกจากประเทศจีน ปัจจุบันมียอดจองพื้นที่ล่วงหน้าแล้ว 100% จากเครือข่ายพันธมิตรฝั่งจีน โดยจะเริ่มก่อสร้างในเดือนกุมภาพันธ์ 2569

ธุรกิจใหม่นี้จะเข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับรายได้จากธุรกิจให้เช่าออฟฟิศ ร้านค้า และโรงแรม ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 1,000 ล้านบาทต่อปี

Global Driven: ขยายฐานสู่ต่างประเทศ

ประศาสน์ ตั้งมติธรรม Director of Supalai Australia Holdings Pty Ltd 
ประศาสน์ ตั้งมติธรรม Director of Supalai Australia Holdings Pty Ltd 

สำหรับมิติ Global Driven เน้นการกระจายความเสี่ยงผ่านตลาดออสเตรเลีย ซึ่งเติบโตอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มโครงการแรกเมื่อ 12 ปีที่แล้ว

ประศาสน์ ตั้งมติธรรม Director of Supalai Australia Holdings Pty Ltd เปิดเผยว่า ในปี 2569 จะเปิดโครงการใหม่ 1 แห่งในเมลเบิร์น ทำให้มีโครงการรวม 25 โครงการ ใน 4 รัฐ 6 เมือง มูลค่ารวมกว่า 176,500 ล้านบาท โดยได้รับปัจจัยหนุนสำคัญจากนโยบายรัฐบาลออสเตรเลียที่ช่วยเหลือผู้ซื้อบ้าน ส่งผลให้ยอดขายปีก่อนเติบโต 370%

Data Driven: ขับเคลื่อนองค์กรด้วยข้อมูล

มงคล นิตะโคตร Director of Digital Technology
มงคล นิตะโคตร Director of Digital Technology

ในมิติ Data Driven ศุภาลัยก้าวสู่การเป็นองค์กร Data Drivenผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลเข้าสู่ “The Data Frontier”หรือศูนย์กลางข้อมูลขององค์กรที่ช่วยให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ได้ภายใน 1 วัน ซึ่งมงคล นิตะโคตร Director of Digital Technology กล่าวว่า แพลตฟอร์มนี้เชื่อมโยงข้อมูลทุกหน่วยงาน ลดงานซ้ำซ้อน และเพิ่มความคล่องตัว

นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาแอปพลิเคชัน “SABAI” ที่เตรียมเพิ่มฟีเจอร์ใหม่กว่า 35 ฟีเจอร์ รวมถึง Marketplace ร่วมกับพันธมิตรกว่า 20 ราย เพื่อให้ลูกบ้านช้อปปิ้งของตกแต่งบ้านผ่านมือถือ พร้อมขยาย “Smart Village” ในกว่า 30 โครงการ ซึ่งรวมระบบ AI Security, Smart Gardening และ Smart Power เพื่อจัดการพลังงานอัจฉริยะ

Sustainability Driven: มุ่งสู่อนาคตที่ยั่งยืน

ปิดท้ายด้วยมิติ Sustainability Driven กิตติพงษ์ ศิริลักษณ์ตระกูล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เน้นกลยุทธ์ “Building from Inside Out” ที่ปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรให้คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม โดยดำเนินงานด้านความยั่งยืนผ่าน 5 แนวทางหลัก ได้แก่ การออกแบบโครงการให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมและสภาพอากาศตั้งแต่ต้นทาง (Comprehensive Design), การจัดการของเสีย (Waste Management) พลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy) การเลือกใช้วัสดุอย่างรับผิดชอบ และการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ควบคู่แผนระยะยาวด้าน Green Operations และการใช้พลังงานสะอาด โดยวางโรดแมป สู่ปี 2573 เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และมุ่งสู่การเป็นองค์กรที่เป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2593 (ขอบเขต 1 และ 2) เพื่อเสริมความแข็งแรงของธุรกิจและสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

อายิโนะโมะโต๊ะ ผนึก LINE MAN-Painterbell ชู ‘Eating’ กินอร่อยฮีลใจ

IHG ย้ำเชื่อมั่นศักยภาพไทย เตรียมเปิดเพิ่ม 39 แห่งใน 5 ปี รับ 36 ล้านนักเดินทาง

×

Share

ผู้เขียน

Jintana Panyaarvudh Avatar