ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK บริษัทที่ปรึกษาชั้นนำด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) ได้ประกาศทิศทางการดำเนินงานประจำปี 2026 โดยปักธงนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรและสร้างการเติบโต มั่นใจว่าจะสามารถสร้างผลประกอบการทำสถิติสูงสุดใหม่ (All Time High) ได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดเผยแผนปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่เพื่อเตรียมนำบริษัทย่อยเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า
พชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK เปิดเผยในงาน BBIK Outlook 2026: Navigating the Next Wave of Enterprise Tech ว่า ปัจจุบันบลูบิคดำเนินธุรกิจเข้าสู่ปีที่ 13 มีบุคลากรผู้เชี่ยวชาญกว่า 1,000 คน และมีสำนักงานครอบคลุม 4 ประเทศ ได้แก่ ไทย ฟิลิปปินส์ อินเดีย และเวียดนาม
ปี 2026 จะเป็นช่วงเวลาสำคัญ (Critical Period) ที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะเข้ามามีบทบาทเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ แม้เศรษฐกิจภาพรวมจะยังมีความไม่แน่นอน แต่บริษัทฯ ยังคงตั้งเป้าหมายสร้างการเติบโตทั้งรายได้และกำไร บริษัทวางแผนการลงทุนงบประมาณกว่า 100 ล้านบาทสำหรับการพัฒนาระบบและจัดซื้อเครื่องมือภายใน (Internal Tools) รวมถึงให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนา (Research & Development) เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่รองรับความต้องการของตลาด
เกาะติดสถานะ AI องค์กรไทยเน้นผลลัพธ์ระยะสั้น-แก้โจทย์ความคุ้มค่า
จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารระดับสูงในองค์กรขนาดใหญ่กว่า 100 ราย พบตัวเลขที่มีนัยสำคัญว่า ปัจจุบันร้อยละ 97 ขององค์กรได้เริ่มนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้งานแล้ว อย่างไรก็ตาม การใช้งานส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในระดับเริ่มต้นหรือการพิสูจน์แนวคิด (Proof of Concept) โดยมีเพียงไม่ถึงร้อยละ 50 เท่านั้นที่มีการขยายผลการใช้งานครอบคลุมหลายกรณีทางธุรกิจ
ปัจจัยหลักที่ทำให้การขยายผลยังไม่เกิดขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ เกิดจากความกังวลเรื่องความคุ้มค่าจากการลงทุน (ROI) ส่งผลให้กรณีการใช้งาน (Use Case) กว่าร้อยละ 80 มุ่งเน้นไปที่วัตถุประสงค์ด้านการลดต้นทุน (Cost Saving) เช่น การลดระยะเวลาทำงานหรือลดจำนวนบุคลากร ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่สามารถวัดมูลค่าเป็นตัวเงินได้ชัดเจน ในทางตรงกันข้าม การนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้เพื่อสร้างรายได้ยังมีสัดส่วนน้อย เนื่องจากมีความไม่แน่นอนสูง ประกอบกับต้นทุนค่าใช้จ่ายของโมเดลภาษา (Language Model) หรือ Token Cost ที่อาจปรับตัวสูงขึ้นหากไม่มีการวางแผนบริหารจัดการที่ดี
คุณพชร กล่าวว่าความสำเร็จของการใช้งานปัญญาประดิษฐ์โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มปัญญาประดิษฐ์เพื่อการคาดการณ์ (Predictive Intelligence) ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในขณะนี้ โดยมีการนำการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) มาวิเคราะห์รูปแบบข้อมูล (Pattern) เพื่อพยากรณ์ความต้องการตลาดและการบริหารห่วงโซ่อุปทาน
ถัดมา คือ กลุ่มปัญญาประดิษฐ์แบบตัวแทน (Agentic AI) ที่แม้จะเริ่มมีการใช้งานแต่ยังต้องอาศัยมนุษย์ในกระบวนการตรวจสอบ (Human in the loop) เพื่อความถูกต้องแม่นยำ และสุดท้ายคือ กลุ่มระบบตอบรับอัตโนมัติ (Voice Bot) ซึ่งมีแนวโน้มจะมีบทบาทมากขึ้นในงานโต้ตอบลูกค้าและงานขายทางโทรศัพท์ (Telesales) จากปัจจัยหนุนด้านต้นทุนเทคโนโลยีที่ลดต่ำลง
ปูพรม 3 กลยุทธ์หลักผนึกพันธมิตรโลกมุ่งสู่ผู้นำ Digital Transformation
สำหรับแผนยุทธศาสตร์ปี 2569 บลูบิคได้วางกรอบการดำเนินงานไว้ 3 ด้านหลัก เพื่อขับเคลื่อนความสำเร็จร่วมกับลูกค้า เริ่มจาก กลยุทธ์การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลูกค้า (Customer Value Creation) ในช่วงเวลาที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์สร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยบริษัทฯ จะทำหน้าที่เป็นทั้งผู้สนับสนุน (Enabler) และตัวเร่ง (Accelerator) ช่วยให้ลูกค้าปลดล็อกศักยภาพทางธุรกิจ (Unlock Opportunity) ผ่านบริการ 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่
การยกระดับประสบการณ์ลูกค้า (Customer Experience) ที่นำปัญญาประดิษฐ์มาสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้บริโภคควบคู่กับการใช้มนุษย์ตรวจสอบความถูกต้องเพื่อป้องกันความผิดพลาด
การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน (Operation Excellence) ด้วยโซลูชันดิจิทัลแบบครบวงจร (End-to-End) ที่นำ Agentic AI มาช่วยปรับปรุงขั้นตอนการทำงานและขจัดคอขวด (Bottleneck)
และสุดท้ายคือ การบริหารจัดการความเสี่ยง (Risk Management) ที่ใช้เทคโนโลยีเสริมความแข็งแกร่งด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) เพื่อรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ทั้งสแกมเมอร์และการฉ้อโกง (Fraud)
กลยุทธ์ที่สองคือ การสร้างความแข็งแกร่งภายในองค์กร (Operational Excellence) บริษัทฯ มุ่งเน้นการนำปัญญาประดิษฐ์มาประยุกต์ใช้ในทุกส่วนงาน ทั้งทีมพัฒนาเทคโนโลยีและงานสนับสนุน เพื่อลดความผิดพลาดและเพิ่มประสิทธิภาพ โดยสามารถปรับปรุงอัตราการใช้ทรัพยากรบุคคล (Utilization Rate) จากเดิมที่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ให้ขึ้นมาอยู่ที่ระดับประมาณร้อยละ 65 พร้อมตั้งเป้าหมายกลับสู่มาตรฐานเดิมที่ร้อยละ 70 ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะบุคลากร (Talent Development) โดยเฉพาะการเปลี่ยนบทบาทจากผู้สร้างสู่การเป็นผู้ตรวจสอบและควบคุมคุณภาพงานที่ทำโดยปัญญาประดิษฐ์
กลยุทธ์สุดท้ายคือ การขยายธุรกิจเชิงกลยุทธ์ (Strategic Expansion) บลูบิคยังคงทำงานร่วมกับพันธมิตรด้านเทคโนโลยีระดับโลก อาทิ Microsoft, Amazon และ SAP รวมถึงต่อยอดความสำเร็จจากโมเดลการร่วมทุน (Joint Venture) ที่ผ่านมาอย่าง Orbit Digital และความร่วมมือกับ The Standard ในด้านการพัฒนาบุคลากร โดยในปีนี้จะเน้นโมเดลการขยายธุรกิจ 2 รูปแบบ คือ การสร้างโรงงานดิจิทัล (Digital Factory) ร่วมกับองค์กรขนาดใหญ่ และการจับมือพันธมิตรเพื่อเข้าสู่ธุรกิจใหม่ (New Business)
โชว์ Backlog พันล้านบาทแจงปมรายได้ประจำลดลงเป็นเพียงผลทางบัญชี
ในมิติด้านความมั่นคงทางการเงิน คุณพชร แสดงความเชื่อมั่นว่าผลประกอบการในปีนี้จะสามารถสร้างสถิติสูงสุดใหม่ (All Time High) ได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ (Growth Driver) ที่เปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่เน้นงานด้านการปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ (Business Transformation) มาสู่งานภาคปฏิบัติที่ถูกจุดชนวนด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่งานพัฒนาแอปพลิเคชัน การเชื่อมต่อระบบ (API) การจัดทำพอร์ทัล (Portal) ไปจนถึงงานด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security)
สำหรับมูลค่างานในมือที่รอรับรู้รายได้ (Backlog) ณ สิ้นไตรมาส 3 ที่ผ่านมา มีมูลค่ารวมกว่า 1,000 ล้านบาท (เมื่อรวมกับบริษัทร่วมทุน) โดยคาดว่าจะสามารถทยอยรับรู้เป็นรายได้ประมาณร้อยละ 70 ภายในระยะเวลา 12 เดือนข้างหน้า ซึ่งสะท้อนถึงเสถียรภาพของกระแสเงินสดในอนาคต
ส่วนประเด็นที่สัดส่วนรายได้ประจำ (Recurring Income) ปรับตัวลดลงจากร้อยละ 50 เหลือร้อยละ 40 นั้น คุณพชร ชี้แจงว่า ตัวเลขที่ลดลงเป็นเพียงผลกระทบทางบัญชีจากการปรับโครงสร้างภายในองค์กร เนื่องจากการโอนย้ายพนักงานบางส่วนไปสังกัดบริษัทร่วมทุน (Joint Venture) ทำให้รายได้จากการเรียกเก็บค่าบริการระหว่างกัน (Intercompany Charge) หายไปจากงบการเงินรวม แต่ในความเป็นจริง รายได้และกำไรจากส่วนงานรายได้ประจำในบริษัทร่วมทุนยังคงมีอยู่และเติบโตตามปกติ ไม่ได้หายไปจากระบบแต่อย่างใด
เบนเข็มรุกต่างประเทศรับลูก Virtual Bank และเตรียมดันบริษัทลูกเข้าตลาด
สำหรับทิศทางการขยายธุรกิจในปี 2569 หลังจากที่บริษัทมุ่งเน้นตลาดในประเทศเป็นหลักในช่วงปีที่ผ่านมา บลูบิคเตรียมกลับมารุกตลาดต่างประเทศอีกครั้งเพื่อกระจายความเสี่ยง (Diversify) โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา, ลาว, เมียนมา, เวียดนาม) เนื่องจากเล็งเห็นว่าประเทศไทยมีความได้เปรียบด้านองค์ความรู้ (Know-how) ในกลุ่มธุรกิจธนาคารและดิจิทัลที่ก้าวหน้ากว่า จึงเป็นโอกาสดีในการเข้าไปรับบทบาทที่ปรึกษาให้แก่องค์กรในประเทศเพื่อนบ้าน ควบคู่ไปกับการมองหาโอกาสควบรวมกิจการ (M&A) ซึ่งคาดว่าจะสามารถปิดดีลขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าไม่ต่ำกว่าการลงทุนครั้งสำคัญเมื่อ 3 ปีก่อนที่ระดับ 1,500 ล้านบาทได้ภายในปีนี้
คุณพชร กล่าวว่า ในส่วนของโอกาสทางธุรกิจภายในประเทศนั้นมีเทรนด์สำคัญที่จะกลายเป็นปัจจัยบวก ได้แก่ การเกิดขึ้นของธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) ภายหลังการเปิดให้ใบอนุญาตครั้งแรกในรอบกว่า 40 ปี ซึ่งถือเป็นโจทย์ที่ท้าทายและซับซ้อนสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องเร่งสร้างระบบธนาคารให้แล้วเสร็จภายใน 1-2 ปี บลูบิคจึงได้เตรียมความพร้อมของทีมงานเพื่อเข้าไปสนับสนุนลูกค้าในกลุ่มนี้
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยหนุนจากนโยบาย Cloud First Policy และการเข้ามาลงทุนสร้าง Region ในไทยของผู้ให้บริการคลาวด์ระดับโลก ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดความต้องการย้ายระบบขึ้นสู่คลาวด์ (Cloud Migration) จำนวนมาก โดยต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญทั้งด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์และโครงสร้างพื้นฐานในการวางระบบให้ถูกต้อง ไม่ใช่เพียงการย้ายข้อมูล (Lift and Shift) เพียงอย่างเดียว
ทั้งนี้ ภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า บริษัทฯ จะมีการประกาศปรับโครงสร้างองค์กร (Re-organization) ครั้งสำคัญ เพื่อจัดกลุ่มธุรกิจให้มีความชัดเจนและลดความซับซ้อน โดยจะมีการรวบรวมทีมงานด้านการบูรณาการดิจิทัล (Digital Integration) จากบริษัทลูกต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เพื่อรองรับงานด้านโครงสร้างพื้นฐานและซอฟต์แวร์ที่มีแนวโน้มขยายตัวสูงจากการมาของปัญญาประดิษฐ์ พร้อมทั้งเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการนำบริษัทย่อยเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ภายในระยะเวลา 3-5 ปีข้างหน้า เพื่อสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินและขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
ไมโครซอฟท์หนุนธรรมจารินี สร้างสะพาน AI เชื่อมครู–นักเรียน เพิ่มความรู้-ทักษะดิจิทัล
Block Mountain CNX 2026 ชูยุทธศาสตร์ดันเอเชียฮับ Web3-สินทรัพย์ดิจิทัลโลก
NT กำไรปี 68 กว่า 1.9 พันล้าน เดินหน้าปรับสู่ Neutral Infrastructure-รุกคลาวด์ภาครัฐ



