Nutriflow พลิกโศกนาฏกรรม “ลุงสำเนา” สู่แรงบันดาลใจพัฒนานวัตกรรมอาหารทางการแพทย์ เปิดตัว “Adaptive Flow” เทคโนโลยีปรับความข้นหนืดอัจฉริยะจากการวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล แก้โจทย์ใหญ่ “ภาวะกลืนลำบาก” ในผู้สูงวัย หวังเจาะตลาดมูลค่า 6.6 หมื่นล้านบาท พร้อมประกาศพันธกิจยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุไทย ลดความเสี่ยงภาวะทุพโภชนาการและการเสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยว
จากโศกนาฏกรรมเงียบสู่แรงบันดาลใจ
ภายใต้ความเงียบเชียบของบ้านหลังหนึ่ง “ลุงสำเนา” ชายชราวัย 80 ปี ใช้ชีวิตในช่วงบั้นปลายเพียงลำพัง การเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาตามธรรมชาติเมื่ออายุเพิ่มขึ้นส่งผลให้มวลกล้ามเนื้อลดลงอย่างต่อเนื่อง นำไปสู่สภาวะที่ผู้สูงอายุจำนวนมากต้องเผชิญคือภาวะการเคี้ยวและการกลืนลำบาก (Dysphagia) ร่างกายที่เคยแข็งแรงจึงค่อย ๆ ทรุดโทรมลงจากการได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ จนกระทั่งวาระสุดท้ายมาถึง ลุงสำเนาได้จากไปอย่างโดดเดี่ยวโดยที่ไม่มีบุตรหลานคนใดได้รับรู้ทันท่วงที
ข่าวการเสียชีวิตถูกส่งผ่านจากเพื่อนบ้านไปสู่ครอบครัวเมื่อสายเกินแก้ เรื่องราวของลุงสำเนาไม่ใช่เพียงโศกนาฏกรรมส่วนบุคคล แต่เป็นภาพสะท้อนวิกฤตการณ์ทางสังคมและสาธารณสุขที่ โอมรัตน์ เพ็ญสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการ Nutriflow หยิบยกขึ้นมาเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจนวัตกรรมอาหารทางการแพทย์
โอมรัตน์ชี้ให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างที่ซ่อนอยู่ในสังคมไทยว่า ประชากรไทยกว่า 87% บริโภคอาหารไม่ครบ 5 หมู่ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และภาวะทุพโภชนาการที่ปรากฏทั้งในรูปแบบของความอ้วนและการขาดสารอาหาร ปัญหาที่ซับซ้อนกว่านั้นคือ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีอยู่ในท้องตลาดส่วนใหญ่มุ่งเน้นเพียงการเติมเต็มสารอาหาร แต่ละเลยบริบททางกายภาพของผู้บริโภคที่มีปัญหากลืนลำบาก การฝืนบริโภคอาหารที่ไม่เหมาะสมกับสรีระการกลืนไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ ซ้ำร้ายยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการสำลักอาหารลงปอด ซึ่งนำไปสู่การติดเชื้อและการเสียชีวิตได้
ปฏิวัติการดูแลผู้สูงวัยด้วยนวัตกรรม ‘Adaptive Flow’

ช่องว่างทางการตลาดและปัญหาสุขภาพดังกล่าวผลักดันให้เกิดการพัฒนา “Nutriflow” ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหาร (Medical Food) ที่ผ่านการวิจัยและพัฒนาร่วมกับสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยมีความโดดเด่นอยู่ที่นวัตกรรม “Adaptive Flow” เทคโนโลยีที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาความยุ่งยากในการเตรียมอาหารสำหรับผู้ป่วยและผู้สูงอายุโดยเฉพาะ กลไกนี้ช่วยให้ผู้ดูแลหรือแม้แต่ผู้บริโภคเองสามารถปรับระดับความข้นหนืดของอาหารให้สอดคล้องกับความสามารถในการกลืนตามมาตรฐานสากล IDDSI ได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ต้องพึ่งพาสารเพิ่มความหนืด (Thicken Up) หรืออุปกรณ์พิเศษใด ๆ เพียงแค่ควบคุมปริมาณน้ำที่ใช้ผสมเท่านั้น
สูตรการผสมผสานความใส่ใจนี้เริ่มต้นง่าย ๆ หากใช้น้ำ 100 มิลลิลิตร จะได้เนื้อสัมผัสข้นคล้ายโยเกิร์ตหรือโจ๊กปั่นเหลว หากใช้น้ำ 150 มิลลิลิตร จะได้ลักษณะคล้ายซุปข้น เช่น ซุปฟักทองหรือซุปเห็ด และหากใช้น้ำ 200 มิลลิลิตร จะได้เนื้อสัมผัสเหลวคล้ายนมหรือน้ำเต้าหู้ นวัตกรรมนี้ช่วยลดภาระของผู้ดูแล (Caregiver) ที่ไม่จำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญระดับนักโภชนาการ ก็สามารถเตรียมอาหารที่ปลอดภัยและมีสารอาหารครบถ้วน 5 หมู่ให้แก่คนที่รักได้ทันที
ขุมทรัพย์ 6.6 หมื่นล้าน ในตลาด Medical Food
นอกเหนือจากฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ความปลอดภัย Nutriflow ยังให้ความสำคัญกับสุนทรียภาพในการรับประทานและสุขภาพองค์รวม โดยพัฒนาออกมาถึง 3 รสชาติ ได้แก่ ธัญพืช วานิลลา และช็อกโกแลต สูตรอาหารทั้งหมดปราศจากน้ำตาล คอเลสเตอรอล และไขมันทรานส์ ทั้งยังมีปริมาณโซเดียมและไขมันต่ำ ในมิติทางธุรกิจ Nutriflow วางตำแหน่งตัวเองเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ที่แข็งแกร่งในตลาดอาหารทางการแพทย์ของไทยที่มีมูลค่าสูงถึง 66,000 ล้านบาท โดยมีเป้าหมายท้าชิงส่วนแบ่งจากแบรนด์เจ้าตลาดต่างชาติที่ครองมูลค่าตลาดอยู่ราว 4,400 ล้านบาท
กลุ่มเป้าหมายหลักของผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทั้งกลุ่มผู้สูงอายุ (Silver Age) กลุ่มผู้ดูแล (Caregiver) และขยายผลไปยังกลุ่มผู้ที่ต้องการควบคุมหรือลดน้ำหนัก ปัจจุบันสินค้าได้รับการยอมรับและวางจำหน่ายในโรงพยาบาลชั้นนำ เช่น โรงพยาบาลรามาธิบดี และโรงพยาบาลศิริราช รวมถึงร้านขายยาหน้าโรงพยาบาลและช่องทางออนไลน์ ซึ่งความสำเร็จสะท้อนผ่านตัวเลขการเติบโตของยอดขายจากลูกค้าเดิม (Retention Rate) ที่สูงถึงร้อยละ 34 ต่อเดือน
รางวัลระดับโลกและทีมเบื้องหลังคุณภาพ
เบื้องหลังความสำเร็จนี้ขับเคลื่อนโดยทีมงานสหวิชาชีพที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ประกอบด้วย เภสัชกรจิรภัทร ผู้มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยามากว่า 10 ปี พยาบาลวิชาชีพด้านโภชนบำบัดที่มีประสบการณ์หน้างานกว่า 8 ปี ร่วมกับนักวิจัยผู้ดูแลสูตรการผลิต และได้รับการสนับสนุนด้านทรัพย์สินทางปัญญาจากสถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (iNT) มหาวิทยาลัยมหิดล คุณภาพและมาตรฐานของ Nutriflow ได้รับการการันตีผ่านเวทีประกวดระดับนานาชาติมากมาย อาทิ รางวัลเหรียญทองจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.), รางวัล Best Innovation Award จากงาน Health Tech และรางวัลรองชนะเลิศจากเวที Fi Asia (Food Ingredients Asia)
บทสรุปของการเดินทางครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการช่วงชิงส่วนแบ่งในตลาดอาหารทางการแพทย์ที่มีมูลค่ามหาศาล แต่คือภารกิจในการยกระดับมาตรฐานการดูแลผู้สูงอายุไทยให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากร
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
พลิกโฉมการแพทย์ไทยด้วย AI และพันธุกรรม สู่ยุค ‘อายุยืนอย่างมีคุณภาพ’
Future of Care: ดัน ‘ดิจิทัล’ เป็นแกนกลางสร้างความยั่งยืนให้ระบบสาธารณสุข
นักวิจัยจุฬาฯ ชูนวัตกรรม ‘เอนไซม์ลดซูโครส 65%’ ปั้น ‘ผลไม้ตกเกรด’ สู่ซูเปอร์ฟู้ดพรีไบโอติก





