ภูมิทัศน์ความยั่งยืนของภาคธุรกิจกำลังเปลี่ยนแปลงโครงสร้างครั้งสำคัญ นิยามของ “ความยั่งยืน” ที่องค์กรไทยคุ้นเคยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจัดการขยะหรือการลดคาร์บอนอีกต่อไป แต่กำลังถูกยกระดับจากความสมัครใจสู่ภาคบังคับทางกฎหมายและการเงิน พร้อมกับแรงกดดันจากความเสี่ยงโลกที่เปลี่ยนทิศทางอย่างสิ้นเชิง
อนันตชัย ยูรประถม ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยั่งยืน (SBDi) เปิดเผยในการบรรยายหัวข้อ Sustainability Trends: From Compliance to Business Resilience ว่า ปัจจัยขับเคลื่อนสามประการได้แก่ เทคโนโลยี เศรษฐกิจ และการเมือง กำลังเร่งให้ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมส่งผลกระทบต่อองค์กรธุรกิจรุนแรงขึ้น ขณะที่องค์กรหรือผู้กำกับดูแลต้องปรับตัวอย่างเท่าทัน
ความเสี่ยงโลกเปลี่ยนทิศทาง ภัยระยะยาวที่ธุรกิจไทยยังมองไม่เห็น
ข้อมูลความเสี่ยงโลกล่าสุดที่คุณอนันตชัยนำเสนอบ่งชี้ปรากฏการณ์สำคัญ ความเสี่ยงสูงสุดในระยะสั้นคือข้อมูลบิดเบือนและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งองค์กรส่วนใหญ่จดจ่ออยู่กับการรับมือในปัจจุบัน
แต่เมื่อขยับมุมมองไปอีกสิบปีข้างหน้า สภาพอากาศสุดขั้วและการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพกลายเป็นความเสี่ยงอันดับหนึ่งที่จะย้อนกลับมากระทบภาคธุรกิจผ่านห่วงโซ่อุปทานและฐานลูกค้า
ปรากฏการณ์นี้ถูกขับเคลื่อนด้วยตัวเร่งสามปัจจัย ได้แก่ เทคโนโลยีที่ทำให้ผลกระทบรุนแรงขึ้น เศรษฐกิจที่เปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค และการเมืองที่เร่งให้เกิดกฎหมายใหม่
องค์กรหรือผู้กำกับดูแลที่อยู่ตรงกลาง กำลังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมที่วิ่งเข้าหาธุรกิจด้วยความเร็วและความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นตลอดเวลา
เทรนด์ที่ 1 Impact Mitigation by Default
อนันตชัยระบุว่า การลดผลกระทบทางลบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมกำลังเปลี่ยนสถานะจากเรื่องที่ดีที่ควรทำ สู่เรื่องที่ต้องทำในฐานะค่าเริ่มต้นของการดำเนินธุรกิจ
ปี 2570: จุดเปลี่ยนมาตรฐานบัญชีไทย
IFRS S1 และ S2 คือมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่จะบังคับใช้กับบริษัทจดทะเบียนไทยในปี 2570 โดยกลุ่ม SET50 และ SET100 จะเป็นกลุ่มแรกที่ต้องปฏิบัติตาม
S1 กำหนดให้บริษัทประเมินว่าความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมส่งผลกระทบต่องบการเงินอย่างไร ส่วน S2 เน้นเฉพาะความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ
นี่ไม่ใช่การทำรายงานความยั่งยืนแยกเล่มเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมอีกต่อไป แต่คือมาตรฐานทางบัญชีที่บังคับให้ตัวเลข ESG ถูกบันทึกในงบการเงินโดยตรง ความเสี่ยงที่เคยเป็นนามธรรมจะกลายเป็นตัวเลขประมาณการหนี้สงสัยจะสูญ ค่าเผื่อความเสียหายของสินค้าคงคลัง และต้นทุนค่าเสียโอกาสจากการหยุดชะงักของกำลังการผลิต
พ.ร.บ.สิทธิมนุษยชนฉบับใหม่ ขอบเขตที่กว้างกว่าที่ธุรกิจคุ้นเคย
พระราชบัญญัติสิทธิมนุษยชนที่อยู่ระหว่างการผลักดันจะกำหนดนิยามใหม่ให้ใกล้ตัวธุรกิจมากขึ้น
อนันตชัยเน้นย้ำว่ากฎหมายนี้มิได้จำกัดอยู่เพียงชนกลุ่มน้อยตามความเข้าใจเดิม แต่ครอบคลุมสามกลุ่มหลักที่องค์กรต้องปฏิสัมพันธ์ด้วยทุกวัน ได้แก่ พนักงาน ลูกค้าหรือผู้บริโภค และชุมชน การละเมิดสิทธิในสถานประกอบการ ความปลอดภัยของผู้บริโภคที่ต่ำกว่ามาตรฐาน หรือผลกระทบต่อชุมชนรอบพื้นที่โครงการ ล้วนเข้าข่ายความผิดทางกฎหมายทั้งสิ้น
คู่ขนานไปกับกฎหมายสิทธิมนุษยชน พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภาษีคาร์บอน และพระราชบัญญัติความหลากหลายทางชีวภาพ กำลังรอคิวบังคับใช้ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
ธุรกิจที่มองว่าความยั่งยืนคือกิจกรรมเพื่อสังคมหรือการสร้างภาพลักษณ์จะพบว่าพื้นที่สมัครใจกำลังหดหายไปทุกขณะ
เทรนด์ที่ 2 Adaptation and Resilience
อนันตชัยชี้ว่าการมุ่งเน้นเพียงการลดผลกระทบไม่สามารถรับมือกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นแล้วได้
โลกได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไปถึงจุดที่ไม่อาจย้อนกลับ ภัยพิบัติจะถี่และรุนแรงขึ้น ธุรกิจที่ตั้งรับด้วยมาตรการบรรเทาอย่างเดียวจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
โจทย์ต่อไปคือการปรับตัวเพื่อความอยู่รอด และการสร้างความยืดหยุ่นให้องค์กรสามารถเติบโตต่อไปได้ท่ามกลางความผันผวน
Bet vs Win-Win กรอบตัดสินใจที่แยกให้ออกระหว่างเดิมพันกับภูมิคุ้มกัน
Win-Win คือการลงทุนที่ให้ผลประโยชน์หลายทางและคุ้มค่าไม่ว่าสถานการณ์ใดจะเกิดขึ้น ตัวอย่างเช่นการติดตั้ง Solar Cell ซึ่งช่วยลดต้นทุนพลังงานในยามปกติและเป็นระบบสำรองไฟในยามภัยพิบัติ หรือการเพิ่มประสิทธิภาพเชื้อเพลิงที่ลดทั้งค่าใช้จ่ายและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก กรณีเหล่านี้ควรดำเนินการทันทีโดยไม่ต้องรอให้วิกฤตมาถึง
Bet คือการลงทุนที่มีลักษณะเดิมพันกับความเสี่ยงซึ่งต้องชั่งน้ำหนักอย่างรอบคอบ เช่นการตัดสินใจตั้งโรงงานในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม หากเลือกคงที่ตั้งเดิมต้องลงทุนสร้างพนังกั้นน้ำ หรือหากตัดสินใจย้ายหนีก็เป็นต้นทุนมหาศาล ธุรกิจต้องประเมินให้ออกว่าต้นทุนใดคือการเดิมพันกับความเสี่ยงที่อาจสูญเปล่า และต้นทุนใดคือการสร้างภูมิคุ้มกันที่ให้ผลตอบแทนระยะยาว
กรณีศึกษาหาดใหญ่ 8 วัน ที่ลูกหนี้การค้ากลายเป็นหนี้สูญ
เหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ถูกยกเป็นกรณีศึกษาที่เชื่อมโยงภัยพิบัติทางธรรมชาติเข้ากับความเสี่ยงทางการเงินของธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม
ประเด็นสำคัญที่อนันตชัยชี้คือ ความเสียหายมิได้จำกัดอยู่ที่สินค้าคงคลังหรืออาคารสถานที่ หากแต่แผ่ขยายไปถึงลูกหนี้การค้าที่กลายเป็นหนี้สูญทันทีเมื่อชุมชนประสบอุทกภัย
ร้านค้าปลีกที่เป็นลูกค้าเงินเชื่อต้องปิดกิจการ ลูกจ้างขาดรายได้ ครอบครัวจัดสรรงบประมาณไปที่การซ่อมแซมที่อยู่อาศัย เงินทุนหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นหยุดชะงัก ความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ทั้งบุคคลและนิติบุคคลลดลงถ้วนหน้า
การประเมินความเสี่ยงสภาพภูมิอากาศจึงไม่ใช่แค่การป้องกันโรงงานหรือคลังสินค้า แต่คือการป้องกันพอร์ตลูกหนี้และกระแสเงินสดขององค์กร นี่คือเหตุผลที่ IFRS S2 กำหนดให้บริษัทต้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวในงบการเงิน
เทรนด์ที่ 3 Tech-Enabled Sustainability
คุณอนันตชัยระบุว่าเทคโนโลยีคือกุญแจสำคัญที่ทำให้ธุรกิจอยู่รอดและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันท่ามกลางความเสี่ยงที่ซับซ้อนขึ้น
บ้านน้ำพุ จังหวัดสุโขทัย เมื่อดาวเทียมและโดรนเปลี่ยนวิธีการเพาะปลูก
โครงการ Climate Smart Agriculture ที่บ้านน้ำพุเป็นตัวอย่างการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีครบวงจร ตั้งแต่ดาวเทียมที่สำรวจพื้นที่เพาะปลูก โดรนที่เก็บข้อมูลรายละเอียด ไปจนถึงข้อมูลพยากรณ์อากาศที่แม่นยำ
ข้อมูลเหล่านี้ถูกนำมาวิเคราะห์และแปรผลเป็นคำแนะนำการตัดสินใจสำหรับเกษตรกร ควรปลูกพืชชนิดใดในฤดูกาลนี้ ควรให้น้ำปริมาณเท่าใด ควรเก็บเกี่ยวเมื่อใด
การใช้ AI วิเคราะห์ผลกระทบของสภาพอากาศต่อผลผลิตทางการเกษตรอย่างอ้อยให้ความแม่นยำสูงกว่าความเชื่อหรือภูมิปัญญาดั้งเดิมที่สั่งสมมานานหลายชั่วอายุคน
Digital Health กับผู้ป่วยโรคไต การเข้าถึงบริการสุขภาพในพื้นที่ภัยพิบัติ
อีกกรณีศึกษาคือการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลด้านสุขภาพกับผู้ป่วยโรคไตในพื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติ ผู้ป่วยโรคไตระยะสุดท้ายที่ต้องล้างไตเป็นประจำเผชิญความเสี่ยงเสียชีวิตสูงเมื่อเกิดอุทกภัยหรือแผ่นดินไหว เพราะการเดินทางไปโรงพยาบาลเป็นไปได้ยากหรืออันตราย ระบบดิจิทัลเพื่อสุขภาพเข้ามาบริหารจัดการการส่งน้ำยาล้างไตถึงบ้านและการติดตามอาการผู้ป่วยทางไกล ทำให้การเข้าถึงบริการสุขภาพในภาวะวิกฤตเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
Psychology of Sustainability วิเคราะห์ความรู้สึกชุมชนก่อนลงทุน
นอกเหนือจากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีกับภาคการผลิตและสาธารณสุข คุณอนันตชัยยังกล่าวถึงการวิเคราะห์ความรู้สึกของชุมชนเพื่อประเมินความเสี่ยงในการต่อต้านโครงการ
การทำความเข้าใจพลวัตของชุมชน ความสัมพันธ์เชิงอำนาจ และประเด็นอ่อนไหวก่อนเข้าไปลงทุน ช่วยให้องค์กรได้รับ Social License หรือการยอมรับจากสังคมอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงการผ่านการรับฟังความคิดเห็นตามพิธีการ เทคโนโลยีเปลี่ยนความเชื่อให้เป็นข้อมูล และเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นการตัดสินใจที่มีหลักฐานรองรับ
3 เทรนด์ 3 โจทย์ที่ธุรกิจต้องตอบให้ได้
คุณอนันตชัยทิ้งท้ายว่าเรื่องความยั่งยืนจะไม่หายไปจากวาระขององค์กร แต่จะทวีความเข้มข้นขึ้นโดยเปลี่ยนผ่านจากความสมัครใจสู่ภาคบังคับอย่างสมบูรณ์
3 เทรนด์หลักที่ปรากฏ คือ 3 โจทย์ที่ธุรกิจต้องตอบให้ได้
โจทย์แรกคือ Impact Mitigation by Default ธุรกิจต้องยอมรับว่าการลดผลกระทบทางลบคือมาตรฐานขั้นต่ำที่หนีไม่พ้น ทั้งจากกฎหมายใหม่และมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่เชื่อมโยง ESG เข้ากับงบการเงินโดยตรง
โจทย์ที่สองคือ Adaptation and Resilience ธุรกิจต้องก้าวข้ามจากการตั้งรับไปสู่การปรับตัวเชิงรุก และสร้างความยืดหยุ่นให้องค์กร พร้อมประเมินความเสี่ยงทั้งทางกายภาพและความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่าน โดยใช้กรอบ Bet vs Win-Win ประกอบการตัดสินใจลงทุน
โจทย์ที่สาม คือ Tech-Enabled Sustainability ธุรกิจต้องใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือหลักในการวิเคราะห์ความเสี่ยง ค้นหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
ผู้ที่อยู่รอดในภูมิทัศน์ความยั่งยืนที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาคือองค์กรที่เลิกมองว่าความยั่งยืนคือกิจกรรมเพื่อสังคม หรือภาระต้นทุนที่ต้องแบกรับ แต่คือองค์กรที่เข้าใจว่าความเสี่ยงจากสภาพอากาศสุดขั้วคือความเสี่ยงทางการเงินที่วัดค่าได้ การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพคือการสูญเสียวัตถุดิบในห่วงโซ่อุปทาน และความขัดแย้งกับชุมชนคือต้นทุนค่าเสียโอกาสที่ประเมินราคาไม่ได้
แปดวันที่บริษัทวัสดุก่อสร้างแห่งหนึ่งต้องการเพื่อลดความเสียหายในเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ อาจเป็นระยะเวลาที่สั้นเกินไปสำหรับองค์กรที่เพิ่งเริ่มต้นเดินทางบนเส้นทางนี้ แต่สำหรับธุรกิจที่เตรียมพร้อมแล้ว ภูมิทัศน์ความยั่งยืนที่เปลี่ยนไปคือโอกาส ไม่ใช่ภาระ
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
3 หน่วยงานผนึกกำลัง 5 ปี นำร่องทุ่งกุลาร้องไห้ ยกระดับผ้าไหมไทยสู่สากล
AIS เปิดตัว ‘AISpace’ ศูนย์รวม AI Ecosystem ในราคาที่จับต้องได้



