การตัดสินใจสร้างบ้านสำหรับคนจำนวนไม่น้อยคือการลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต พวกเขาจึงไม่เพียงมองหาผู้รับเหมาที่ก่อสร้างได้ตามแบบ แต่ต้องการความมั่นใจว่าบ้านหลังนั้นจะเติบโตไปพร้อมกับครอบครัว และบริษัทที่รับสร้างจะไม่ทิ้งให้พวกเขาต้องเผชิญปัญหาตามลำพัง
ท่ามกลางมูลค่าตลาดรับสร้างบ้านที่หดตัวลงประมาณ 10% จาก 211,200 ล้านบาทในปี 2567 เหลือ 190,134 ล้านบาทในปี 2568 มนู ตระกูลวัฒนะกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีคอน จำกัด ประกาศแผนธุรกิจปี 2569 ภายใต้แนวคิด “SEACON Infinite Progress ความก้าวหน้าไม่มีที่สิ้นสุด” พร้อมตั้งเป้ายอดจองไว้ที่ 1,400 ล้านบาท โดยมีกลยุทธ์หลักสามประการได้แก่ การยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง การพัฒนาแบบบ้านซีรีส์ใหม่ และการขยายตลาดสู่ภูมิภาคโดยเฉพาะพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
สำหรับผลประกอบการของซีคอนในปี 2568 มียอดจองรวม 1,200 ล้านบาท โดยบ้านครอบครัวขนาดกลางระดับราคา 4.6-7.9 ล้านบาท พื้นที่ก่อสร้างประมาณ 200-350 ตารางเมตร มีสัดส่วนสูงสุด รองลงมาคือบ้านครอบครัวขนาดใหญ่ระดับราคา 8.0-50 ล้านบาทขึ้นไป และบ้านครอบครัวขนาดเล็กระดับราคา 1.65-4.50 ล้านบาท ตามลำดับ
ถอดรหัสพฤติกรรมลูกค้า 5 กลุ่ม
“การสร้างบ้านถือเป็นการลงทุนครั้งสำคัญของชีวิต ผู้บริโภคจึงให้ความสำคัญต่อประเด็นความโปร่งใส การก่อสร้างที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน และประสบการณ์ของบริษัทรับสร้างบ้านตลอดทั้งกระบวนการ” คุณมนูกล่าว
ซีคอนซึ่งสร้างบ้านมาแล้วมากกว่า 26,000 หลังได้พัฒนาบริการในรูปแบบ One-Stop Service ครอบคลุมตั้งแต่การเฟ้นหาที่ดิน การออกแบบเฉพาะบุคคล การดำเนินการขออนุญาตปลูกสร้าง การสนับสนุนด้านสินเชื่อ ไปจนถึงการรับประกันหลังการขาย โดยบริษัทให้การรับประกันโครงสร้าง 20 ปีเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า
จากการศึกษาพฤติกรรมลูกค้าอย่างลึกซึ้ง ซีคอนจำแนกลูกค้าออกเป็น 5 กลุ่ม กลุ่มแรกคือ “นักวิจัยตัวยง” (The Researcher) ซึ่งศึกษาข้อมูลและเปรียบเทียบสเปกวัสดุ ราคาต่อตารางเมตร รวมถึงรีวิวในโซเชียลมีเดียอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ กลุ่มที่สองคือ “ความปลอดภัยต้องมาก่อน” (Risk Aversive) ซึ่งกังวลเรื่องการถูกผู้รับเหมาทิ้งงานหรืองบบานปลาย มองหาความมั่นคงของบริษัทและให้ความสำคัญกับรายละเอียดในสัญญา
กลุ่มที่สามคือ “ชอบการเห็นภาพที่ชัดเจน” (Visual Driven) ซึ่งต้องการเห็นภาพ 3 มิติหรือเดินชมบ้านตัวอย่างเพื่อสัมผัสบรรยากาศจริง และมักขอปรับเปลี่ยนแบบบ้านให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ของตนเอง กลุ่มที่สี่คือ “คาดหวังความเป็นมืออาชีพแบบ One-Stop” ซึ่งต้องการความสะดวกสบาย คาดหวังให้บริษัทจัดการเรื่องการขออนุญาตและการขอมิเตอร์น้ำ-ไฟให้เสร็จสรรพ พร้อมต้องการทราบความคืบหน้าหน้างานอย่างต่อเนื่อง กลุ่มที่ห้าคือ “ใส่ใจฟังก์ชันที่ตอบโจทย์อนาคต” ซึ่งสนใจบ้านประหยัดพลังงาน ระบบ Smart Home และการออกแบบเพื่อรองรับผู้สูงอายุ
เปิดตัว “FLOW Series” บ้านที่ขยายได้ตามการเติบโตของครอบครัว
ธนพนธ์ พนาถิรกุล สถาปนิกและตัวแทนทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ของซีคอน เปิดเผยว่าบริษัทได้พัฒนาแบบบ้านซีรีส์ใหม่ “FLOW” ภายใต้แนวคิด “The Perfect Flow” จำนวน 14 แบบบ้าน แบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ Air & Function Flow ที่เน้นการออกแบบแปลนบ้านให้เชื่อมโยงกันอย่างลงตัว เปิดรับลมและแสงธรรมชาติ และ Growth Flow การออกแบบพื้นที่ชั้นล่างให้เปิดโล่งเผื่อการปรับฟังก์ชันในอนาคต

ลักษณะเด่นของ FLOW Series คือการจับคู่แบบบ้านเริ่มต้นกับแบบบ้านขยาย โดยมีการเตรียมโครงสร้างพื้นและคานรองรับไว้ให้ลูกค้าสามารถต่อเติมเพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้เมื่อครอบครัวขยายใหญ่ขึ้นหรือมีงบประมาณมากขึ้น ตัวอย่างเช่น แบบ A-168 พื้นที่ 168 ตารางเมตร มี 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ สามารถขยายเป็นแบบ A-173 พื้นที่ 173 ตารางเมตรได้ 4 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ หรือแบบ B-206 พื้นที่ 206 ตารางเมตร มี 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ สามารถขยายเป็นแบบ B-229 พื้นที่ 229 ตารางเมตรได้ 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ
นอกจากนี้ ซีคอนยังเพิ่มแบบบ้านขนาดใหญ่ใน “Your Home Series” อีก 2 แบบ ได้แก่ Your Home 307 พื้นที่ 307 ตารางเมตร 5 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ จอดรถ 2 คัน และ Your Home 382 พื้นที่ 382 ตารางเมตร 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ จอดรถ 3 คัน เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงและต้องการพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่
รุกตลาดภูมิภาคตะวันออก เตรียมเปิดศูนย์ชลบุรีรับEEC
ตลาดต่างจังหวัดมีมูลค่าสูงถึง 146,403 ล้านบาทในปี 2568 ซีคอนจึงเตรียมขยายตลาดสู่พื้นที่ศักยภาพใหม่ในภาคตะวันออกของไทยเพื่อรองรับการขยายตัวของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยบริษัทเตรียมเปิดศูนย์รับสร้างบ้านจังหวัดชลบุรี ครอบคลุมการให้บริการในจังหวัดฉะเชิงเทรา ระยอง จันทบุรี และตราด พร้อมทำตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ สื่อท้องถิ่น และกิจกรรมสร้างการรับรู้ในพื้นที่
ปัจจุบันซีคอนมียอดขายจากตลาดต่างจังหวัดแล้ว 180 ล้านบาท โดยเป็นยอดขายจากพื้นที่ EEC 50 ล้านบาท บริษัทได้พัฒนาทีมงานของตนเองแบบครบวงจรเพื่อรองรับการรุกตลาดต่างจังหวัดและส่งมอบมาตรฐานการก่อสร้างเดียวกันทั่วประเทศ รวมถึงขยายธุรกิจโครงสร้างชิ้นส่วนกึ่งสำเร็จรูปประเภทเสาและคานควบคู่ไปกับธุรกิจรับสร้างบ้าน เพื่อรองรับความต้องการที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้นจากการขยายตัวของแรงงานในภูมิภาค
ยกระดับบริการด้วยเทคโนโลยีและ “SEACON Privilege”
ซีคอนนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป โดยใช้ AI ในการสร้างภาพ 3 มิติ (3D Perspective) ให้ลูกค้าเห็นภาพบ้านและวัสดุที่ปรับแก้ได้อย่างสมจริงและรวดเร็ว รวมถึงการนำระบบ ERP มาใช้ร่วมกับการติดตั้งกล้องติดหมวกผู้คุมงาน (Body Cam) และกล้องวงจรปิดที่หน้าไซต์งาน เพื่อเก็บบันทึกวิดีโอและส่งอัปเดตความคืบหน้าการก่อสร้างให้ลูกค้าดูได้ โดยไม่ต้องเดินทางมาดูหน้างานด้วยตนเอง
ด้านช่องทางการขายพบว่า ยอดขายผ่านช่องทางออฟไลน์คิดเป็น 78% จากการออกบูธงานแสดงสินค้า 7 งานและโรดโชว์ตามห้าง 12 งาน ขณะที่ช่องทางออนไลน์คิดเป็น 22% โดยลูกค้าส่วนใหญ่มีจุดสัมผัสแรกผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลก่อนตัดสินใจซื้อที่ออฟฟิศ
นอกจากนี้ บริษัทยังพัฒนา “SEACON Privilege” เพื่อมอบสิทธิพิเศษและส่วนลดให้กับลูกค้าเก่าและใหม่ในการซื้อสินค้าตกแต่งบ้านและเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น แอร์ โซลาร์เซลล์ เฟอร์นิเจอร์ จากพันธมิตรธุรกิจค้าปลีกชั้นนำในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาด พร้อมกันนี้ยังได้ผนึกกำลังกับพันธมิตรสถาบันการเงิน อาทิ ธนาคารกรุงเทพ กสิกรไทย กรุงศรีอยุธยา ไทยพาณิชย์ กรุงไทย ออมสิน ธอส. และยูโอบี เพื่อสนับสนุนด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัยให้กับลูกค้าอีกด้วย
หนุนนโยบายยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมก่อสร้าง
คุณมนูกล่าวว่า ซีคอนให้ความสำคัญต่อการสร้างความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมก่อสร้าง โดยเสนอแนวทางยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ความโปร่งใสในกระบวนการจัดจ้าง และความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และองค์กรวิชาชีพ พร้อมสนับสนุนมาตรการภาษีและสินเชื่อเพื่อกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงการปรับกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงที่อยู่อาศัยและการลงทุนจากต่างประเทศ
สานต่อโครงการเพื่อสังคม “SEACON ป้อนฝัน ปันให้น้อง” ปีที่ 2
ซีคอนสานต่อโครงการเพื่อสังคม “SEACON ป้อนฝัน ปันให้น้อง” เป็นปีที่ 2 โดยมอบทุนการศึกษาให้เปล่าแก่นักเรียนนักศึกษาที่มีความตั้งใจเรียนแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ปีนี้คัดเลือกผู้ได้รับทุนจำนวน 8 ทุน แบ่งเป็นระดับมัธยมศึกษา 2 ทุน มูลค่า 20,000 บาทต่อปีการศึกษา และระดับอุดมศึกษา 6 ทุน มูลค่า 40,000 บาทต่อปีการศึกษา
เกณฑ์การคัดเลือกไม่ได้จำกัดเฉพาะคณะหรือสาขาที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจรับสร้างบ้านเท่านั้น แต่เปิดกว้างทุกสาขาวิชา อาทิ ทันตแพทยศาสตร์ นิติศาสตร์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และสาธารณสุขศาสตร์ โดยให้ความสำคัญกับความตั้งใจเรียนและความประพฤติดีมากกว่าเกรดเฉลี่ย เนื่องจากบริษัทเข้าใจว่านักศึกษาที่ต้องทำงานพาร์ทไทม์เพื่อแบ่งเบาภาระครอบครัวอาจมีข้อจำกัดด้านเวลาเรียน
ทุนการศึกษานี้เป็น “ทุนให้เปล่า” ไม่มีข้อผูกมัดให้ผู้รับทุนต้องมาทำงานกับบริษัทหลังจากเรียนจบ และให้ต่อเนื่องจนจบการศึกษาในระดับนั้นๆ โดยบริษัทได้เตรียมงบประมาณล่วงหน้าไว้ประมาณ 7-8 ปี เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถดูแลน้อง ๆ ในโครงการต่อเนื่องจนจบการศึกษาอย่างแท้จริง
ศตวรรษ บุญกิจ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หนึ่งในผู้รับทุนโครงการปีที่ 1 กล่าวว่า ทุนนี้ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายทั้งค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าชุดนักศึกษา ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าอาหารและค่าเดินทาง ทำให้สามารถพึ่งพาตนเองได้และมีเวลาโฟกัสกับการเรียนและการทำกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างเต็มที่
คุณศตวรรษฝากข้อคิดถึงน้อง ๆ รุ่นต่อไปว่า อยากให้ออกไปทำกิจกรรมและลองสิ่งต่างๆ ให้เยอะขึ้น อนุญาตให้ตัวเองผิดพลาดได้บ้างเพราะจะได้เรียนรู้และเติบโต และสิ่งสำคัญคือความมั่นใจในตัวเอง ส่วนนางสาวกฤษอัญญากล่าวว่า อยากให้ตั้งใจเรียนควบคู่ไปกับการทำกิจกรรมเพื่อหาประสบการณ์ และหากวันไหนที่ไม่มั่นใจ ขอให้รู้ไว้ว่าความพยายามนั้นมีความหมายและมีคุณค่ามาก ขอให้คว้าทุกโอกาสที่มีและเชื่อมั่นว่าตนเองทำได้
ซีคอนเตรียมเข้าร่วมงาน “รับสร้างบ้าน Focus 2026” ระหว่างวันที่ 18-22 มีนาคม 2569 ณ ฮอลล์ 6 อิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อนำเสนอโปรโมชันและแบบบ้านซีรีส์ใหม่แก่ผู้สนใจสร้างบ้าน โดยผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.seacon.co.th เฟซบุ๊ก SEACON Official Page
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
Grab-Lazada-LINE MAN-Shopee ตั้งสมาคม TDPA หนุน SME สู้ศึกดิจิทัล
SVOA ผนึก Epson-Nvidia รุกตลาด B2B ชูโซลูชัน AI และ Sustainability เสริมแกร่งองค์กร





