บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จำกัด ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบรนด์ “ไวไว” ประกาศทิศทางธุรกิจในวาระครบรอบ 54 ปี เปิดตัวผลิตภัณฑ์ซีรีส์พรีเมียม WaiWai WOW 3 รสชาติใหม่ ได้แก่ รสหมูผัดยี่หร่า, รสกระดูกหมูพริกไทยดำ และรสไก่กรอบซอสเผ็ด โดยนำพริก Ghost Pepper มาเป็นส่วนประกอบสำคัญเพื่อสร้างความแตกต่างในตลาด
พริก Ghost Pepper เป็นหนึ่งในพริกที่เผ็ดที่สุดในโลก ถูกเลือกให้เป็นส่วนผสมสำคัญในบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสไก่กรอบซอสเผ็ด การเลือกใช้วัตถุดิบที่ให้ระดับความเผ็ดแบบไล่ระดับนี้ สะท้อนให้เห็นทิศทางการทำตลาดที่มุ่งสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างให้กับผู้บริโภค ควบคู่ไปกับรสหมูผัดยี่หร่าที่ให้กลิ่นเครื่องเทศสไตล์ไทยจัดจ้าน และรสกระดูกหมูพริกไทยดำที่เน้นความเข้มข้นของน้ำซุป
WaiWai WOW 3 รสชาติใหม่ที่เปิดตัวในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ของบริษัท ที่กำลังเดินหน้าขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคหลายเซ็กเมนต์ ท่ามกลางการแข่งขันที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงคู่แข่งในธุรกิจบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปด้วยกัน แต่รวมถึงแอปพลิเคชันสั่งอาหาร ที่เปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคของคนไทย ตั้งเป้าดันสัดส่วนยอดขายกลุ่มพรีเมียมแตะ 25% ภายใน 3-5 ปี
54 ปี ผ่านสามยุคสมัย
ยศสรัล แต้มคงคา ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จำกัด กล่าวในงานฉลองครบรอบ 54 ปีของแบรนด์ “ไวไว” ว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาสามารถแบ่งการเติบโตของไวไวออกเป็น 3 ช่วงหลัก ได้แก่
- ช่วงแรก คือยุคบุกเบิกตลาด ซึ่งมีความท้าทายในการเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค เนื่องจากในขณะนั้นก๋วยเตี๋ยวทั่วไปมีราคาเพียง 1 บาท แต่ไวไวเริ่มต้นที่ราคา 2 บาท
- ช่วงที่สองเป็นระยะเวลา 20 ปีต่อมา เป็นยุคของการเติบโตไปพร้อมกับช่องทางโมเดิร์นเทรด เช่น ห้างค้าส่งขนาดใหญ่และร้านสะดวกซื้อที่มีสาขาเป็นหมื่นแห่ง การแข่งขันเริ่มสูงขึ้น
- ช่วงที่สามคือ 15 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน เป็นยุคของอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดีย การสื่อสารขยายวงกว้างทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าใหม่ได้ง่ายขึ้น
คุณยศสรัลกล่าวว่าในวัย 54 ปี ไวไวเปรียบเสมือนคนที่ไม่ยอมแก่ ต้องปรับตัวอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เข้ากับผู้บริโภคทุกวัยตามแนวคิด “ทุกวัยมีไวไว”
ภายในงานมีการจัดพื้นที่ “Wall of Waiwai” เพื่อแสดงผลิตภัณฑ์ตั้งแต่อดีต รวมถึง “Waiwai WOW Zone” ที่นำเสนอผ่าน Cube Display พร้อมการแนะนำมาสคอต “น้องไวไว” และสติกเกอร์ไลน์เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารการตลาดสู่กลุ่มเด็กและวัยรุ่น
เมื่อคู่แข่งไม่ใช่แค่บะหมี่ด้วยกัน
คุณยศสรัลกล่าวถึงความท้าทายในปัจจุบันว่า การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 10 ปีหลัง คู่แข่งของไวไวไม่ได้มีเพียงบะหมี่พรีเมียมจากเกาหลีหรือญี่ปุ่นที่เข้ามาทำตลาดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงแอปพลิเคชันสั่งอาหารอย่าง Line Man ที่ทำให้ผู้บริโภคไม่จำเป็นต้องทำอาหารเอง
การรักษาความเชื่อมั่นจึงต้องเน้นย้ำเรื่องคุณภาพที่สร้างมาอย่างยาวนานและพัฒนาความโดดเด่นด้านรสชาติอย่างต่อเนื่อง เช่น การนำรสหมูสับและต้มยำที่มีอยู่แล้ว มาพัฒนาเป็นรสหมูสับต้มยำ ซึ่งขายดีมาจนถึงปัจจุบัน
WaiWai WOW กับบทพิสูจน์ครั้งที่ 2 ในตลาดพรีเมียม
ก่อนหน้าที่จะเปิดตัวสามรสชาติใหม่ ซีรีส์ WaiWai WOW เคยเปิดตัวไปแล้วสองรสชาติสไตล์เกาหลี-ญี่ปุ่น ได้แก่ รสโคเรียนสไปซี่ซีฟู้ด และรสแกงกะหรี่ญี่ปุ่นชีส ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในราคา 11 บาท และมียอดขายเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
“คำว่า WOW ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ ได้แก่ เส้นต้องดี ซุปและรสชาติต้องอร่อย และผู้บริโภคต้องได้รับประสบการณ์ที่แปลกใหม่ตั้งแต่เริ่มฉีกซอง สำหรับ 3 รสชาติใหม่ประกอบด้วย รสหมูผัดยี่หร่า ซึ่งให้รสชาติจัดจ้านหอมกลิ่นเครื่องเทศสไตล์ไทย รสกระดูกหมูพริกไทยดำที่โดดเด่นด้วยความเข้มข้นของน้ำซุปและความหอมของพริกไทยดำแท้ และรสไก่กรอบซอสเผ็ดซึ่งเป็นบะหมี่แห้งสไตล์เกาหลีที่เพิ่มความแตกต่างด้วยระดับความเผ็ดจากพริก Ghost Pepper
การลงสนามตลาดพรีเมียมของไวไวไม่ใช่ครั้งแรก ในอดีตช่วงยุคปี 2540 แบรนด์เคยทดลองทำตลาดบะหมี่ราคาสูงที่ 10-12 บาทมาแล้ว แต่ในขณะนั้นผู้บริโภคอาจยังไม่พร้อมจ่าย ต่างจากปัจจุบันที่เทรนด์การบริโภคเปลี่ยนไป
เป้าหมาย 25% ใน 3-5 ปี
คุณยศสรัลกล่าวว่า ปัจจุบันยอดขายของบริษัทแบ่งเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบซองกลุ่มแมสประมาณ 65% เส้นก๋วยเตี๋ยวและเส้นหมี่ขาว 30% และเครื่องปรุงรสอีก 5% ส่วนตลาดพรีเมียมปัจจุบันมีสัดส่วนน้อยกว่า 5% เนื่องจากเพิ่งเริ่มทำตลาด บริษัทตั้งเป้าหมายส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มบะหมี่พรีเมียมไว้ที่ 20-25% ภายใน 3-5 ปี
ภาพรวมตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในประเทศไทยมีมูลค่ารวมประมาณ 28,000 ล้านบาท ปริมาณการบริโภคเฉลี่ยประมาณ 50 กว่าซองต่อคนต่อปี ตลาดรวมเติบโตประมาณ 2% โดยสินค้ากลุ่มแมสราคา 7 บาทเริ่มติดลบ แต่กลุ่มพรีเมียมยังคงเติบโตได้ กลยุทธ์ของไวไวใช้ราคาที่ 11 บาทซึ่งเป็นราคาควบคุมในการทำตลาด ควบคู่กับการออกรสชาติที่แตกต่างและตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย โดยปัจจุบันเริ่มจากรูปแบบซองก่อนและมีแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์รูปแบบถ้วยในอนาคต
นอกจากนี้ บริษัทมีแผนผลักดันสินค้ากลุ่มเครื่องปรุงรสและซอสภายใต้แบรนด์รสเด็ดให้เติบโตจากสัดส่วนรายได้ 5% เป็น 10% เนื่องจากเป็นสินค้าที่ไม่ถูกควบคุมราคาขายปลีกและมีช่องว่างให้ขยายตลาดได้อีกมาก โดยเฉพาะการพัฒนาสูตรเพื่อสุขภาพ
หากสถานการณ์ต้นทุนไม่ได้ยืดเยื้อหรือรุนแรง บริษัทตั้งเป้าที่จะทำแคมเปญคืนกำไรให้ผู้บริโภคตลอดทั้งปีในวาระครบรอบ 54 ปี และอาจมีการจัดกิจกรรมการตลาดร่วมกับเทศกาลใหญ่อย่างฟุตบอลโลกด้วย
เส้นทางสู่ทุกกลุ่มเป้าหมาย
ไวไวมีการแบ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคแต่ละเซ็กเมนต์อย่างชัดเจน กลุ่มเด็กหรือผู้รักสุขภาพมี WaiWai Green ที่ผลิตจากแป้งข้าว กลุ่มวัยรุ่นที่ชอบความจัดจ้านมีแบรนด์ควิกแสบ กลุ่มชาวมุสลิมมีแบรนด์ซือดะที่เจาะตลาดโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ กลุ่มผู้ประกอบการมีนู๊ดดี้ซึ่งเป็นบะหมี่ก้อนเปลือย และกลุ่มเครื่องปรุงรสมีแบรนด์รสเด็ด
นอกจากนี้บริษัทยังมุ่งเน้นการสื่อสารเจาะกลุ่มเด็กลงมาในระดับประถมปลายถึงมัธยมต้น เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ให้เด็กรู้จักและอยู่กับแบรนด์ไปในระยะยาว โดยมีการสร้างมาสคอตและสติกเกอร์ไลน์ “น้องไวไว” เป็นเครื่องมือทางการตลาดในการสื่อสารกับผู้บริโภคกลุ่มดังกล่าวให้รู้สึกเข้าถึงง่าย
คุณยศสรัลกล่าวถึงนัยยะในภาพยนตร์โฆษณาที่นำเสนอว่าภาพเรือเปรียบเสมือนบริษัทและการเดินทางตลอด 54 ปีที่ผ่านยุคสมัยและอุปสรรคต่าง ๆ คลื่นทะเลเปรียบเสมือนภาพรวมของตลาดและการแข่งขัน ส่วนสินค้าที่จมอยู่ใต้ทะเลไม่ใช่ขยะแต่คือสมบัติหรือรสชาติในความทรงจำในอดีต เช่น รสแจ่วฮ้อน ซึ่งอาจถูกนำกลับมาพัฒนาใหม่ในอนาคต
บริหารต้นทุนภายใต้สินค้าควบคุม
คุณยศสรัลกล่าวถึงสถานการณ์ต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะแป้งสาลี น้ำมันปาล์ม และเม็ดพลาสติกซึ่งเชื่อมโยงกับปิโตรเคมีและราคาน้ำมัน ปัจจุบันบริษัทได้เจรจาล็อกราคาล่วงหน้ากับซัพพลายเออร์ ทำให้ต้นทุนในสต๊อกยังไม่ได้รับผลกระทบไปจนถึงช่วงปลายเดือนเมษายน
ปัจจัยที่น่ากังวลที่สุด คือราคาเม็ดพลาสติกซึ่งจะกระทบบรรจุภัณฑ์ทั้งแบบถ้วยและซองหากสถานการณ์ยืดเยื้อ มาตรการเบื้องต้นบริษัทเน้นประหยัดต้นทุนภายในองค์กร เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมัน และให้พนักงานทำงานที่บ้านในแผนกที่สามารถทำได้ หากวิกฤตรุนแรงจนผลิตแล้วขาดทุนอาจจำเป็นต้องหยุดผลิตสินค้าบางรายการที่กำไรน้อยหรือไม่คุ้มทุนเป็นการชั่วคราว โดยเฉพาะสินค้าที่ขายตามฤดูกาล
“บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นสินค้าควบคุมไม่สามารถปรับขึ้นราคาได้เอง ต้องผ่านการอนุมัติจากกรมการค้าภายใน หากต้นทุนการผลิตทะลุเกินราคาขายปลีกที่ 7 บาท บริษัทก็ไม่สามารถผลิตขายได้”
สำหรับกำลังการผลิตปัจจุบันโรงงานสามารถผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปได้ประมาณ 2 ล้านซองต่อวัน การส่งออกมีสัดส่วนประมาณ 10% ของยอดขายไปยังอเมริกา ยุโรป และเอเชีย ซึ่งยังไม่ได้รับผลกระทบจากสงครามโดยตรงแต่เริ่มได้รับผลกระทบจากค่าขนส่งที่แพงขึ้น ขณะที่ห้างสรรพสินค้าเริ่มมีสัญญาณสั่งซื้อเพิ่มขึ้นบ้างแต่ยังไม่ถึงขั้นกักตุน บริษัทมีมาตรการกระจายสินค้าให้สมดุลและทยอยปล่อยตามปกติ
เส้นใยแห่งความผูกพัน

คุณยศสรัลกล่าวถึงปรัชญาการทำงานของบริษัทว่า ยึดมั่นในคุณภาพ ความยุติธรรมกับผู้บริโภค และดูแลคู่ค้ารวมถึงพนักงานเหมือนคนในครอบครัว
เมื่อถูกถามถึงนิยามของไวไวในหนึ่งคำ คุณยศสรัลตอบว่า “เส้น” ซึ่งไม่ได้หมายถึงเพียงเส้นบะหมี่ที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญเท่านั้น แต่หมายถึง “เส้นใยแห่งความผูกพัน” ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคชาวไทยทุกเพศทุกวัยตลอดระยะเวลา 54 ปีที่ผ่านมา
คุณยศสรัลกล่าวทิ้งท้ายว่าตลอด 54 ปีของไวไวคือการเดินทางของแบรนด์ที่เติบโตไปพร้อมกับคนไทย ไม่หยุดพัฒนา รักษาคุณภาพและรับฟังเสียงของลูกค้ามาตลอด จากมื้อเล็ก ๆ ในครัวเรือนสู่รสชาติที่อยู่ในความทรงจำของผู้บริโภคจากรุ่นสู่รุ่น และจากวันนี้ไปต้องการให้ไวไวเป็นมากกว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แต่เป็นแบรนด์อาหารที่สร้างสรรค์รสชาติใหม่ๆ และพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรฐานครัวไทยและก้าวไปสู่อนาคตของอุตสาหกรรมอาหารไทยอย่างมั่นคง
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
Arrival to Appetite: ถอดรหัสข้อมูลร้านอาหาร มัดใจนักท่องเที่ยวต่างชาติ
กทม. รับมือฝุ่น PM 2.5 และขยะเมือง ด้วยข้อมูลและกลไกเศรษฐศาสตร์





