เมื่อความอ้วนไม่ใช่เรื่องของการขาดความมุ่งมั่น แต่คือโรคเรื้อรังที่บั่นทอนคุณภาพชีวิต นวัตกรรมทางการแพทย์อย่างเทคโนโลยี GLP-1 จึงก้าวเข้ามาเป็นความหวังใหม่ในการจัดการน้ำหนักอย่างยั่งยืน
ร่วมเจาะลึกมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ Cihan Serdar Kizilcik, General Manager, Novo Nordisk Pharma (Thailand) และ พญ.จิตแข เทพชาตรี Head of Genomic and Lifestyle Wellness Center โรงพยาบาลสมิติเวชสุขุมวิท บนเวที Healthspan Festival 2025 ที่จะมาไขความลับของความหิวทางอารมณ์ พร้อมเจาะลึกการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ร่วมกับการสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เพื่อเป้าหมายในการลดน้ำหนักที่ไม่ได้ให้แค่รูปร่างที่ดี แต่ยังคืนความสุขและสุขภาพที่แข็งแรงในระยะยาว
ไขความลับ “ความหิวทางอารมณ์” ต้นตอโรคอ้วน
โรคอ้วนไม่ได้เป็นเพียงความล้มเหลวทางศีลธรรมหรือเรื่องของการขาดความมุ่งมั่นในการลดน้ำหนักอีกต่อไป แต่ได้รับการยอมรับว่าเป็นโรคเรื้อรังที่มีความซับซ้อน ในปัจจุบัน ปัญหานี้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครที่มีประชากรเผชิญภาวะน้ำหนักเกินสูงถึงร้อยละ 58 และอยู่ในเกณฑ์ของโรคอ้วนถึงร้อยละ 42 ความท้าทายสำคัญที่ทำให้การลดน้ำหนักไม่ยั่งยืนคือสิ่งที่เรียกว่าความหิวทางอารมณ์ พญ.จิตแข เทพชาตรี อธิบายเพิ่มเติมว่า อาการดังกล่าวเกิดจากการที่สมองยังคงหมกมุ่นกับอาหาร โดยถูกขับเคลื่อนด้วยระบบรางวัลและสารโดพามีน ทำให้ผู้คนมีความต้องการอาหารเพิ่มเติมแม้ร่างกายจะได้รับประทานอาหารจนอิ่มแล้วก็ตาม
“ความหิวทางอารมณ์ไม่ใช่ความหิวที่แท้จริง แต่เป็นภาวะที่สมองยังคงคิดถึงแต่อาหาร ซึ่งเราเรียกว่า Food Noise และเป็นสาเหตุสำคัญที่นำไปสู่การรับประทานอาหารมากเกินความจำเป็น” พญ.จิตแข กล่าว
GLP-1: เทคโนโลยีพลิกโฉมการลดน้ำหนัก
ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการแพทย์ที่เข้ามาตอบโจทย์ปัญหานี้คือการค้นพบ GLP-1 ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากการศึกษาสัตว์ประเภท Gila monster ที่มีความสามารถในการกินอาหารเพียงปีละครั้ง เดิมทียากลุ่มนี้ถูกวิจัยและพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในการรักษาโรคเบาหวาน แต่ต่อมาได้มีการค้นพบผลพลอยได้ทางการแพทย์ว่าตัวยาสามารถทำให้ผู้ป่วยน้ำหนักลดลงได้
คุณ Cihan กล่าวเสริมว่า การทำความเข้าใจและยอมรับจากสังคมว่าโรคอ้วนไม่ได้แก้ได้ด้วยการกินให้น้อยลงและออกกำลังกายให้มากขึ้นเพียงอย่างเดียวนั้นต้องอาศัยความพยายามอย่างมาก กลไกการทำงานของนวัตกรรม GLP-1 คือการทำงานเสมือนฮอร์โมนกลุ่มอินครีตินที่หลั่งออกมาจากลำไส้เข้าสู่กระแสเลือดทันทีหลังการรับประทานอาหาร เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวส่งสัญญาณระหว่างลำไส้และสมอง ช่วยจัดการระดับน้ำตาลในเลือด ชะลอการบีบตัวของกระเพาะอาหาร และส่งสัญญาณบอกสมองว่าร่างกายได้รับอาหารเพียงพอแล้ว
“หลายคนเคยเชื่อว่าความอ้วนเป็นเพียงความล้มเหลวทางวินัย และคิดว่าปัญหานี้แก้ไขได้ด้วยการรับประทานให้น้อยลงและออกกำลังกายให้มากขึ้น แต่น่าเสียดายที่ในความเป็นจริง โรคอ้วนมีความซับซ้อนมากกว่านั้นมาก” คุณ Cihan กล่าว
รู้ทันความเสี่ยง: มวลกล้ามเนื้อและยาเถื่อน
แม้เทคโนโลยีนี้จะมีประสิทธิภาพสูง แต่ยังคงมีข้อจำกัดและข้อควรระวังในการใช้งานจริง พญ.จิตแข ระบุว่าผู้เข้ารับการรักษาอาจพบผลข้างเคียงทางระบบทางเดินอาหาร เช่น อาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือความรู้สึกไม่สบายท้อง
นอกจากนี้ หากน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วเกินไปโดยไม่มีการรักษามวลกล้ามเนื้อ น้ำหนักที่หายไปอาจเป็นมวลกล้ามเนื้อไม่ใช่ไขมัน ซึ่งนำไปสู่ภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยที่เพิ่มความเสี่ยงด้านความเปราะบางของร่างกายในวัยกลางคนและผู้สูงวัย การรักษาจึงต้องควบคู่ไปกับการรับประทานโปรตีนให้เพียงพอและการทำกิจกรรมเพื่อรักษากล้ามเนื้อ
ความท้าทายอีกประการคือการที่ผู้บริโภคบางกลุ่มพยายามประหยัดค่าใช้จ่ายโดยการหันไปซื้อยาเปปไทด์ที่ไม่ผ่านการรับรองในตลาดมืด ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตราย การใช้ยาจึงจำเป็นต้องผ่านการประเมินและอยู่ภายใต้การดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด
จัดการแบบองค์รวมเพื่อสุขภาพที่ยั่งยืน
การแก้ไขปัญหาโรคอ้วนอย่างยั่งยืนไม่สามารถพึ่งพาเทคโนโลยีทางการแพทย์ได้เพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตแบบองค์รวม ทั้งการนอนหลับ การจัดการความเครียด และโภชนาการ ในระดับโครงสร้าง
คุณ Cihan กล่าวว่า Novo Nordisk ได้ริเริ่มโครงการ Cities for Better Health โดยร่วมมือกับ 52 เมืองทั่วโลก และได้ลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกับกรุงเทพมหานคร เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมสุขภาพ ผ่านการผลักดันหลักสูตรโภชนาการในโรงเรียน การริเริ่มระบบครัวกลาง และการพัฒนาพื้นที่สันทนาการสาธารณะ
สำหรับอนาคต เทคโนโลยี GLP-1 กำลังถูกศึกษาเพื่อขยายผลการรักษาไปยังโรคไขมันพอกตับ โรคอัลไซเมอร์ รวมถึงกลุ่มโรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง ภายใต้แคมเปญ Live Lighter เพื่อลดภาระทางสาธารณสุขและช่วยให้ผู้คนมีคุณภาพชีวิตที่เบาสบายและยืนยาวขึ้นอย่างแท้จริง
“เมื่อผู้ป่วยสามารถเอาชนะโรคนี้ได้ ชีวิตของพวกเขาจะเปลี่ยนไป แคมเปญ Live Lighter จึงเกิดขึ้นเพื่อตอกย้ำว่า เราทุกคนสามารถใช้ชีวิตที่เบาสบายขึ้น มีความสุขมากขึ้น และมีอายุที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพได้” คุณ Cihan กล่าว
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
AI เปลี่ยนโลกสาธารณสุข: โอกาสไทยสู่ฮับสุขภาพโลก
ฟุกุโอกะ โมเดล: ทางรอดสังคมอายุยืน 100 ปี
อยู่อย่างไรเมื่อไม่มีเธอ: 3 บทเรียนเยียวยาจิตใจและก้าวผ่านความสูญเสีย





