การแข่งขันในสมรภูมิค้าปลีกและค้าส่งทวีความเข้มข้นขึ้น ล่าสุด บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารแม็คโครและโลตัส ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) กับ อาลีบาบา คลาวด์ (Alibaba Cloud) เพื่อนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เชิงรู้สร้าง (Generative AI) เข้ามาใช้ในกระบวนการทำงานหลักของธุรกิจ
ความน่าสนใจของดีลนี้ ไม่ใช่แค่การประกาศนำ AI มาใช้ทั่วไป แต่เป็นการเจาะจงเลือกใช้โมเดลระดับสเกลองค์กรของค่าย Alibaba ได้แก่ Qwen ซึ่งเป็น Large Language Model (LLM) ที่มีความโดดเด่นด้านการจัดการข้อมูลและภาษา และ Wanโมเดล Generative AI สำหรับสร้างวิดีโอ
เปิด 3 Use Cases หลัก
จากข้อมูลการประกาศความร่วมมือ CP AXTRA มีเป้าหมายในการกระจายการใช้งาน AI ลงไปในระดับปฏิบัติการ (Think AI First) โดยโฟกัสที่ 3 แกนหลัก ได้แก่
- การสร้างสรรค์คอนเทนต์ (Marketing Content): คาดว่าจะมีการใช้โมเดล Wan เข้ามาช่วยลดต้นทุนและระยะเวลาในการผลิตวิดีโอโฆษณาหรือสื่อส่งเสริมการขาย
- การบริหารจัดการสินค้าและสต็อก (Inventory Management): การใช้โมเดล LLM อย่าง Qwen ในการวิเคราะห์ข้อมูลคำสั่งซื้อ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการเติมสินค้าและลดปัญหาของขาดสต็อก
- การวางแผนและบริหารจัดการคำสั่งซื้อ (Order Fulfillment): นำ AI มาช่วยวิเคราะห์และคาดการณ์ดีมานด์ของลูกค้าในระบบค้าส่ง (แม็คโคร) และค้าปลีก (โลตัส)
ตั้ง AI Task Force คุมบังเหียนโปรเจกต์
ความท้าทายหลักของการใช้ AI ในองค์กรขนาดใหญ่คือ “การกำกับดูแล” (Governance) และ “การวัดผล” ทั้งสองบริษัทจึงแก้ปัญหานี้ด้วยการตั้ง AI Task Force ซึ่งเป็นทีมเฉพาะกิจที่รวมวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญด้านโซลูชันจากฝั่ง Alibaba Cloud มาทำงานร่วมกับทีมธุรกิจของ CP AXTRA เพื่อสร้าง Use Case ต้นแบบที่เหมาะสมกับบริบทของธุรกิจค้าปลีกไทย โดยมีเป้าหมายในการทำให้ AI เป็นเครื่องมือที่วัดผลตอบแทน (ROI) ได้จริง ไม่ใช่เพียงแค่เทคโนโลยีตามกระแส
ด้าน ธนิศร์ เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจค้าส่ง CP AXTRA ระบุว่า เป้าหมายหลักคือการเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรให้พนักงานนำ AI มาใช้ในงานประจำวัน ซึ่งทีม AI Task Force จะเข้ามาช่วยวางโครงสร้างและกำกับดูแลให้การนำ AI มาใช้เกิดข้อได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างเป็นรูปธรรม
ขณะที่ ชาร์ลีน สวัสดี กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย อาลีบาบา คลาวด์ ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของโครงสร้างพื้นฐาน โดยระบุว่าการขยายสเกล AI ในระดับองค์กร (Enterprise AI) จำเป็นต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ที่ยืดหยุ่นและปลอดภัย ซึ่งเทคโนโลยีของ Alibaba จะเข้ามาตอบโจทย์ด้านเสถียรภาพในการรองรับเวิร์กโหลดมหาศาลของธุรกิจค้าปลีก
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ธุรกิจค้าปลีกรายใหญ่ของไทยกำลังขยับจากการใช้ AI เพื่อ “ทดลอง” (Proof of Concept) ไปสู่การ “ปรับใช้จริง” (Deployment) ในสเกลระดับองค์กร การจับมือกับ Alibaba Cloud ซึ่งมีรากฐานความเข้าใจในอีคอมเมิร์ซและระบบค้าปลีก-ค้าส่งขนาดใหญ่ (ผ่านเครือ Alibaba Group) ถือเป็นกลยุทธ์ที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะการใช้ AI ในฝั่งระบบหลังบ้านอย่าง Supply Chain และ Inventory ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการลดต้นทุนและเพิ่มกำไรในอุตสาหกรรมค้าปลีก
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
บีโอไอไฟเขียว ‘อีซูซุ’ ลงทุน 1.5 หมื่นล้าน ยกระดับฐานผลิตไทยสู่มาตรฐาน Euro 6
บิทคับ ชวนเจาะลึกศาสตร์ Longevity ชู ‘การนอน-การเคลื่อนไหว’ รากฐานสุขภาพยั่งยืน





