Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

RISE ดึง Harvard เปิด HBR Spark ปั้นผู้นำไทยให้ทันโลก AI

RISE ดึง Harvard เปิด HBR Spark ปั้นผู้นำไทยให้ทันโลก AI

RISE ประกาศความร่วมมือกับ Harvard Business Impact ในฐานะพันธมิตรพิเศษรายแรกและรายเดียวในประเทศไทย เปิดตัวแพลตฟอร์ม “HBR Spark” เพื่อเติมมุมมองระดับโลกให้ผู้บริหารไทย และยกระดับการเรียนรู้ของผู้นำองค์กรให้เชื่อมโยงกับการลงมือทำจริง

สำหรับ RISE ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการนำแพลตฟอร์มการเรียนรู้ระดับโลกเข้ามาในประเทศไทย แต่เป็นอีกหนึ่งกลไกในการสร้าง “โครงสร้างพื้นฐานด้านผู้นำ” ให้กับองค์กรไทย เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านองค์กรในยุค AI และทำให้พันธกิจในการขับเคลื่อน 1% GDP ของประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าใกล้ความจริงมากขึ้น

พันธกิจ 1% GDP คือจุดตั้งต้นของ RISE

นพ.ศุภชัย ปาจริยานนท์ CEO & Co-Founder ของ RISE ระบุว่า ในปีที่ 9 ของ RISE สถาบันยังเดินหน้าภารกิจเดิม คือการขับเคลื่อนการเติบโต 1% GDP ของประเทศไทยและภูมิภาค โดย RISE มุ่งเป็น Open Innovation Platform ที่ช่วยให้องค์กรขนาดใหญ่สามารถเรียนรู้ ปรับตัว และเปลี่ยนองค์ความรู้ให้กลายเป็นโครงการที่สร้างผลลัพธ์ได้จริง

ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา RISE ทำงานร่วมกับองค์กรกว่า 500 แห่งทั่วเอเชีย มีผู้บริหารและบุคลากรที่เข้ามามีส่วนร่วมกับโปรแกรมของ RISE มากกว่า 25,000 คน และมีเครือข่ายนวัตกรรมกว่า 50,000 ราย รวมถึงสตาร์ตอัปในเครือข่ายกว่า 20,000 ราย

RISE มองว่า หากต้องการผลักดัน 1% GDP ให้เกิดขึ้นจริง องค์กรไทยจำเป็นต้องเปลี่ยนผ่านได้เร็วขึ้น แข่งขันได้ดีขึ้น และเปลี่ยนการเรียนรู้ให้กลายเป็นโครงการจริง ไม่ว่าจะเป็นโครงการเพิ่มประสิทธิภาพ หรือธุรกิจใหม่ที่เป็น New S-Curve

บทบาทของ RISE จึงไม่ได้หยุดอยู่ที่การเป็นผู้จัดหลักสูตรหรือที่ปรึกษาด้านนวัตกรรม แต่ถูกวางในฐานะพันธมิตรด้านการเปลี่ยนผ่านองค์กรแบบครบวงจร และผู้สร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการเปลี่ยนผ่านองค์กร ผ่านการเชื่อมองค์ความรู้ระดับโลกจากพันธมิตร เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านการเปลี่ยนผ่านองค์กร ความเข้าใจบริบทเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริงที่ RISE สั่งสมจากการทำงานกับองค์กรในภูมิภาคมาตลอด 8 ปี

โจทย์ใหญ่คือผู้นำต้องปรับตัวให้ทันโลก AI

จากการทำงานกับองค์กรไทยมาอย่างต่อเนื่อง RISE พบว่า ผู้บริหารไม่ได้ขาดความรู้ แต่ขาด “ระบบ” ที่ช่วยให้เรียนรู้และปรับตัวได้เร็วพอกับโลกที่เปลี่ยนไป

ในยุคที่ AI ความซับซ้อน ความไม่แน่นอน และการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง กำลังกลายเป็นแรงกดดันหลักขององค์กร ความสามารถของผู้นำจึงไม่ได้อยู่ที่การรู้มากเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การมีระบบที่ช่วยให้เรียนรู้ต่อเนื่อง เลือกใช้ความรู้ได้ตรงบริบท และนำไปสู่การตัดสินใจทางธุรกิจได้เร็วขึ้น

สุมนา ปาจริยานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ RISE อธิบายว่า จากการเข้าร่วม World Economic Forum เมื่อต้นปี มีการพูดถึงตัวเลขสำคัญว่า 39% ของทักษะหลักของแรงงานจะเปลี่ยนไปภายในปี 2030 โดยทักษะที่ผู้บริหารยุคใหม่ต้องมี ได้แก่ ความเข้าใจและการใช้ AI ได้อย่างคล่องตัว ความคล่องแคล่วในการปรับตัว การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์เกี่ยวกับ AI และความสามารถในการพัฒนาคนในองค์กร

โจทย์นี้ทำให้ RISE มองว่า การพัฒนาผู้นำองค์กรไม่ควรเป็นการเรียนรู้เป็นครั้งคราว แต่ต้องเป็นระบบที่ช่วยให้ผู้บริหารได้รับมุมมองระดับโลกอย่างต่อเนื่อง และสามารถพัฒนาศักยภาพได้เร็วพอกับโลกที่เปลี่ยนไป

จึงเกิดความร่วมมือกับ Harvard ภายใต้โจทย์ดังกล่าว RISE จึงจับมือกับ Harvard Business Impact เปิดตัว HBR Spark ในประเทศไทย เพื่อเติมมุมมองระดับโลกให้ผู้บริหารไทยผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ระดับโลก

คุณสุมนาเปิดเผยว่า HBR Spark เข้ามาเปิดตัวในประเทศไทยเป็นประเทศที่ 3 ของภูมิภาค ต่อจากอินโดนีเซียและอินเดีย

HBR Spark คือระบบการเรียนรู้ดิจิทัลสำหรับผู้นำองค์กร

HBR Spark ถูกวางให้เป็นระบบการเรียนรู้ดิจิทัลสำหรับการพัฒนาผู้บริหารอย่างต่อเนื่อง แพลตฟอร์มนี้ออกแบบมาเพื่อแก้ Pain Point ของผู้บริหารระดับสูง โดยเฉพาะกลุ่มผู้นำระดับ N-1 และ N-2 ที่ไม่มีเวลามากพอสำหรับหลักสูตรระยะยาว

เมื่อผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ ระบบจะถามข้อมูลเบื้องต้น เช่น ตำแหน่ง หน้าที่ ความสนใจ และเป้าหมายการพัฒนา จากนั้น AI จะช่วยคัดเลือกเนื้อหาและออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ให้เหมาะกับผู้บริหารแต่ละคน โดยเนื้อหาถูกจัดให้อยู่ในรูปแบบที่เรียนรู้ได้สั้น กระชับ และต่อเนื่อง

ภายในแพลตฟอร์มมีคลังความรู้ระดับโลกจาก Harvard Business Review และ Harvard Business Publishing ประกอบด้วยบทความกว่า 21,000 ชิ้น วิดีโอกว่า 1,600 รายการ พอดแคสต์กว่า 1,750 รายการ HBR Case Studies กว่า 700 เคส Harvard Manage Mentor Lessons กว่า 200 บทเรียน Early Career Articles กว่า 800 ชิ้น Learning Pathways กว่า 250 เส้นทาง และ Tips อีกกว่า 90 รายการ

เนื้อหาหลักครอบคลุม 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ ภาวะผู้นำ การบริหารจัดการ กลยุทธ์ และเทคโนโลยี พร้อมฟีเจอร์ Leader Profile ที่ช่วยสร้างพิมพ์เขียวเฉพาะบุคคลสำหรับการพัฒนาภาวะผู้นำ โดยระบบสามารถแนะนำเนื้อหา เส้นทางการเรียนรู้ และเครื่องมือที่สอดคล้องกับจุดแข็ง เป้าหมายการพัฒนา และช่องว่างด้านทักษะของผู้ใช้งาน

แม้เนื้อหาหลักของ HBR Spark จะเป็นภาษาอังกฤษ แต่ผู้ใช้งานสามารถ Prompt เป็นภาษาไทย และระบบสามารถตอบกลับเป็นภาษาไทยได้ พร้อมแสดง Source Links ไปยัง HBR Assets เพื่อให้ผู้บริหารสามารถอ่านต่อหรือศึกษาลึกขึ้นได้

จุดต่างคือ RISE ไม่ได้ขายแพลตฟอร์ม แต่ฝังเข้าไปในกระบวนการเปลี่ยนผ่านองค์กร

ในเชิงโมเดลธุรกิจ RISE ยืนยันว่าไม่ได้ขาย HBR Spark เป็นแพลตฟอร์มเดี่ยว แต่จะนำ HBR Spark เข้าไป Bundle เป็น Value Added ให้กับองค์กรที่เป็นลูกค้าหรือพันธมิตรของ RISE อยู่แล้ว

คุณสุมนา กล่าวว่า แพลตฟอร์มนี้ไม่ได้ถูกวางเป็นคอร์สออนไลน์แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเปลี่ยนผ่านองค์กร ในเฟสแรก RISE จะเริ่มจากฐานลูกค้าเดิมกว่า 500 องค์กร ซึ่งมี Pool ผู้บริหารประมาณ 25,000 คน โดยตั้งเป้าที่จะ Onboard ให้ได้มากที่สุด ก่อนจะพิจารณาขยายไปยังกลุ่มอื่นในเฟสถัดไป

ความร่วมมือระหว่าง RISE และ Harvard มีระยะเวลา 3 ปี ซึ่ง RISE มองว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญในการเร่งสร้างระบบการเรียนรู้และการเปลี่ยนผ่านองค์กรให้เกิดผลลัพธ์จริง

Harvard ให้ความรู้ระดับโลก ส่วน RISE ทำให้เกิดผลลัพธ์จริง

คุณสุมนา กล่าวว่า จุดที่ทำให้ความร่วมมือระหว่าง RISE และ Harvard แตกต่างจากการนำแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์เข้ามาใช้ทั่วไป คือการวางบทบาทของทั้งสองฝ่ายอย่างชัดเจน

ฝั่ง Harvard เข้ามาเติมองค์ความรู้ระดับโลกผ่านงานวิจัย กรณีศึกษา และมุมมองจากเวทีโลก ขณะที่ RISE ทำหน้าที่เติมความเชี่ยวชาญด้านการเปลี่ยนผ่านองค์กร ทั้งในมิติของการลงมือทำ ความเข้าใจบริบทเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง

กล่าวอีกอย่างหนึ่ง Harvard นำองค์ความรู้ระดับโลกเข้ามา ส่วน RISE ทำหน้าที่แปลความรู้นั้นให้เชื่อมกับโจทย์จริงขององค์กรไทยและบริบทในภูมิภาค พร้อมทำหน้าที่เป็น PMO และผู้สร้างระบบนิเวศ ที่ช่วยเชื่อมผู้บริหารเข้ากับเครือข่ายเทคโนโลยี สตาร์ตอัป ผู้เชี่ยวชาญ และพันธมิตรที่เหมาะสม

“สิ่งที่ RISE ต้องการทำคือการนำมุมมองระดับโลกมารวมกับความสามารถของ RISE ในการทำงานด้านการเปลี่ยนผ่านองค์กร เพื่อให้ผู้บริหารไม่ได้เพียงเห็นภาพจากต่างประเทศ แต่สามารถนำมาปรับใช้กับบริบทขององค์กรตนเองได้จริง”

นพ.ศุภชัย กล่าวเสริมว่า การเรียนรู้อย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ เพราะการเพิ่ม 1% GDP ไม่สามารถเกิดขึ้นจากการเรียนออนไลน์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีโครงการเกิดขึ้นจริง ไม่ว่าจะเป็นโครงการเพิ่มประสิทธิภาพ หรือธุรกิจใหม่ที่เป็น New S-Curve

จากการเรียนรู้ สู่การลงมือทำ และผลลัพธ์จริง

บทบาทของ RISE ในความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่ได้อยู่ที่การนำแพลตฟอร์มจาก Harvard เข้ามาให้ผู้บริหารใช้งานเท่านั้น แต่คือการเชื่อมองค์ความรู้เข้ากับการลงมือทำจริง

นพ.ศุภชัย ปาจริยานนท์ CEO & Co-Founder ของ RISE
นพ.ศุภชัย ปาจริยานนท์ CEO & Co-Founder ของ RISE

นพ.ศุภชัยอธิบายว่า จุดแข็งของ RISE ไม่ใช่การเป็นองค์กรที่ลงไปสร้างเทคโนโลยีเองทั้งหมด แต่คือการเป็นผู้สร้างและเชื่อมระบบนิเวศ ที่พาองค์กรเข้าถึงคนหรือเทคโนโลยีที่เหมาะสมที่สุด

RISE มีเครือข่าย Technology Company ทั่วโลก รวมถึง AI Company จำนวนมากในเครือข่าย เมื่อองค์กรต้องการเปลี่ยนตัวเองเป็น AI First Company หรือใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน RISE สามารถทำหน้าที่เชื่อมโยงองค์กรเหล่านั้นเข้ากับผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ให้บริการที่เหมาะสม พร้อมทำหน้าที่ดูแลให้ความร่วมมือเกิดผลลัพธ์จริง

ถอดสูตรการลงทุนสไตล์ SeaX Ventures กับ “ศุภชัย ปาจริยานนท์”

บทบาทนี้ทำให้ RISE เป็น Powerhouse ของ Open Innovation Platform ที่นำสตาร์ตอัป เทคโนโลยี การเรียนรู้ และผู้บริหารเข้ามาอยู่ในระบบนิเวศเดียวกัน เพื่อเปลี่ยนการเรียนรู้ให้กลายเป็นการลงมือทำ และเป็นโครงการที่สร้างผลลัพธ์ได้จริงในองค์กร

ดังนั้น HBR Spark จึงเป็นก้าวแรกของความร่วมมือระหว่าง RISE และ Harvard โดยในระยะต่อไป หากโปรเจกต์เติบโตขึ้น RISE สามารถขยายความร่วมมือไปสู่การ Fly-in ทีมคณาจารย์ ศาสตราจารย์ หรือผู้เชี่ยวชาญจาก Harvard เข้ามาจัด Workshop, Round-table Discussion หรือทำงานร่วมกับผู้บริหารไทยโดยตรง รวมถึงเปิดโอกาสให้องค์กรไทยเชื่อมต่อกับ Frontier Research ระดับโลกของ Harvard ได้ในอนาคต

ความร่วมมือ 3 ปี กับพันธกิจ 1% GDP

สำหรับ RISE ความร่วมมือระยะ 3 ปีกับ Harvard จึงเป็นมากกว่าการเปิดตัวแพลตฟอร์มการเรียนรู้ใหม่ แต่เป็นอีกหนึ่งกลไกที่จะช่วยให้พันธกิจ 1% GDP ขยับเข้าใกล้ความจริงมากขึ้น

เพราะในมุมของ RISE การเพิ่มขีดความสามารถของผู้นำองค์กร คือจุดเริ่มต้นสำคัญของการทำให้การเปลี่ยนผ่านเกิดขึ้นจริงในระดับองค์กร และต่อยอดไปสู่ผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจในภาพใหญ่

HBR Spark ทำหน้าที่เติมมุมมองระดับโลกและระบบการเรียนรู้ต่อเนื่องให้กับผู้บริหาร ขณะที่ RISE ทำหน้าที่แปลงความรู้นั้นให้เชื่อมกับโจทย์จริงขององค์กร ผ่านความเชี่ยวชาญด้านการเปลี่ยนผ่านองค์กร การเรียนรู้จากประสบการณ์จริง และระบบนิเวศนวัตกรรมที่สั่งสมมา

ในโลกที่ AI ทำให้การเข้าถึงความรู้ไม่ใช่ข้อได้เปรียบอีกต่อไป ความสามารถในการเรียนรู้ ปรับตัว และเปลี่ยนความรู้ให้กลายเป็นการลงมือทำ อาจกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของการแข่งขัน ทั้งในระดับองค์กรและเศรษฐกิจ

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ไทยติด Top 50 Startup Ecosystem โลก ดันเศรษฐกิจใหม่

ManageEngine รุกไทย-อาเซียน ชูแพลตฟอร์ม Built From Scratch


×

Share

ผู้เขียน

Asina Pornwasin Avatar