Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

SheKnows ถอดสูตรธุรกิจรักษ์โลก กำไรและความยั่งยืนไปด้วยกัน

SheKnows ถอดสูตรธุรกิจรักษ์โลกกำไรและความยั่งยืนไปด้วยกัน

ท่ามกลางกระแสฟาสต์แฟชั่นที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ดึงดูดผู้บริโภคด้วยเสื้อผ้าตามเทรนด์ ราคาจับต้องได้ และการซื้อที่ง่ายเพียงไม่กี่คลิก SheKnows เลือกตั้งคำถามที่ไปไกลกว่าการทำแบรนด์แฟชั่นรักษ์โลกว่า ธุรกิจที่ใส่ใจโลกและสังคมจะอยู่รอด เติบโต และทำกำไรได้จริงหรือไม่

ธัญญรัตน์ ตรีสุรมงคลโชติ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ SHE KNOWS ขึ้นเวทีเสวนาในงาน Earth Jump 2026 เพื่อแบ่งปันบทเรียนจากการทำแบรนด์แฟชั่นรักษ์โลก ที่ต้องประคองทั้งความยั่งยืน กำไร กระแสเงินสด และการเติบโตทางธุรกิจไปพร้อมกัน เธอยอมรับว่าเคยเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาในอุตสาหกรรมแฟชั่น และเคยทำธุรกิจล้มเหลวมาก่อน จึงรู้ดีว่าธุรกิจไม่อาจขับเคลื่อนด้วยเจตนาดีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีรายได้ มีกำไร และดำเนินต่อไปได้ เพราะ SheKnows ไม่ใช่กิจการเพื่อสังคม และไม่ใช่องค์กรการกุศล สิ่งที่เธอต้องการพิสูจน์คือ ธุรกิจที่ใส่ใจโลกและสังคมสามารถเติบโตและทำเงินได้เช่นกัน

ต้นทุนที่ซ่อนอยู่ของฟาสต์แฟชั่น

คุณธัญญรัตน์ชี้ให้เห็นว่า เสื้อผ้าฟาสต์แฟชั่นไม่ได้มีราคาถูกอย่างที่หลายคนเข้าใจ โดยยกประโยคที่เธอชอบว่า “Fast fashion is not cheap, it is cheap because someone somewhere is paying the real price.”

ราคาที่ดูเหมือนถูกของฟาสต์แฟชั่นเกิดขึ้นเพราะมีใครบางคนแบกรับต้นทุนที่แท้จริงแทนผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรที่ต้องดมสารเคมีจากการปลูกฝ้ายให้โตเร็วพอกับความต้องการของตลาด เด็กอายุ 14 ปีที่ได้รับค่าแรงเดือนละ 6,500 บาท ไปจนถึงชุมชนที่ต้องอยู่ใกล้กองขยะเสื้อผ้าบริจาค ซึ่งมีปริมาณมากเกินกว่าคนบนโลกจะใส่ไหว และกลายเป็นกองขยะที่เผาไหม้ พร้อมปล่อยไมโครพลาสติกลงสู่ดินและแม่น้ำ สำหรับเธอ ปัญหาฟาสต์แฟชั่นจึงไม่ใช่เพียงเรื่องเสื้อผ้าราคาถูก แต่เป็นระบบที่ผลักต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อม แรงงาน และชุมชนไปให้คนอื่นเป็นผู้รับภาระ

SheKnows กับความเชื่อว่าโลกใบนี้คือบ้านหลังเดียว

SheKnows ย่อมาจาก She Knows There Is No Planet B หรือความเชื่อว่าโลกใบนี้คือบ้านหลังเดียวของมนุษย์ จุดเริ่มต้นของแบรนด์จึงมาจากความตั้งใจที่จะไม่เป็นส่วนหนึ่งของปัญหา แต่เป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา

คุณธัญญรัตน์เล่าว่า เธอต้องการสร้างแบรนด์แฟชั่นที่ลบภาพจำเดิมของสินค้าแฟชั่นรักษ์โลก ซึ่งมักถูกมองว่าเข้าถึงยาก หรือดูไม่ร่วมสมัย ให้กลายเป็นสินค้าที่คนรุ่นใหม่อยากใส่ เพราะหากคนรุ่นใหม่หันมาใช้สินค้ารักษ์โลกได้มากขึ้น คนกลุ่มนี้จะกลายเป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงในอนาคต SheKnows จึงให้ความสำคัญกับการเลือกใช้วัสดุที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด และผลิตสินค้า 100% ในประเทศไทย เพื่อสนับสนุนช่างฝีมือชาวไทย

ทำให้แฟชั่นรักษ์โลกเป็นเรื่องใกล้ตัว

เป้าหมายแรกของ SheKnows คือทำให้แฟชั่นรักษ์โลกเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น เพราะยิ่งมีคนเปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้ารักษ์โลกมากเท่าไร ก็ยิ่งช่วยลดส่วนแบ่งตลาดของฟาสต์แฟชั่นลงได้มากเท่านั้น คำถามสำคัญคือ ทำอย่างไรให้ผู้บริโภคเลือกสินค้ารักษ์โลกได้ โดยไม่ต้องแลกกับดีไซน์ คุณภาพ หรือราคาที่สูงเกินไป

สินค้าแฟชั่นรักษ์โลกจำนวนมากมักทำให้ลูกค้าต้องเลือก เช่น ดีไซน์ดี คุณภาพดี แต่ราคาสูง หรือดีไซน์ดี ราคาน่ารัก แต่คุณภาพไม่ตอบโจทย์การใช้งานจริง SheKnows จึงตั้งหลักกับการรักษาสมดุลระหว่างดีไซน์ คุณภาพ และราคา แม้การทำเช่นนี้ทำให้สัดส่วนกำไรบางลง แต่ช่วยให้ลูกค้าเปิดใจต่อสินค้ารักษ์โลกได้ง่ายขึ้น และทำให้แบรนด์ขยายส่วนแบ่งตลาดได้เร็วขึ้น

ธุรกิจรักษ์โลก 100% ไม่มีอยู่จริง

ประเด็นที่คุณธัญญรัตน์ย้ำอย่างชัดเจนคือ ธุรกิจรักษ์โลก 100% ไม่มีอยู่จริง หากรอให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบ ธุรกิจก็อาจไม่ได้เริ่มต้นเลย สำหรับ SheKnows การทำธุรกิจรักษ์โลกจึงไม่ใช่การประกาศว่าทุกอย่างสมบูรณ์แบบตั้งแต่วันแรก แต่เป็นการเริ่มจากสิ่งที่ทำได้ แล้วค่อย ๆ ปรับปรุงให้ดีขึ้น เธอเล่าว่าแบรนด์เริ่มต้นจากการเปลี่ยนผ้า แล้วพัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

ความท้าทายอยู่ที่การทำให้กำไรและความยั่งยืนเดินไปด้วยกัน เพราะหากธุรกิจไม่รอดและไม่มีกำไร ก็ไม่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกใด ๆ ได้

เลือกทางที่แย่น้อยที่สุดเพื่อให้ธุรกิจเดินต่อ

บางครั้งธุรกิจรักษ์โลกต้องเลือกทางที่แย่น้อยที่สุด ไม่ใช่ทางที่สมบูรณ์แบบที่สุด กรณีหนึ่งคือ SheKnows เคยออกกางเกงยีนผ้ารีไซเคิล 100% แต่เมื่อนำมาใช้งานจริงกลับเป็นขุย ซักแล้วเป็นขุย และลูกค้าใส่แล้วคัน จนสุดท้ายต้องทิ้งสินค้าทั้งล็อต

ต่อมาแบรนด์จึงเปลี่ยนมาใช้ผ้า Deadstock และย้อมด้วยระบบปิดที่ไม่ปล่อยน้ำเสียลงทะเล แม้ทางเลือกนี้อาจไม่ได้รักษ์โลกเท่าผ้ารีไซเคิล 100% แต่เหมาะกับสภาพตลาดและตอบโจทย์การใช้งานจริงของลูกค้ามากกว่า ขณะเดียวกัน วัสดุรักษ์โลกมีต้นทุนสูงกว่าวัสดุปกติ SheKnows จึงใช้โมเดลพรีออเดอร์เข้ามาช่วยลดต้นทุน ลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มกระแสเงินสดให้ธุรกิจ

เติบโตแบบ SME ต้องรู้ว่าความเสี่ยงอยู่ตรงไหน

เมื่อธุรกิจเริ่มอยู่รอด คำถามต่อมาคือจะเติบโตอย่างไร โดยเฉพาะในฐานะ SME ที่ไม่ได้มีเงินทุนหนาเหมือนแบรนด์ขนาดใหญ่ ก่อนลงทุนในโครงการใหม่ SheKnows จะประเมินสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดก่อนเสมอ หากยอดขายเป็นศูนย์ ธุรกิจจะรับได้หรือไม่ และความเสี่ยงนั้นคุ้มกับโอกาสที่จะได้รับหรือไม่

กรณีการแตกไลน์สินค้ากลุ่มกระเป๋า แบรนด์ประเมินแล้วว่า หากขายไม่ได้เลยก็อาจขาดทุน แต่ไม่ถึงขั้นทำให้ธุรกิจล้ม ขณะเดียวกัน หากประสบความสำเร็จ ก็จะเปิดหมวดสินค้าใหม่ให้กับแบรนด์ จึงตัดสินใจเดินหน้า ผลลัพธ์คือการเปิดหมวดสินค้ากระเป๋าช่วยสร้างยอดขายเติบโตจากปีก่อนได้เกือบ 200%

ใช้ B Corp พิสูจน์ความจริงใจ

สำหรับธุรกิจรักษ์โลก ความรักที่ลูกค้าให้กับแบรนด์ต้องแลกมาด้วยความจริงใจของแบรนด์เอง คุณธัญญรัตน์เล่าว่า เธอเคยพบสินค้าที่ติดป้ายว่าเป็น Sustainable Fashion แต่เมื่อสอบถามกลับพบว่าเป็นผ้าฝ้ายปกติ เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นหลายครั้งจากหลายแบรนด์ จนทำให้ SheKnows ตั้งคำถามว่าจะพิสูจน์ให้ลูกค้าเห็นได้อย่างไรว่า สิ่งที่แบรนด์สื่อสารเรื่องความยั่งยืนนั้นเป็นสิ่งที่ลงมือทำจริง

ด้วยเหตุนี้ SheKnows จึงตัดสินใจสมัคร B Corp เพื่อให้หน่วยงานภายนอกเข้ามาตรวจสอบ ยืนยัน และรับรองสิ่งที่แบรนด์ดำเนินการ โดย B Corp เป็นการรับรองสำหรับธุรกิจที่ดำเนินงานด้วยความรับผิดชอบต่อโลกและสังคม ไม่ได้มุ่งหวังเพียงผลกำไรทางธุรกิจเท่านั้น

ความมุ่งมั่นดังกล่าวทำให้ SheKnows กลายเป็นแบรนด์แฟชั่นสตรีไทยแบรนด์แรกที่ได้รับการรับรอง B Corp ปัจจุบันประเทศไทยมีบริษัทที่ได้รับการรับรองเพียง 13 บริษัท ขณะที่สิงคโปร์มี 64 บริษัท และสหราชอาณาจักรมีมากกว่า 200 บริษัท

สำหรับ SheKnows การได้รับ B Corp ไม่เพียงช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ แต่ยังช่วยให้ลูกค้าต่างประเทศเข้าใจตัวตนของแบรนด์ได้ง่ายขึ้น และเป็นอีกก้าวสำคัญในการขยายตลาดสู่ต่างประเทศ

สิ่งที่ SheKnows เรียนรู้จากการสร้างธุรกิจรักษ์โลก

จากบทเรียนทั้งหมด คุณธัญญรัตน์สรุปสิ่งที่ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญไว้ 4 เรื่อง เรื่องแรกคือ เริ่มลงมือทำ เพราะสิ่งที่คนอื่นทำไม่ได้ ไม่ได้แปลว่าเราทำไม่ได้ ธุรกิจสามารถคิดใหม่ สร้างสูตรใหม่ และไม่จำเป็นต้องยึดติดกับมาตรฐานเดิมของอุตสาหกรรมเสมอไป

เรื่องที่ 2 อย่าดูถูกผลลัพธ์ของการดีขึ้นทีละ 1% เพราะหากองค์กรพัฒนาดีขึ้นเพียงสัปดาห์ละ 1% หนึ่งปีก็เท่ากับดีขึ้น 52% และสองปีก็เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมอีกมาก เรื่องที่ 3 ประเมินสถานการณ์เลวร้ายที่สุด และถามตัวเองว่ารับความเสี่ยงนั้นได้หรือไม่ รวมถึงความเสี่ยงคุ้มกับโอกาสที่จะได้รับหรือเปล่า เรื่องสุดท้าย อย่าใช้ความยั่งยืนเป็นเพียงเครื่องมือทางการตลาด เพราะผู้บริโภคในปัจจุบันมีความรู้ ตระหนักรู้ และใส่ใจโลกจริง ๆ

คุณธัญญรัตน์กล่าวว่า เธออยากสนับสนุนให้ทุกคนทำสิ่งที่ถูกต้อง และเชื่อว่าธุรกิจที่มีเจตนาดีต่อโลก สังคม ทีมงาน และลูกค้า จะสามารถเติบโตได้อย่างงอกงามและยาวนาน

“เรามีโลกนี้แค่ใบเดียวนะคะ เพราะฉะนั้นคืออยากให้ลองนึกว่าโลกนี้มันเป็นบ้านของเรา วันนึงเราต้องตายไป ลูกหลานยังอยู่ คนที่เรารักยังอยู่ ระหว่างที่เรายังอยู่ในโลกใบนี้ ในบ้านหลังนี้เราจะไม่ซ่อมไฟ ซ่อมน้ำ ทาสีใหม่ให้ลูก ๆ หลาน ๆ ของเราเลยเหรอคะ”

สำหรับ SheKnows ความยั่งยืนจึงไม่ใช่เพียงแนวคิดสวยงาม แต่เป็นโจทย์ธุรกิจที่ต้องทำให้คนซื้อได้ ธุรกิจรอดได้ และโลกดีขึ้นได้พร้อมกัน

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

เดอะมอลล์ ชู AI-Powered Retail เปลี่ยน Traffic สู่ยอดขายด้วย Data และ AI

xTool วางไทยเป็นฐานอาเซียน ส่งเลเซอร์ AI หนุน SME ลุยตลาดคัสตอม

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar