Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

Instant Era เปลี่ยนเกมการตลาด เมื่อผู้บริโภคไม่รอแบรนด์ต้องเร็วให้ทัน

Instant Era เปลี่ยนเกมการตลาดเมื่อผู้บริโภคไม่รอแบรนด์ต้องเร็วให้ทัน

“อยากรู้ต้องได้รู้เดี๋ยวนี้ อยากสั่งของต้องได้ของเดี๋ยวนี้” กำลังกลายเป็นพฤติกรรมปกติของผู้บริโภคยุคใหม่ จนความเร็วไม่ใช่เพียงปัจจัยสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันอีกต่อไป แต่กลายเป็นความคาดหวังพื้นฐานที่ทุกแบรนด์ต้องตอบสนอง

เดชธนา ศิริวัฒน์ Business Development & Marketing Solutions Strategy Lead จาก LINE MAN Wongnai กล่าวในหัวข้อ “INSTANT ERA” Accelerate Intent with Instant Commerce เปลี่ยนทุกความต้องการซื้อ ให้กลายเป็นยอดขายได้ในทันที บนเวที Marketing Oops! Summit 2026 ว่า ผู้บริโภคยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ มีพฤติกรรมเสพติดความเร็ว หรือ Speed Obsessed มากขึ้น จนความเร็วกลายเป็นโจทย์สำคัญที่ทุกแบรนด์ต้องเร่งปรับตัวให้ทัน

จาก “รอได้” สู่ยุค “ต้องได้เดี๋ยวนี้”

คุณเดชธนาอธิบายว่า ความคาดหวังของผู้บริโภคต่อความเร็วในการจัดส่งเปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่อง จากสิบกว่าปีก่อนที่การสั่งของออนไลน์แล้วรอ2-3 วันยังถือว่าเร็วมาก ก่อนพัฒนาเป็นการสั่งวันนี้และได้รับของในวันถัดไป หรือ Next Day Delivery

ต่อมาในปี 2019 ตลาดขยับเข้าสู่การส่งเช้าได้เย็น หรือ Same Day Delivery ซึ่งถือเป็นขั้นสูงของการจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนในเวลานั้น แต่ปัจจุบันผู้บริโภคไม่ได้วัดความเร็วด้วยคำว่า “วันนี้” หรือ “พรุ่งนี้” อีกแล้ว หากเปลี่ยนมาใช้คำว่า “Now” หรือการสั่งตอนนี้และคาดหวังว่าจะได้รับสินค้าภายใน 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง

พฤติกรรมนี้เห็นได้ชัดในประเทศไทย ปัจจุบันคนไทยกว่า 54% ใช้งานแอปพลิเคชันบริการแบบ On-Demand ขณะที่การใช้บริการเหล่านี้เพื่อสั่งซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค หรือ Grocery สูงกว่าค่าเฉลี่ยของทั่วโลกถึง 2 เท่า

คุณเดชธนามองว่า การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคไม่ใช่ความท้าทายเพียงอย่างเดียว แต่เป็นโอกาสทางธุรกิจ เพราะทุกครั้งที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน มักนำไปสู่การเกิดขึ้นของตลาดใหม่ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่าผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างไร แต่คือแบรนด์จะเข้าไปคว้าโอกาสจากตลาด Instant Commerce ได้อย่างไร

Instant Commerce โอกาสใหม่ในวันที่ความเร็วเป็นมาตรฐาน

ในมุมของ LINE MAN Wongnai โอกาสของแบรนด์อยู่ในตลาด Instant Commerce หรือ Quick Commerce ซึ่งเข้ามาตอบโจทย์ช่องว่างระหว่างความหลากหลายของสินค้าและความเร็วในการจัดส่ง

คุณเดชธนาอธิบายว่า แอปพลิเคชันของรีเทลเลอร์มีข้อจำกัดด้านความหลากหลายของสินค้าและมักกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ขณะที่อีคอมเมิร์ซแบบดั้งเดิมมีข้อจำกัดในการขยับเข้าสู่การส่งสินค้าระดับนาที เพราะต้องใช้ต้นทุนด้านปฏิบัติการสูงมาก หากต้องขยายการครอบคลุมไปทั่วประเทศ

LINE MAN Wongnai จึงพัฒนา LINE MAN MART ให้ผู้ใช้เลือกซื้อสินค้าจากร้านค้า รีเทลเลอร์ หรือจุดกระจายสินค้าที่มีอยู่ทั่วประเทศ และให้ไรเดอร์เข้าไปรับสินค้าจากจุดเหล่านั้นเพื่อจัดส่งถึงผู้บริโภค

หัวใจสำคัญของ Instant Commerce คือโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับความต้องการแบบทันที โดย LINE MAN MART มีร้านค้าเครือข่ายและจุดกระจายสินค้ากว่า 15,000 แห่ง ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วไทย มีไรเดอร์ในระบบกว่า 100,000 คน และมีสินค้าบนแพลตฟอร์มมากกว่า 450,000 รายการ

จากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตลอดช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา LINE MAN MART มียอดขายรวม หรือ GMV เติบโตขึ้นประมาณ 10 เท่า โดยมุ่งจับโอกาสจากตลาดค้าปลีกมูลค่าระดับล้านล้านบาท จำนวนออเดอร์เติบโต 6 เท่า และยอดใช้จ่ายต่อบิลเพิ่มขึ้น 33%

ผู้ใช้งาน LINE MAN MART ยังมีพฤติกรรมซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มทุก 2 สัปดาห์ ซึ่งคุณเดชธนามองว่าเป็นพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เคยซื้อสินค้าออฟไลน์และเปลี่ยนช่องทางมาสั่งผ่านแอปพลิเคชันแทน โดยกลุ่มผู้ใช้มากกว่า 50% เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้ออยู่แล้ว

Unichi โต 28% ใน 2 สัปดาห์โดยไม่พึ่งคูปองลดราคา

อีกกรณีศึกษาที่คุณเดชธนายกขึ้นมา คือ Unichi  ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพที่ช่วยเรื่องระบบขับถ่ายสำหรับผู้ที่มีอาการแน่นท้อง ซึ่งนำ ACT Framework มาใช้โดยไม่พึ่งคูปองส่วนลด

Unichi  เริ่มจากการแจกสินค้าตัวอย่างกับร้านอาหารที่สอดคล้องกับพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย เช่น ร้านข้าวขาหมู และร้านหม่าล่า เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคที่มีโอกาสสนใจสินค้าสูง

จากนั้นแบรนด์ใช้ตำแหน่งการมองเห็นบนแพลตฟอร์ม เพื่อทำให้สินค้าปรากฏในจุดที่กลุ่มเป้าหมายมีโอกาสเห็นและซื้อมากที่สุด พร้อมให้ความสำคัญกับการบริหารสต็อกสินค้าในร้านค้าและรีเทลเลอร์เครือข่ายให้พร้อมรองรับคำสั่งซื้อ โดยไม่มีการใช้คูปองส่วนลด

ผลลัพธ์หลังจบแคมเปญ 2 สัปดาห์ คือ Unichi  มียอดขายเติบโต 28% ยอดออเดอร์เติบโต 30% และสามารถดึงดูดผู้ใช้งานใหม่เข้ามาสู่แบรนด์ ซึ่งเป็นฐานสำคัญในการสร้างมูลค่าต่อเนื่องในระยะยาว

เมื่อผู้บริโภคไม่รอ แบรนด์ก็ไม่ควรรอ

คุณเดชธนาสรุปว่า ผู้บริโภคไทยให้ความสำคัญกับความเร็วมากขึ้นอย่างชัดเจน และตลาด Instant Commerce คือโอกาสของแบรนด์ที่ต้องการสร้างการเติบโตในยุคที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป

ในขณะเดียวกัน วัฏจักรการตลาดก็สั้นลงอย่างมาก นักการตลาดและผู้นำธุรกิจไม่สามารถรอผลลัพธ์ระยะยาวเป็นปีได้เหมือนเดิม หลายแบรนด์ต้องทบทวนแผนการตลาดเป็นรายไตรมาส หรือแม้แต่รายเดือน

“วันนี้สิ่งที่เรารู้อยู่แล้วคือ Customer ของเรา ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มไหน เขาไม่รออีกต่อไปแล้ว เขาต้องการ Instant Gratification เขาอยากได้อะไรเขาต้องได้เดี๋ยวนี้ตอนนี้เท่านั้น คำถามผมคือแล้วเราจะรอทำไมครับ” คุณเดชธนากล่าว

เขาทิ้งท้ายว่า แบรนด์ควรเริ่มตอบสนองลูกค้าด้วยความเร็ว เพราะนี่คือปัจจัยที่จะทำให้แบรนด์ประสบความสำเร็จในยุคถัดไปของ Digital Commerce พร้อมเลือกโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสมต่อการเติบโต เพื่อสร้าง S Curve ใหม่ให้กับธุรกิจในยุค Instant Era

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

InsureX ชูแผนประกันองค์รวม ดันเบี้ยแตะหมื่นล้านในปี 2573

ตัด ยืดหยุ่น กระจายความเสี่ยง: 3 กลยุทธ์ TCP ฝ่าโลกผันผวน

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar