Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

Human AI Harmony: ‘วรวัจน์ สุวคนธ์’ ชู 3 กลยุทธ์ปรับองค์กรรับมือ AI พลิกโฉมการทำงาน

Human AI Harmony: วรวัจน์ สุวคนธ์ ชู 3 กลยุทธ์ปรับองค์กรรับมือ AI พลิกโฉมการทำงาน

การเข้ามาของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังสร้าง “จุดเปลี่ยน” ครั้งใหญ่ให้กับโลกการทำงาน ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนแปลงเครื่องมือหรือกระบวนการทำงาน แต่คือการปรับโครงสร้างครั้งสำคัญที่ทุกองค์กรต้องเผชิญ

วรวัจน์ สุวคนธ์ Chief People Officer ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และ นายก สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย กล่าวในหัวข้อ Human AI Harmony AI Changes Work Humans Create Value ว่า องค์กรต้องออกแบบการทำงานใหม่เพื่อหาจุดสมดุลระหว่างสิ่งที่ AI ทำได้ดีและคุณค่าที่มนุษย์เท่านั้นที่สร้างได้ โดยชี้ให้เห็นว่าการปรับตัวในยุคนี้ไม่ใช่ทางเลือกแต่เป็นความจำเป็นที่ทุกฝ่ายในองค์กรต้องมีส่วนร่วม ตั้งแต่ผู้นำองค์กร HR และพนักงานทุกระดับ

สถิติสะท้อน AI ไม่ใช่กระแสชั่วคราว ผู้บริหารระดับสูงให้ความสำคัญ

คุณวรวัจน์เปิดเผยข้อมูลจากงาน HR TECH ในปีดังกล่าวว่ามีผู้เข้าร่วมงานกว่า 10,000 คน โดยพบว่า 1 ใน 2 ของผู้ร่วมงานเป็นระดับผู้จัดการขึ้นไป 1 ใน 7 เป็นระดับซี-สูทหรือไดเรกเตอร์ และ 2 ใน 3 มาจากองค์กรขนาดใหญ่ที่มีพนักงานมากกว่า 200 คน

“คนที่มางานไม่ได้มาแค่เรียนรู้ แต่มาเพื่อนำเทคโนโลยีไปสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นจริงในองค์กร”

สถิตินี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริหารระดับสูงให้ความสำคัญกับการนำ AI มาใช้ในองค์กรอย่างจริงจัง พวกเขาคือผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจและกำลังมองหาแนวทางในการขับเคลื่อนองค์กรด้วยเทคโนโลยีนี้

ผู้นำองค์กร: กลยุทธ์นำหน้าเทคโนโลยีและสร้างวัฒนธรรมเชิงบวก

คุณวรวัจน์กล่าวว่า ผู้นำองค์กรมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางและสร้างสมดุล โดยเสนอ 4 ประเด็นที่ผู้นำต้องให้ความสำคัญ

ประเด็นแรก คือ “กลยุทธ์ต้องมาก่อน” AI เป็นเพียงเทคโนโลยีที่มาช่วยสนับสนุนกลยุทธ์ องค์กรต้องเริ่มจากการตั้งเป้าหมายทางธุรกิจก่อน แล้วจึงหาว่า AI จะเข้ามาช่วยตอบโจทย์นั้นได้อย่างไร ไม่ใช่เริ่มที่เทคโนโลยีแล้วค่อยหาเป้าหมายภายหลัง

ประเด็นที่ 2 คือ การสร้างวัฒนธรรมเชิงบวกกับ AI ผู้นำต้องสื่อสารให้พนักงานเข้าใจว่า AI ไม่ได้มาแย่งงาน แต่มาเป็นตัวช่วยหรือเพื่อนร่วมงานที่ทำให้งานง่ายและมีประสิทธิภาพขึ้น เพื่อลดความกังวลใจของบุคลากร

ประเด็นที่ 3 คือ การรักษาสมดุลระหว่างประสิทธิภาพการผลิตและสุขภาวะของพนักงาน ขณะที่นำ AI มาเร่งผลผลิต ผู้นำต้องไม่ลืมใส่ใจสภาวะจิตใจ สุขภาพ และความผูกพันของพนักงานซึ่งเป็นหัวใจหลักของธุรกิจ

ประเด็นสุดท้าย คือ การสร้างความคล่องตัวและมุ่งสู่ระบบทักษะ ความได้เปรียบไม่ได้อยู่ที่ใครมีเทคโนโลยีดีที่สุด เพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงทุกวัน แต่อยู่ที่ความคล่องตัวในการนำมาใช้และการตัดสินใจที่รวดเร็ว

คุณวรวัจน์ เสนอว่าองค์กรควรปรับลดขั้นตอนการอนุมัติที่ยุ่งยาก โดยให้ AI เข้ามาช่วยตัดสินใจในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แทน แล้วเก็บเรื่องที่สลับซับซ้อนไว้ให้มนุษย์เป็นผู้พิจารณา เพื่อให้วิถีการทำงานขององค์กรรวดเร็วและยืดหยุ่นขึ้น

โลกยุคใหม่จะไม่สนใจว่าจบอะไรมา หรือเคยมีตำแหน่งอะไร แต่มุ่งเน้นไปที่ทักษะที่จำเป็นต่ออนาคต

HR สู่บทบาทสถาปนิกองค์กร ยุติการใช้คำบรรยายลักษณะงานแบบเดิม

คุณวรวัจน์กล่าวว่า HR จะต้องเข้ามามีบทบาทหลักในการช่วยผู้บริหารสูงสุดขับเคลื่อนองค์กร โดยมีหน้าที่ 4 ประการ

บทบาทแรกคือการเป็น “สถาปนิกออกแบบองค์กร” โดย HR ต้องนำกระบวนการทำงานทั้งหมดมากางดู แล้วแยกว่าส่วนใด AI ควรทำ 100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนใดมนุษย์ต้องทำ 100 เปอร์เซ็นต์ และส่วนใดที่มนุษย์กับ AI ต้องทำร่วมกัน

เมื่อ AI เข้ามาทำงานแทนคน โครงสร้างงานจะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ส่งผลให้ “คำบรรยายลักษณะงานจะไม่มีอีกต่อไป และการประเมินค่างานแบบเดิมก็จะล้าสมัย” HR จึงต้องเร่งปรับระบบการจ้างงาน การประเมินผล และการจ่ายค่าตอบแทน ให้ไปผูกกับทักษะที่ต้องการในอนาคตแทน

บทบาทที่ 2 คือ การสร้างแพลตฟอร์มการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง หมายถึง ไม่ใช่แค่เรื่อง AI แต่ต้องเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตที่อาจเกิดขึ้น โดยองค์กรที่เรียนรู้ได้เร็วกว่าคือผู้ชนะ

บทบาทที่ 3 คือ การบริหารการเปลี่ยนแปลงเป็นหัวใจหลัก HR ต้องทำให้พนักงานมองการเปลี่ยนแปลงเป็นโอกาสเชิงบวก มากกว่ามองเป็นข้อจำกัดหรืออุปสรรค

บทบาทสุดท้าย คือ การปกป้องและรักษาคุณค่าความเป็นมนุษย์ HR ต้องเป็นผู้คอยย้ำเตือนองค์กรและผู้นำว่า ท้ายที่สุดแล้วความเข้าอกเข้าใจ และคุณธรรมยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการทำงาน

การเรียนรู้ต่อเนื่องสู่เป้าหมายกำลังแรงงานที่ปรับตัวได้ทุกสถานการณ์

คุณวรวัจน์กล่าวว่า การสร้างวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ไม่ได้ทำไปเพื่อรับมือกับ AI เพียงอย่างเดียว แต่เพื่อรับมือกับวิกฤติอื่น ๆ ในอนาคต เช่นที่เคยเจอในช่วงโควิด-19

เป้าหมายสูงสุดของการผสานมนุษย์เข้ากับ AI คือการทำให้องค์กรมี “กำลังแรงงานที่ปรับตัวได้ทุกสถานการณ์” นั่นคือมีความพร้อม ยืดหยุ่น และสามารถเอาตัวรอดจากการเปลี่ยนแปลงได้ในทุกสภาวการณ์

พนักงานทุกวัย: ใช้ AI เป็นครูแนะแนวและยกระดับคุณค่าความเป็นมนุษย์

คุณวรวัจน์กล่าวว่า พนักงานไม่ว่าจะมีอายุหรือประสบการณ์เท่าใด ต่างต้องปรับตัว โดยมีหลัก 3 ข้อ

ประการแรก คือ การสร้างนิสัยการใช้ AI วันละ 5-10 นาที ให้พนักงานเข้าไปบอก Chat GPT หรือ Gemini ว่า “เราทำหน้าที่อะไร มีบทบาทและเป้าหมายอย่างไรในองค์กร” แล้วให้ AI แนะนำกลับมาว่าเราควรจะเรียนรู้เครื่องมือ AI ตัวไหนมากที่สุด

    นี่เป็นวิธีเริ่มต้นที่ง่ายและตรงจุด โดยเฉพาะกับพนักงานรุ่นพี่ที่ไม่ได้เติบโตมากับเทคโนโลยี AI เหมือนเด็กรุ่นใหม่

    ประการที่ 2 คือ การยกระดับสิ่งที่คนทำได้ดีกว่า AI คุณวรวัจน์กล่าวว่า AI จะเข้ามาทำงานด้านความเร็วและปริมาณ มนุษย์จึงต้องลับคมทักษะของตนเองให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เช่น การฟังอย่างลึกซึ้ง ความคิดสร้างสรรค์ และการตัดสินใจในเรื่องที่ซับซ้อน

    ประการที่ 3 คือ การกระหายการเรียนรู้และต้องสนุกกับงานพนักงานต้องพร้อมลองผิดลองถูกและเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ตลอดเวลา และที่สำคัญคือต้องมีความสุขและสนุกไปกับการสร้างความแตกต่างหรือสร้างคุณค่าให้กับผู้อื่นและสังคม

    คุณวรวัจน์กล่าวสรุปว่าเป้าหมายสูงสุดคือการสร้าง “ความกลมกลืน” โดยนำจุดแข็งของมนุษย์ เช่น ความเห็นอกเห็นใจและการตัดสินใจเชิงจริยธรรม มารวมกับความเก่งกาจของ AI การผสมผสานนี้จะเป็นสูตรสำเร็จที่ช่วยสร้างนวัตกรรม ทำให้องค์กรรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้ทุกรูปแบบ และเติบโตได้อย่างยั่งยืนในอนาคต

    การปรับตัวในยุค AI ไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีมาใช้ แต่คือการปรับเปลี่ยนวิธีคิด โครงสร้างองค์กร และบทบาทของมนุษย์ในการทำงาน ตั้งแต่ผู้นำที่ต้องปรับกลยุทธ์และวัฒนธรรม เอชอาร์ที่ต้องเปลี่ยนระบบงานสู่ฐานทักษะ และพนักงานทุกคนที่ต้องเรียนรู้และยกระดับคุณค่าความเป็นมนุษย์ของตนเอง ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ องค์กรที่สามารถสร้างความกลมกลืนระหว่างมนุษย์และ AI ได้ จะเป็นองค์กรที่อยู่รอดและเติบโตได้ในระยะยาว

    ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

    JAS Asset ชูโมเดล Mixed-Use Community Mall รับ Longevity Trend

    ททท. จับมือ AirAsia MOVE ดึงฐานข้อมูล 25 ปี ดันท่องเที่ยวไทยสู่ยุค Intelligent Data

    ×

    Share

    ผู้เขียน

    Sona Satta Avatar