Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

ททท. จับมือ AirAsia MOVE ดึงฐานข้อมูล 25 ปี ดันท่องเที่ยวไทยสู่ยุค Intelligent Data

ททท. จับมือ AirAsia MOVE ดึงฐานข้อมูล 25 ปี ดันท่องเที่ยวไทยสู่ยุค Intelligent Data

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ลงนามบันทึกความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระยะ 3 ปีกับ AirAsia MOVE มุ่งนำฐานข้อมูลพฤติกรรมนักเดินทางระดับภูมิภาคที่มีผู้ใช้งานกว่า 17 ล้านรายต่อเดือน บูรณาการร่วมกับระบบข้อมูลของ ททท. เพื่อยกระดับการวิเคราะห์ตลาดท่องเที่ยวเชิงลึก ขยายผลสู่การกระจายนักท่องเที่ยวสู่เมืองรอง และผลักดันผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) ขึ้นสู่แพลตฟอร์มออนไลน์

พิธีลงนามในครั้งนี้เป็นการขับเคลื่อนในระดับนโยบายองค์กร นำโดยผู้บริหารระดับสูงของทั้งสองหน่วยงาน ได้แก่ ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. และนาเดีย โอมาร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AirAsia MOVE พร้อมด้วยพยานร่วมลงนาม ได้แก่ นรินทร์ ทิจะยัง ผู้อำนวยการฝ่ายดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศ ททท. และ ฉัททันต์ กุญชร ณ อยุธยา Head, Country Representative (Thailand) AirAsia MOVE

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้คือกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนแนวคิด “Platform Economy” ซึ่งเป็นหนึ่งในห้าเสาหลักของยุทธศาสตร์ Amazing 5 Economy ของ ททท. โดย AirAsia MOVE จะเข้ามาช่วยเชื่อมต่อประสบการณ์การเดินทางระหว่างโลกออนไลน์และออฟไลน์ พร้อมทั้งนำข้อมูลเชิงลึกของนักเดินทางมาสนับสนุนการท่องเที่ยวทั้งในเมืองหลัก เมืองรอง รวมถึงเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก (UNESCO Creative Cities) และแหล่งท่องเที่ยวสีเขียว เพื่อวางรากฐานสำหรับการขยายผลความร่วมมือในมิติต่าง ๆ ต่อไปในอนาคต

ศักยภาพด้านข้อมูลและโครงข่ายของ AirAsia MOVE

ปัจจุบัน AirAsia MOVE ได้ยกระดับแพลตฟอร์มสู่รูปแบบ One Stop Service ที่ครอบคลุมบริการสายการบินพันธมิตรกว่า 700 แห่ง ที่พักกว่า 1 ล้านแห่ง ประกันภัยการเดินทาง สินค้าปลอดภาษี ตลอดจนบัตรคอนเสิร์ต โดยมีผู้ใช้งานระดับภูมิภาคกว่า 17 ล้านรายต่อเดือน

จุดเด่นสำคัญของความร่วมมือนี้คือ มูลค่าของข้อมูลเชิงลึกที่แพลตฟอร์มสะสมมาตลอดระยะเวลา 25 ปี ซึ่งครอบคลุมทั้งด้านความสนใจ จุดหมายปลายทาง และรูปแบบการเดินทาง โดยข้อมูลเหล่านี้จะนำมาแลกเปลี่ยนกับ ททท. โดยตรงเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว นอกจากนี้ แพลตฟอร์มยังได้นำระบบ Conversational Commerce และผู้ช่วยอัจฉริยะระบบ AI “AskBo” มาใช้ปรับปรุงประสบการณ์การเดินทางของผู้บริโภคให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

Travel Insights: เจาะ 7 เทรนด์พฤติกรรมนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2569

จากข้อมูล Travel Insights ของ AirAsia MOVE ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 พบพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าสู่ประเทศไทยในหลากหลายมิติ ดังนี้:

  • กลุ่มตลาดหลักและช่วงอายุ: ตลาดหลักยังคงเป็นภูมิภาคเอเชีย ได้แก่ มาเลเซีย อินเดีย จีน และอินโดนีเซีย โดยกลุ่มประชากรหลักที่ขับเคลื่อนการจองคือกลุ่ม Millennials และ Gen Z (ช่วงอายุ 30-39 ปี)
  • การเติบโตของ Solo Travel: สัดส่วนการจองถึง 59.57% เป็นการเดินทางคนเดียว ซึ่งเป็นตัวเลขสำคัญต่อการนำไปออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการทางการท่องเที่ยว
  • พฤติกรรมจำแนกรายตลาด:
    • อินเดีย: เป็นตลาดที่สร้างรายได้ต่อการจองสูงที่สุด เนื่องจาก 43% เดินทางเป็นครอบครัวหรือกลุ่มขนาดใหญ่ และพำนักระยะยาวประมาณ 7-15 วัน
    • อินโดนีเซีย: มีอัตราความภักดีต่อแพลตฟอร์มสูงถึง 73.4% โดยมีสัดส่วนการเดินทางเป็นคู่คิดเป็น 24.71%
    • สหรัฐอเมริกา: นักท่องเที่ยวประมาณ 32% เป็นกลุ่มผู้สูงอายุ (อายุ 50 ปีขึ้นไป) และสัดส่วน 77% นิยมจองการเดินทางแบบไป-กลับ (Round Trip)
    • เอเชียตะวันออก (จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน): เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง แต่มีระยะเวลาพำนักเฉลี่ยไม่เกิน 5 วัน ซึ่งเป็นโจทย์ของ ททท. ในการเพิ่มจำนวนวันพำนักเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจ

Platform Economy ภายใต้ยุทธศาสตร์ Amazing 5 Economy

นรินทร์ ทิจะยัง ผู้อำนวยการฝ่ายดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศ ททท. อธิบายว่า ยุทธศาสตร์ “Amazing 5 Economy” ประกอบด้วย 5 เสาหลัก ได้แก่:

  1. Life Economy: การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและเวลเนส (Wellness)
  2. Night Economy: เศรษฐกิจการท่องเที่ยวภาคค่ำคืน
  3. Subculture Economy: วัฒนธรรมย่อยและการท่องเที่ยวเชิงความเชื่อ
  4. Platform Economy: การขับเคลื่อนผ่านระบบดิจิทัลและฐานข้อมูล
  5. Circular Economy: การบริหารจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

ในมิติของ Platform Economy ททท. มุ่งปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานจากการวิเคราะห์เชิงพรรณนา (Descriptive Analytics) ที่อธิบายเหตุการณ์ในอดีต ไปสู่การวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ (Predictive Analytics) และการวิเคราะห์เชิงแนะนำ (Prescriptive Analytics) เพื่อกำหนดแนวทางส่งเสริมการตลาดในระดับบุคคล (High Personalization)

เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว ททท. ได้บูรณาการข้อมูลจาก 4 แหล่งหลัก ประกอบด้วย ข้อมูลสาธารณะ (Public Data), ข้อมูลการซื้อขายและการจอง, ข้อมูลเชิงพาณิชย์จากพันธมิตร AirAsia MOVE และข้อมูลจากสำนักงาน ททท. ทั่วโลก ซึ่งแหล่งข้อมูลสุดท้ายนี้ช่วยให้ ททท. สามารถติดตามพฤติกรรมและแนวโน้มของนักท่องเที่ยวได้ตั้งแต่ต้นทางก่อนออกเดินทางจากประเทศบ้านเกิด

เป้าหมายปลายทาง: ยกระดับ SMEs และกระจายรายได้สู่เมืองรอง

เป้าหมายสูงสุดของแผนความร่วมมือระยะ 3 ปีนี้ คือการยกระดับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ของไทยให้เข้าสู่ระบบออนไลน์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันกับแพลตฟอร์มต่างชาติ ตลอดจนการขับเคลื่อนนโยบายการท่องเที่ยวเมืองรอง ซึ่งจะบรรลุผลได้ผ่านการคมนาคมที่สะดวกและการทำการตลาดที่แม่นยำควบคู่กัน

ทางด้าน AirAsia MOVE จะใช้เทคโนโลยีและระบบรีวิวกิจกรรมรวมถึงร้านอาหารท้องถิ่นภายในแอปพลิเคชันเป็นเครื่องมือช่วยดึงดูดให้นักท่องเที่ยวพำนักในเมืองรองนานขึ้น โดยอาศัยข้อมูลแบบเรียลไทม์เพื่อประกอบการตัดสินใจของนักเดินทาง

นาเดีย โอมาร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AirAsia MOVE กล่าวเพิ่มเติมว่า แพลตฟอร์มพร้อมสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกเพื่อเปลี่ยนความต้องการเดินทางให้เป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวที่เข้าถึงง่ายและไร้รอยต่อ ภายใต้วิสัยทัศน์ “Everyone Can Travel” มุ่งหมายให้ทุกภาคส่วนในห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ตั้งแต่นักเดินทาง ผู้ประกอบการรายย่อย จนถึงชุมชนท้องถิ่น ได้รับประโยชน์ร่วมกันในระบบนิเวศการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน

ทั้งนี้ ตัวชี้วัดความสำเร็จที่แท้จริงในกรอบเวลา 3 ปีข้างหน้า จะมุ่งวัดผลที่ความสามารถในการสร้างรายได้ของผู้ประกอบการท้องถิ่นในเมืองรอง อัตราการกระจายตัวของนักท่องเที่ยวออกจากเมืองหลัก และการเข้าถึงประสบการณ์การท่องเที่ยวอย่างเท่าเทียมตามวิสัยทัศน์ที่กำหนดไว้

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

เซ็นทรัลพัฒนา-อิคาโน่ กางมาสเตอร์แพลน ‘เมกาซิตี้’ 7 หมื่นล้าน พลิกโฉมกรุงเทพฯ ตะวันออก

AI เริ่มต้นที่คน: ทรู คอร์ปอเรชั่น ปรับโครงสร้าง HR รับมือการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI

×

Share

ผู้เขียน

Sona Satta Avatar