Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

เมื่อชีวิตไม่ใช่ของเราแล้ว? ‘นิ้วกลม’ ชี้ทางกลับมาเป็นเจ้าของชีวิตด้วย ‘จตุร Control’

เมื่อชีวิตไม่ใช่ของเราแล้ว? ‘นิ้วกลม’ ชี้ทางกลับมาเป็นเจ้าของชีวิตด้วย 'จตุร Control'

ในยุคที่โลกหมุนไวและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งเทคโนโลยี เศรษฐกิจ และสังคม หลายคนอาจรู้สึกเหมือนเป็นมดตัวเล็ก ๆ ท่ามกลางพายุที่ควบคุมอะไรไม่ได้เลย

ความปั่นป่วนนี้ย้อนกลับมาสู่คำถามสำคัญว่า “ชีวิตยังเป็นของเราอยู่หรือไม่?” ในเมื่อกิจวัตร ความคิด หรือการตัดสินใจของเรา มักถูกป้อนและชักจูงโดยอัลกอริทึมและโซเชียลมีเดียจนหลงลืมเจตนารมณ์ที่แท้จริง

เพื่อทวงคืนความเป็นเจ้าของชีวิต สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ หรือ “นิ้วกลม” ได้เสนอแนวคิด “จตุร Control” 4 สิ่งที่เราควบคุมได้เอง โดยที่โลกไม่มีวันแย่งชิงไป

Attention: ทรัพยากรมีค่าที่สุดในยุคข้อมูลล้น

คุณสราวุธกล่าวว่า ทรัพยากรที่มีค่าและหาได้ยากที่สุดในปัจจุบันไม่ใช่ข้อมูลหรือน้ำมัน แต่คือ “ความสนใจ” ของมนุษย์

“โลกและโซเชียลมีเดียพยายามแย่งชิงความสนใจของเราตลอดเวลา ผ่านการแจ้งเตือนและกระแสดราม่าต่าง ๆ ทำให้สมาธิของเรากระจัดกระจาย หากเราปล่อยให้สิ่งอื่นมากำหนดสิ่งที่เราดูหรือฟัง ก็เท่ากับเราปล่อยให้คนอื่นมาขับพวงมาลัยชีวิตแทนเรา”

คุณสราวุธเสนอว่า การเลือกที่จะจดจ่อด้วยตนเองเป็นสิ่งสำคัญ การมีสมาธิจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างลึกซึ้งและยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นการจดจ่อกับงานศิลปะ การอ่านหนังสือ หรือแม้แต่การดื่มด่ำกับการกินหมูกระทะอย่างตั้งใจ จะช่วยปลดล็อกจากความกังวล ทำให้จิตใจสงบ และเป็นอิสระจากโลกที่วุ่นวาย

Meaning: การสร้างความหมายด้วยการเล่าเรื่อง

ในยุคที่โลกพยายามยัดเยียดความหมายของ “ความสำเร็จ” ผ่านตัวชี้วัดทางวัตถุและตำแหน่งทางสังคม คุณสราวุธเห็นว่า มนุษย์สามารถสร้างความหมายของชีวิตเองได้ โดยเฉพาะผ่านการเล่าเรื่อง (Storytelling)

คุณสราวุธยกตัวอย่างประสบการณ์ส่วนตัว ที่ประสบอุบัติเหตุจนต้องผ่าตัดเข่าและกล้ามเนื้อขาลีบหายไป เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกแย่อย่างมาก แต่เขาเลือกที่จะสร้างความหมายใหม่ให้กับเหตุการณ์นั้นด้วยการตั้งแฮชแท็ก “#จากติดลบจนจบ” เพื่อเป็นแรงผลักดันให้ทำกายภาพบำบัดอย่างจริงจัง จนในที่สุดก็สามารถกลับไปวิ่งมาราธอนได้สำเร็จ

“เราทุกคนควรสร้างเรื่องราวในแบบของตัวเอง โดยไม่ต้องไปเปรียบเทียบกับเงื่อนไขที่โลกหรือคนอื่นตั้งไว้” คุณสราวุธกล่าว

Ambition: แยกแยะเป้าหมายที่แท้จริงออกจากเสียงปรบมือ

คุณสราวุธกล่าวว่า ทุกคนมีความทะเยอทะยาน แต่ปัญหาคือบางครั้งเรามุ่งเป้าไปหาสิ่งที่ไม่ได้มาจากความต้องการจริงๆ แต่เป็นเพราะสังคมบอกว่ามันดี หรือเพื่อแสวงหาการยอมรับและเสียงปรบมือจากคนอื่น

“การอยากเขียนหนังสือให้ออกมาดีคือเป้าหมายที่แท้จริง แต่การอยากให้คนแชร์เยอะ ๆ อาจไม่ใช่” “การอยากมีสุขภาพดีคือเป้าหมายที่ดี แต่การต้องฝืนปั้นซิกซ์แพ็กทั้งที่ตัวเองชอบกินช็อกโกแลต อาจไม่ใช่เป้าหมายที่เหมาะกับเรา”

คุณสราวุธชี้ให้เห็นว่า การพุ่งเป้าไปที่เส้นทางที่ผิดจะทำให้เราสูญเสียทั้งเวลาและพลังงาน จึงต้องแยกให้ออกว่าเป้าหมายใดคือสิ่งที่เราต้องการจริงๆ

Micro Ikigai: ความสุขเล็กๆ ที่ทำให้อยากลืมตาตื่น

ในเวลาที่โลกภายนอกมีความเครียดและวุ่นวายเกินควบคุม คุณสราวุธเสนอว่า เราไม่จำเป็นต้องหมกมุ่นอยู่กับเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่เสมอไป แต่สามารถหล่อเลี้ยงจิตใจได้ด้วย “อิคิไกจิ๋ว” หรือความสุขเล็ก ๆ ที่รอคอยอยู่ในแต่ละวัน

เขาเล่าถึงเพื่อนผู้บริหารที่เคยหมดไฟและหาทางออกให้ชีวิตไม่เจอ แต่กลับมารู้สึกอยากมีชีวิตอยู่ต่อเพียงเพราะได้กินขนม “โตเกียวบานาน่า” ที่อร่อยมาก ๆ

สำหรับเขาเอง อิคิไกจิ๋วอาจเป็นการรู้ว่ามีแมวรออยู่ที่บ้าน การได้ดูฟุตบอลทีมโปรดเตะ การได้กินของอร่อย หรือการวางแผนทริปท่องเที่ยวเล็ก ๆ กับครอบครัว

“การมีสิ่งเล็ก ๆ ให้เฝ้ารอแบบนี้ จะเป็นเหตุผลและของขวัญที่ทำให้เราอยากตื่นขึ้นมาในทุก ๆ วัน” คุณสราวุธกล่าว

บทสรุป: การควบคุมชีวิตในโลกที่ปั่นป่วน

คุณสราวุธกล่าวว่า การคาดหวังว่าจะสามารถควบคุมได้ทุกอย่างเพื่อให้ชีวิตมีความสุขนั้นไม่จำเป็น เพียงแค่สามารถรักษาและควบคุม 4 สิ่งนี้ได้ คือ ความสนใจ ความหมายในชีวิต เป้าหมายที่แท้จริง และความสุขเล็ก ๆ ในแต่ละวัน ก็จะสามารถกลับมาเป็นเจ้าของชีวิตตนเอง และรับมือกับโลกที่ปั่นป่วนได้

แนวคิดดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า ท่ามกลางโลกที่ไม่สามารถควบคุมได้ มนุษย์ยังคงมีทางเลือกในการออกแบบชีวิตของตนเองผ่านการควบคุมสิ่งที่อยู่ภายใน มากกว่าการพยายามควบคุมสิ่งที่อยู่ภายนอก

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

CTC 2026 จาก 70 คน สู่พารากอน เมื่อ AI ย่อเวลาสร้างแอป 2 เดือนให้เหลือ 2 วัน

จงเป็นเช่นลุงเสรี: นิยามความมั่งคั่งใหม่ ที่เงินซื้อไม่ได้

×

Share

ผู้เขียน

Sona Satta Avatar