กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดพิธีมอบรางวัลเชิดชูเกียรติหน่วยงานดีเด่น “Traffy Fondue: City Transformers Awards” เพื่อยกย่องหน่วยงานที่มีผลงานประยุกต์ใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล Traffy Fondue ในการให้บริการประชาชนและแก้ไขปัญหาเมือง โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. และศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. ร่วมงาน
ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. กล่าวว่า แพลตฟอร์ม Traffy Fondue ได้เปลี่ยนกระบวนทัศน์การบริหารจัดการเมือง ลดข้อจำกัดด้านการสื่อสารและการติดตามผล โดยการแก้ไขปัญหากายภาพ เช่น ไฟส่องสว่าง ถนน หรือขยะ สามารถสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม ช่วยลดต้นทุนเวลา ลดความสูญเสีย และเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ แพลตฟอร์มดังกล่าวทำหน้าที่เชื่อมโยงประชาชนและหน่วยงานรัฐ โดยอาศัยเทคโนโลยีและ Big Data มีโครงสร้างพื้นฐานรองรับการประมวลผลข้อมูล และมีการออกแบบอินเตอร์เฟซให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงบริการของรัฐได้อย่างเท่าเทียม
รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. กล่าวต่อว่า ในฐานะผู้กำกับดูแล สวทช. ขอแสดงความชื่นชมความมุ่งมั่นของ 22 จังหวัดใหม่ที่มีการขยายการใช้งาน Traffy Fondue ครบทุกส่วนราชการ รวมถึงหน่วยงานที่มียอดรับแจ้งเหตุตั้งแต่หลักแสนเรื่องไปจนถึงระดับล้านเรื่องของกรุงเทพมหานคร
–Traffy Fondue ใช้ความสามารถ AI บริหารจัดการ ‘เรื่องแจ้งปัญหา’ เอาใจผู้ใช้งาน
รางวัลเชิดชูเกียรติแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ 1. ความเป็นเลิศรอบด้าน 2. การบริการที่ตรงใจ 3. การแก้ไขปัญหาอย่างฉับไว และ 4. การใส่ใจพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่งหน่วยงานที่ได้รับรางวัลถือเป็น “City Transformers” หรือผู้ขับเคลื่อนและพลิกโฉมเมือง พร้อมทั้งชื่นชมทีมนักวิจัย สวทช. และหน่วยงานพันธมิตรผู้อยู่เบื้องหลังระบบดังกล่าว
ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า แพลตฟอร์มนี้สะท้อนพันธกิจของ สวทช. ในการเป็นเครื่องยนต์วิจัยชาติ นำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมออกจากห้องปฏิบัติการมาใช้บริการประชาชน ตอบโจทย์สังคม และแก้ไขปัญหาของประเทศ โดยแปรเปลี่ยนปัญหาให้เป็นข้อมูล เพื่อนำไปสู่การกำหนดนโยบายและการลงมือแก้ไขอย่างโปร่งใส
ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จของระบบเกิดจากความทุ่มเทของหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ในการรับเรื่องและลงพื้นที่แก้ไขปัญหา ปัจจุบันมีหน่วยงานภาครัฐเข้าร่วมแพลตฟอร์มมากกว่า 24,000 แห่ง มีการแจ้งเรื่องสะสมแล้วกว่า 2 ล้านเรื่อง สามารถแก้ไขปัญหาสำเร็จแล้วกว่า 77% ของเรื่องทั้งหมด มีการใช้งานครบทุกส่วนราชการใน 37 จังหวัด ครอบคลุมประชากรมากกว่า 34 ล้านคน
–Traffy Fondue เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ รับเรื่อง/บริหารจัดการผ่าน Line Chatbot
ดร.วสันต์ ภัทรอธิคม ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. เปิดเผยสถิติตัวเลขผลการดำเนินงานของหน่วยงานหลังใช้งานแพลตฟอร์มครบทุกส่วนราชการกว่า 37 จังหวัด พบว่าอัตราการแก้ไขเสร็จสิ้นเพิ่มขึ้นจาก 69% เป็น 75% ระยะเวลารับเรื่องเฉลี่ยลดจาก 12 วัน เหลือ 1 วัน ระยะเวลาแก้ไขเฉลี่ยลดจาก 3 เดือน เหลือ 0.5 เดือน ความพึงพอใจของประชาชนเพิ่มขึ้นจาก 3.9 เป็น 4.3 (คะแนนเต็ม 5) และผู้ให้คะแนน 5 ดาวเพิ่มขึ้นจาก 49% เป็น 70% นอกจากนี้ สถิติระบุว่าประชาชนแจ้งเรื่องนอกเวลาราชการสูงถึง 67.5% ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการปิดเรื่องนอกเวลาได้มากขึ้น โดยเฉพาะช่วงค่ำถึงดึก
สำหรับการพัฒนาแพลตฟอร์ม มีการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่รองรับผู้แจ้ง เจ้าหน้าที่ และผู้บริหาร อาทิ การแนบสื่อภาพได้สูงสุด 10 รูปต่อการแจ้ง 1 ครั้ง, การแจ้งด้วยคลิปวิดีโอ, การส่งภาพเพิ่มเติมหลังแจ้งเรื่อง, ระบบตรวจสอบและเซนเซอร์ข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย PDPA, ระบบตรวจคำหยาบและภาพไม่เหมาะสม, การใช้ AI ระบุประเภทเรื่องและแนะนำหน่วยงานรับผิดชอบ, AI วิเคราะห์ข้อมูลปัญหาและแนวทางแก้ไข, ระบบตัวชี้วัดและแนวทางป้องกันปัญหาซ้ำ, ระบบรวมเคสเดียวกันเป็นกลุ่มเพื่อลดภาระงาน, ระบบส่งต่อหลายหน่วยงานในครั้งเดียว รวมถึงการรองรับภารกิจเฉพาะกิจ เช่น การแจ้งอาคารร้าวจากแผ่นดินไหว, การขึ้นทะเบียนสุนัขและแมว และการขยายผลสู่กระทรวงและกรมต่างๆ ตามภารกิจ
ทั้งนี้ ภายในงานยังมีการจัดแสดงนิทรรศการผลงานวิจัยและนวัตกรรมจาก สวทช. และภาคีพันธมิตร รวมถึงเวทีเสวนาถอดรหัสความสำเร็จจากหน่วยงานที่มีผลการดำเนินงานดีเด่น (Top Performer)ดงนิทรรศการผลงานวิจัยนวัตกรรมของ สวทช. และภาคีพันธมิตร ตลอดจนเวทีเสวนาถอดรหัสความสำเร็จจากหน่วยงานที่มีผลการดำเนินงานสูงสุด (Top Performer)
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
อว. ดัน Nature Positive ปั้นเศรษฐกิจใหม่จากความหลากหลายทางชีวภาพ
ครั้งแรกในเอเชีย! รพ.เลิดสิน ใช้หุ่นยนต์ ‘Versius Plus’ ช่วยผ่าตัดยืนยันเพศสภาพ



