บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง ประเมินภาพรวมการลงทุนโลกไตรมาส 3/2569 ยังคงเผชิญความท้าทายจากปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน คาดตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นในลักษณะแกว่งตัวขาขึ้น โดยมีหุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน AI เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียเริ่มมีความคุ้มค่าด้านราคา น่าสนใจลงทุนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะไต้หวัน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น
วรัท บางเจริญพรพงค์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ต่างประเทศ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด (KTX) เปิดเผยว่า แนวโน้มภาพรวมการลงทุนต่างประเทศในไตรมาส 3/2569 มีทิศทางที่ต้องเผชิญปัจจัยท้าทายในระยะข้างหน้า เนื่องจากในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อที่ยังคงสูงกว่ากรอบเป้าหมาย ความไม่แน่นอนของนโยบายการเงินหลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีท่าทีเริ่มเข้มงวดมากขึ้น รวมถึงระดับการเก็งกำไรผ่าน Margin และ Option ที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งส่งผลให้ตลาดมีความผันผวนเพิ่มขึ้น ส่งผลให้แรงขับเคลื่อนตลาดในรอบนี้ไม่ได้มาจากการขยายตัวของ P/E เป็นหลักเหมือนช่วงที่ผ่านมา แต่ต้องพึ่งพาการเติบโตของกำไรที่แท้จริงมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม KTX ประเมินว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อในลักษณะแกว่งตัวในทิศทางขาขึ้น (Sideway to Sideway Up) โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการปรับประมาณการกำไร โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างแก่ภาคอุตสาหกรรมทั่วโลก ทั้งนี้ คาดว่าโอกาสการลงทุนหลังจากนี้จะเริ่มกระจายตัวออกจากกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่พิเศษ (Mega-cap) มุ่งไปสู่กลุ่มธุรกิจที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานเบื้องหลังของระบบปัญญาประดิษฐ์มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตชิปประมวลผล (Semiconductor), กลุ่มหน่วยความจำ (Memory), ระบบเครือข่ายใยแก้วนำแสง (Optical Network), หน่วยประมวลผลกลาง (CPU), ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว (Liquid Cooling) ตลอดจนกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการวิกฤตพลังงาน (Energy Bottleneck)
สำหรับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเริ่มมีความน่าสนใจมากขึ้นเมื่อเทียบกับตลาดพัฒนาแล้ว เนื่องจากระดับราคามีความคุ้มค่าน่าลงทุนมากกว่า ขณะที่แนวโน้มกำไรและอัตราส่วนผลตอบแทนของผู้ถือหุ้น (ROE) กำลังปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะตลาดหุ้นไต้หวัน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ซึ่งเป็นฐานสำคัญของห่วงโซ่อุปทาน AI และ Semiconductor ส่วนตลาดหุ้นจีนยังคงต้องเลือกจับตาลงทุนอย่างระมัดระวัง เนื่องจากผลตอบแทนเริ่มแยกตัวเป็นรูปแบบ K-shape ระหว่างกลุ่ม Hardware/AI Supply Chain ที่ได้รับประโยชน์ กับกลุ่มบริโภคและอินเทอร์เน็ตที่ยังคงถูกกดดันจากสภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศ
ในส่วนของกลยุทธ์การลงทุน KTX แนะนำให้นักลงทุนเน้นการเลือกลงทุนรายตัว (Selective Buy) มากขึ้น โดยมุ่งเน้นไปที่หุ้นและตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR) ที่มีแนวโน้มการเติบโตของกำไรที่ชัดเจน ได้รับประโยชน์โดยตรงจากกลุ่ม AI Infrastructure และมีปัจจัยเร่งเฉพาะตัว โดยได้คัดเลือก DR เด่นประจำไตรมาส 3/2569 ไว้ดังนี้
- TAIWAN19 – จากบทบาทสำคัญใน AI Supply Chain และ Semiconductor
- NIKKEI80 – จากโครงสร้างเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่ได้ประโยชน์จาก AI Supply Chain และ Robotics
- AMD80 – จากการเปลี่ยนผ่านรายได้สู่ Data Center และความต้องการ CPU ในยุค Agentic AI
- ZJINNO80 -จากการเป็นผู้ผลิต Optical Transceiver ที่ได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่าน Data Center Networking
- GEV80 – จากความต้องการไฟฟ้าและระบบกริดที่กลายเป็นคอขวดใหม่ของ AI Data Center
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
SCB 10X ชี้ Digital Assets-Web3 ก้าวสู่ยุคใช้งานจริง พร้อมเปิด 5 เทรนด์สำคัญ
บีโอไอไฟเขียว ออโต้อัลลายแอนซ์ ทุ่ม 7.4 พันล้าน ผลิต Mazda MHEV ในไทย



