Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

เคทีซี เผยกำไรครึ่งปีแรก 2569 แตะ 4,397 ล้านบาท โต 17.1%

เคทีซี เผยกำไรครึ่งปีแรก แตะ 4,397 ล้านบาท โต 17.1%

กลุ่มบริษัทเคทีซี รายงานผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 2569 ทำกำไรสุทธิ 4,397 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยพอร์ตสินเชื่อรวมขยายตัวเล็กน้อย สอดคล้องกับแนวทางการเติบโตที่เน้นคุณภาพสินทรัพย์และการบริหารความเสี่ยง ด้านปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเติบโต 4.7% ยอดรวมอยู่ที่ 153,421 ล้านบาท พร้อมเดินหน้านำเทคโนโลยียดิจิทัลมาใช้ปรับปรุงประสิทธิภาพการบริการเพื่อตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภค

พิทยา วรปัญญาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภายใต้บริบทเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอน บริษัทมุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน รักษาสมดุลระหว่างการขยายธุรกิจ การบริหารคุณภาพสินทรัพย์ และการสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสม โดยติดตามพฤติกรรมลูกค้าและสัญญาณความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด เพื่อให้บริหารพอร์ตได้อย่างมีประสิทธิภาพและรักษาส่วนแบ่งตลาดในผลิตภัณฑ์หลักไว้ได้

สำหรับผลการดำเนินงานเฉพาะไตรมาส 2 ปี 2569 กลุ่มบริษัทมีกำไรสุทธิ 2,225 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.4% (YoY) ส่งผลให้กำไรสุทธิครึ่งปีแรกอยู่ที่ 4,397 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.1% (YoY) โดยบริษัทสามารถรักษาคุณภาพสินทรัพย์ได้ตามเป้าหมาย และมุ่งปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ผันผวน พร้อมทั้งยกระดับองค์กรสู่ระบบดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานระยะยาว

ในส่วนของงบการเงินไตรมาส 2 ปี 2569 กลุ่มบริษัทมีรายได้รวม 6,834 ล้านบาท ทรงตัวจากปีก่อนโดยเพิ่มขึ้น 0.3% (YoY) ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 6.9% (YoY) อยู่ที่ 4,040 ล้านบาท จาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่

  1. ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลง 13.9% (YoY) จากการบริหารคุณภาพพอร์ต
  2. ค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลง 16.1% (YoY) จากต้นทุนเงินกู้ยืมใหม่ที่ต่ำลง
  3. ค่าใช้จ่ายการบริหารลดลงเล็กน้อย 0.8% (YoY) ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายดำเนินงานต่อรายได้ (Cost to Income Ratio) ในไตรมาส 2 ปี 2569 ลดลงมาอยู่ที่ 34.6% จาก 35.0% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน

แนวโน้มในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทยังคงติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด โดยเชื่อมั่นว่าความแข็งแกร่งทางการเงิน วินัยการบริหารความเสี่ยง การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี และความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ จะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างการเติบโตที่มีคุณภาพและส่งมอบคุณค่าแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน

ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 กลุ่มบริษัทเคทีซีมีข้อมูลทางการเงินและพอร์ตสินเชื่อดังนี้:

  • ฐานสมาชิกรวม: 3,806,784 บัญชี
  • พอร์ตสินเชื่อรวม: 107,741 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.6% (YoY) โดยมี NPL Ratio รวมอยู่ที่ 1.86%
  • ธุรกิจบัตรเครดิต: สมาชิก 3,092,023 บัตร เพิ่มขึ้น 9.9% พอร์ตลูกหนี้รวม 70,005 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.1% ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรครึ่งปีแรก 153,421 ล้านบาท โต 4.7% และมี NPL Ratio อยู่ที่ 1.14%
  • ธุรกิจสินเชื่อบุคคล: สมาชิก 714,761 บัญชี เพิ่มขึ้น 2.8% พอร์ตลูกหนี้รวม 36,474 ล้านบาท เติบโต 3.0% และมี NPL Ratio อยู่ที่ 2.55%
  • พอร์ตลูกหนี้ตามสัญญาเช่า: มูลค่า 1,262 ล้านบาท ลดลง 29.2% ซึ่งเป็นไปตามนโยบายหยุดปล่อยสินเชื่อประเภทนี้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2566 โดยปัจจุบันเน้นเพียงการติดตามหนี้และบริหารคุณภาพพอร์ตที่เหลืออยู่

นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทได้เร่งนำเทคโนโลยีและการวิเคราะห์ข้อมูลมาใช้ในทุกมิติ ทั้งการบริหารความเสี่ยง การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการสื่อสารการตลาด เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการตัดสินใจและสร้างการเติบโตระยะยาว ขณะเดียวกันยังรักษาวินัยทางการเงินทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ลดลงมาอยู่ที่ 1.43 เท่า จาก 1.64 เท่าในปีก่อน โดยมีต้นทุนทางการเงินรอบ 6 เดือนอยู่ที่ 2.62%

สำหรับธุรกิจนายหน้าประกันภัยที่เริ่มดำเนินงานตั้งแต่ปลายปี 2568 เคทีซีเน้นสร้างการเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไปร่วมกับพันธมิตรทั้งประกันวินาศภัยและประกันชีวิต เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย ปัจจุบันอยู่ระหว่างขอใบอนุญาตนายหน้าประกันภัยเพื่อเสนอขายกรมธรรม์ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งคาดว่าจะได้รับการอนุมัติจาก คปภ. และ ธปท. ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เพื่อต่อยอดแผนกลยุทธ์ทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์

ในด้านมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ เคทีซีได้ร่วมมือกับ ธปท. ในโครงการต่าง ๆ เช่น “คุณสู้ เราช่วย” และ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ซึ่งแม้จะสิ้นสุดระยะเวลาลงทะเบียนแล้ว แต่บริษัทยังดำเนินขั้นตอนช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ จากการที่ ธปท. ประกาศเกณฑ์มาตรฐานค่าบริการใหม่ในเดือนมิถุนายน 2569 ส่งผลกระทบต่อเคทีซี 1 รายการ คือ การปรับลดค่าธรรมเนียมเบิกถอนเงินสดด้วยบัตรเครดิตจาก 3.0% เหลือ 2.5% มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งบริษัทประเมินว่ามาตรการช่วยเหลือและการปรับลดค่าธรรมเนียมทั้งหมดนี้จะไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อภาพรวมผลการดำเนินงาน

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ยูดี ทรัคส์ เมินสงครามราคา ดันแชร์พุ่ง 13% ชูจุดขาย ‘ต้นทุนระยะยาว’ สู้ศึกน้ำมันแพง

สตาร์บัคส์ กางแผนสู้ศึกกาแฟ 6.5 หมื่นล้าน เร่งบุกเป้า 600 สาขา พร้อมตรึงราคาฝ่ามรสุมต้นทุนโลก

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar