Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

เชฟรอนนำแท่นหลุมผลิตทั้งโครงสร้าง กลับมาใช้ใหม่ได้สำเร็จที่แท่นชบาบี ลดคาร์บอน 4,280 ตัน

เชฟรอนนำแท่นหลุมผลิตทั้งโครงสร้าง กลับมาใช้ใหม่ได้สำเร็จที่แท่นชบาบี ลดคาร์บอน 4,280 ตัน

บริษัท เชฟรอน ออฟชอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ประสบความสำเร็จในการดำเนินโครงการ Total Wellhead Platform Reuse ด้วยการนำแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียม (Wellhead platform) กลับมาใช้งานใหม่ทั้งโครงสร้างอย่างปลอดภัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาแหล่งผลิต ลดต้นทุน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม

โครงการดังกล่าวเป็นการย้ายโครงสร้างส่วนบน (Topside) และขาแท่น (Jacket) ของแท่นหลุมผลิตเบญจมาศวี (BEWV) ที่สิ้นสุดการใช้งานแล้วในแปลงสำรวจอ่าวไทยหมายเลข B8/32 กลับมาติดตั้งเป็นแท่นหลุมผลิตใหม่ที่แท่นหลุมผลิตชบาบี (CBWB) ในแปลงสำรวจเดียวกัน โดยการดำเนินงานได้รับความเห็นชอบจากกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ พร้อมผ่านการตรวจสอบและรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสร็จสิ้นในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และมีกำหนดเริ่มต้นการผลิตในปี พ.ศ. 2570

ชาทิตย์ ห้วยหงษ์ทอง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด กล่าวว่า เชฟรอนได้ริเริ่มและนำเทคโนโลยีรวมถึงแนวทางการปฏิบัติงานใหม่ ๆ มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาแหล่งพลังงานในไทยอย่างต่อเนื่อง อาทิ การใช้เทคนิคขุดเจาะหลุมแนวนอนในปี 2542 การเปิดศูนย์ควบคุมการปฏิบัติงานของแท่นผลิต (Integrated Operations Center: IOC) แห่งแรกของไทยในปี 2565 และการนำเรือไตรมารันมาใช้ขนส่งพนักงานออฟชอร์ในปี 2569

ความสำเร็จในการนำแท่นหลุมผลิตกลับมาใช้ใหม่ทั้งโครงสร้างในครั้งนี้ นอกจากจะช่วยลดค่าใช้จ่ายและเปิดโอกาสการพัฒนาแหล่งปิโตรเลียมขนาดเล็กในอ่าวไทยให้คุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์มากขึ้นแล้ว ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 4,280 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า จากการหลีกเลี่ยงกิจกรรมรื้อถอนแท่นเดิมและการก่อสร้างแท่นใหม่

ความสำเร็จในครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือและการใช้ความเชี่ยวชาญของทีมงานเชฟรอนรวมถึงพันธมิตรทุกภาคส่วน ภายใต้มาตรฐานวัฒนธรรมความปลอดภัยในการขับเคลื่อนโครงการจนบรรลุเป้าหมาย

โครงการ Total Wellhead Platform Reuse เป็นการต่อยอดมาจากโครงการนำเฉพาะส่วนบนของแท่นหลุมผลิตกลับมาใช้ใหม่ (Topside Reuse) ซึ่งเชฟรอนเริ่มดำเนินการในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 ปัจจุบันบริษัทได้นำส่วนบนของแท่นหลุมผลิตกลับมาหมุนเวียนใช้ใหม่แล้วรวม 14 แท่น และเมื่อนับรวมกับโครงการนำกลับมาใช้ใหม่ทั้งโครงสร้างในครั้งนี้ สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสะสมได้รวมกว่า 27,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

SCGP ชูยุทธศาสตร์เศรษฐกิจหมุนเวียน บูรณาการ 4 เสาหลัก ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน

ถอดรหัสยุทธศาสตร์ TEGH สู่ผู้นำ Bio-complex ด้วยเศรษฐกิจหมุนเวียน

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar