Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

ทรู เปิดตัว ‘True SkyBridge’ โดรน AI บินส่งยาข้ามเขา ย่นเวลาเดินทางพื้นที่ห่างไกลกว่า 70%

ทรู เปิดตัว 'True SkyBridge' โดรน AI บินส่งยาข้ามเขา ย่นเวลาเดินทางพื้นที่ห่างไกลกว่า 70%

ในยุคที่เทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนสังคม การยกระดับคุณภาพชีวิตและการเข้าถึงบริการพื้นฐานของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ยังคงเป็นความท้าทายระดับชาติของประเทศไทย ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะอุปสรรคด้านภูมิประเทศ ภูเขา เส้นทางคมนาคมที่ถูกตัดขาดในช่วงฤดูมรสุม หรือเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติ มักส่งผลให้การขนส่งยารักษาโรค เวชภัณฑ์ เลือด และตัวอย่างสิ่งส่งตรวจทางการแพทย์ล่าช้า ซึ่งในหลายสถานการณ์ เวลา คือตัวตัดสินความเป็นความตายของผู้ป่วย

ก้าวข้ามข้อจำกัดสาธารณสุขไทยด้วยโดรนขนส่งอัจฉริยะ

ล่าสุด ศูนย์วิจัยและนวัตกรรม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้เปิดตัว “True SkyBridge” แพลตฟอร์มโลจิสติกส์ทางอากาศอัตโนมัติ เพื่อขับเคลื่อนการให้บริการด้านการแพทย์และสาธารณสุข โดยนำร่องปฏิบัติการบินจริงภายใต้โครงการ “ปฏิบัติการอากาศยานไร้คนขับทางการแพทย์” (Drone) เฉลิมพระเกียรติฯ ในพื้นที่ภูเขาสลับซับซ้อนในอำเภอปัว จังหวัดน่าน ความสำเร็จครั้งนี้สามารถย่นระยะเวลาการเดินทางจากเดิมที่ต้องใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงทางรถยนต์ ให้เหลือเพียง 35 นาทีเท่านั้น หรือรวดเร็วขึ้นถึง 70% ในเส้นทางบินระยะไกลราว 46 กิโลเมตร ช่วยให้ยากลุ่มวิกฤติ โลหิต และเวชภัณฑ์สำคัญ สามารถส่งตรงถึงมือผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกลได้อย่างทันท่วงที

โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจากความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข โดยได้เริ่มนำร่องปฏิบัติการจริงที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัวและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ในพื้นที่ พร้อมกันนี้ยังมีแผนเตรียมขยายผลความช่วยเหลือไปยังโรงพยาบาลอีก 10 แห่งภายใน 2 เดือนข้างหน้า

สิ่งของที่แพลตฟอร์มรองรับการขนส่งในปัจจุบันครอบคลุมทั้งยาและเวชภัณฑ์สำหรับผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกล วัคซีนที่ต้องควบคุมอุณหภูมิอย่างเข้มงวด เลือดและส่วนประกอบของเลือด และปัสสาวะรอตรวจพร้อมสิ่งส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพื่อร่นระยะเวลารอคอยผลวินิจฉัย

“หัวใจสำคัญของการสร้างสรรค์นวัตกรรม คือการเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจปัญหาให้ถ่องแท้ เพื่อให้มั่นใจว่าเรากำลังแก้ปัญหาที่ตรงจุดอย่างแท้จริง จากนั้นเราต้องมุ่งมั่นสร้างสรรค์สิ่งที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพื่อสร้างคุณค่าและคุณประโยชน์ในวงกว้างสู่สังคม และที่สำคัญที่สุดคือนวัตกรรมนั้นต้องสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงในเชิงพื้นที่ (On-ground) ไม่ใช่เป็นเพียงแนวคิดที่ถูกจำกัดอยู่ในห้องทดลอง แต่ต้องเป็นโซลูชันที่สามารถขยายผล (Scale) ไปสู่ระดับประเทศได้ เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ดียิ่งขึ้นอย่างยั่งยืน”  เอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าสายงานวิจัยและนวัตกรรม บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวถึงปรัชญาสำคัญที่เป็นหัวใจในการพัฒนานวัตกรรมดังกล่าว

นวัตกรรมระบบเปิดเชื่อมตรงฐานข้อมูลโรงพยาบาล

ทรู เปิดตัว 'True SkyBridge' โดรน AI บินส่งยาข้ามเขา ย่นเวลาเดินทางพื้นที่ห่างไกลกว่า 70%

ระบบควบคุมโดรนขนส่งทั่วไปมักเป็นระบบปิด (Proprietary System) ของผู้ผลิตแต่ละราย ทำให้ไม่สามารถนำโดรนต่างยี่ห้อมาใช้งานร่วมกันได้ ทรูจึงพัฒนา True SkyBridge ในรูปแบบระบบเปิด (Open System) เพื่อรองรับการเชื่อมต่อกับโดรนหลากหลายยี่ห้อและประเภทในอนาคต

โดยตัวแพลตฟอร์มสามารถเชื่อมต่อเข้ากับระบบปฏิบัติการเดิมของโรงพยาบาลได้โดยตรง ทั้งระบบสารสนเทศโรงพยาบาล (HIS) ระบบงานเภสัชกรรม และห้องปฏิบัติการแล็บ ช่วยลดขั้นตอนเอกสารและการรอคอยผลเลือดในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งเดิมบางพื้นที่ต้องรอผลนานนับเดือน ทำให้แพทย์และเภสัชกรสามารถสั่งการจัดส่งยา ติดตามสถานะ และยืนยันการรับมอบเวชภัณฑ์ผ่านระบบเดิมของโรงพยาบาลได้ทันทีโดยไม่ต้องติดตั้งซอฟต์แวร์ใหม่เพิ่มเติม

“ถ้าเป็นโดรนรูปแบบปิด ยี่ห้อ A ก็ต้องใช้ซอฟต์แวร์ A ซึ่งไปต่อกับซอฟต์แวร์ B ไม่ได้ แพลตฟอร์มที่เราทำขึ้นมาจึงต้องเป็นระบบเปิดเพื่อให้เชื่อมต่อได้ทุกยี่ห้อและเชื่อมกับระบบนิเวศสุขภาพได้ทั้งหมด เพราะเราไม่ได้เน้นทำตัวโดรนอย่างเดียว แต่เน้นทำแพลตฟอร์มเพื่อให้ระบบมันทำงานได้เองโดยอัตโนมัติ” คุณเอกราช กล่าว

ระบบบินอัตโนมัติควบคุมด้วย AI และดาวเทียม

True SkyBridge ทำงานด้วยระบบการบินอัตโนมัติ 100% ตั้งแต่การยกตัวขึ้นบินจนถึงการลงจอดโดยไม่ต้องใช้นักบินควบคุม

ทรู เปิดตัว 'True SkyBridge' โดรน AI บินส่งยาข้ามเขา ย่นเวลาเดินทางพื้นที่ห่างไกลกว่า 70%

ตัวระบบมี AI Weather Calculation ประมวลผลความเร็วปะทะอากาศ ความเร็วเหนือพื้นดิน และความเร็วลมแบบเรียลไทม์ เพื่อคำนวณการทำงานของมอเตอร์และการเอียงลำตัวต้านลม ซึ่งช่วยลดการใช้แบตเตอรี่ พร้อมระบบ Living Airspace Awareness ที่เชื่อมโยงข้อมูลน่านฟ้าและติดตั้งระบบ ADS-B ป้องกันการชนเครื่องบินพาณิชย์

หากพบสภาพอากาศย่ำแย่ สิ่งกีดขวาง หรือฝนตกหนักฉับพลันเหมือนในการทดสอบจริงที่จังหวัดน่าน AI จะสั่งให้โดรนชะลอหยุดนิ่งกลางอากาศเพื่อประเมินสถานการณ์ก่อนคำนวณเปลี่ยนเส้นทางบินหรือสลับมาใช้ระบบควบคุมด้วยมือจาก Command Center

เมื่อโดรนเดินทางถึงเป้าหมาย ระบบจะตรวจจับสัญลักษณ์ QR Code บนลานจอดด้วยกล้องด้านล่างเพื่อลงจอดอย่างแม่นยำ พร้อมรองรับการหย่อนสัมภาระด้วยสายสลิง (Winch Drop) สำหรับพื้นที่ขรุขระ รวมถึงการจัดส่งเข้าตู้ Kiosk ที่ผู้รับต้องสแกน QR Code เพื่อเปิดรับสัมภาระเฉพาะเคส

ขณะที่ระบบสื่อสารใช้การเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายมือถือควบคู่กับสัญญาณดาวเทียมสำรองสูงสุด 28 ดวง เพื่อรักษาสัญญาณในพื้นที่หุบเขา โดยมี AI ตรวจติดตามสภาพอุปกรณ์ เช่น รอบการชาร์จแบตเตอรี่ สภาพมอเตอร์ และใบพัด เพื่อวางแผนบำรุงรักษาเชิงรุก

โหมดกู้ภัยภัยพิบัติพร้อมคุมอุณหภูมิเวชภัณฑ์

ในยามเกิดภัยธรรมชาติ เช่น ดินสไลด์ โคลนถล่ม หรือน้ำท่วมจนเส้นทางคมนาคมทางบกถูกตัดขาด แพลตฟอร์มสามารถเปิดใช้งาน Disaster Resilience Mode โดยระบบจะปรับความเร็วการบินของโดรนขึ้นและให้ AI จัดลำดับความสำคัญของเวชภัณฑ์ฉุกเฉิน โดยอนุมัติให้อุปกรณ์กู้ชีพ เช่น เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED) หรือโลหิตสำรองขึ้นบินก่อนยารักษาโรคทั่วไป

นอกจากนี้ แพลตฟอร์มยังรองรับกล่องควบคุมอุณหภูมิ Cold-Chain Intelligence ที่รักษาอุณหภูมิไว้ที่ 2–7 องศาเซลเซียส สำหรับขนส่งเลือดและวัคซีน พร้อมบันทึกอุณหภูมิตลอดเส้นทางและแจ้งเตือนเมื่ออุณหภูมิใกล้เกินเกณฑ์ ทำงานร่วมกับระบบ Automated Chain-of-Custody ที่บันทึกเวลาและพิกัดการรับ-ส่งมอบลงในฐานข้อมูลที่ไม่สามารถแก้ไขหรือปลอมแปลงได้ เพื่อลดภาระงานเอกสารของบุคลากรทางการแพทย์

ข้อมูลทางเทคนิคของ Drone ที่ใช้ปฏิบัติการ

เพื่อสนับสนุนภารกิจทางการแพทย์ระยะไกล โครงการนี้ได้เลือกใช้ยานบินไร้คนขับสมรรถนะสูงที่มีความเสถียรและความปลอดภัยระดับสากล โดยมีรายละเอียดทางเทคนิคที่สำคัญดังนี้

  • ประเภทอากาศยาน: eVTOL แบบปีกตรึง (Fixed-wing) สามารถขึ้นและลงแนวดิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% พร้อมบินเดินทางไกลด้วยปีกตรึงอย่างมีประสิทธิภาพ
  • ขนาดและมิติ: ความกว้างของปีก (Wingspan) 3,500 มม. (3.5 เมตร), ความยาวลำตัว 1,260 มม. (1.26 เมตร) และมีระยะห่างใต้เครื่องถึงพื้น 160 มม.
  • น้ำหนัก: น้ำหนักวิ่งขึ้นสูงสุด (MTOW) 32 กิโลกรัม (รวมแบตเตอรี่) และรองรับน้ำหนักบรรทุก (Payload) สูงสุด 5 กิโลกรัม ในขนาดกล่องบรรจุไม่เกิน 40×20×13 เซนติเมตร
  • สมรรถนะการบิน: ทำความเร็วเดินทางสูงสุด (Max Cruising Speed) ได้ถึง 144 กิโลเมตร/ชั่วโมง และความเร็วเดินทางต่ำสุด 93.6 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพดานบินสูงสุด 4,800 เมตร
  • ระบบพลังงาน: ใช้แบตเตอรี่ Li-ion แบบ HED ความจุ 25,000–28,000 mAh (6S) จำนวน 4 ก้อน สามารถบินต่อเนื่องได้นานสูงสุด 2.5 ชั่วโมงเมื่อบรรทุกเต็มพิกัด และนานถึง 3 ชั่วโมงเมื่อบินตัวเปล่า ใช้เวลาชาร์จจาก 30% ถึง 100% เพียงประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาทีเท่านั้น

ความคุ้มค่าและการขยายขีดความสามารถ

ในด้านความคุ้มค่าเชิงเศรษฐศาสตร์และการดำเนินงาน แม้การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีขั้นสูงนี้จะมีรายละเอียดในหลายมิติ แต่เมื่อเทียบกับคุณค่าของการช่วยชีวิตผู้ป่วยในเคสฉุกเฉิน ถือว่ามีประสิทธิภาพสูงมาก โดยคุณเอกราชกล่าวว่า ค่าบริการของ True SkyBridge อยู่ที่ประมาณ 25–30 บาทต่อกิโลเมตร ซึ่งช่วยลดข้อจำกัดด้านเวลาและงบประมาณในการขนส่งภาคพื้นดินในพื้นที่ทุรกันดารได้อย่างมหาศาล

ไม่เพียงแต่ด้านการแพทย์เท่านั้น ในอนาคตแพลตฟอร์ม True SkyBridge ยังมีแผนงานเชิงกลยุทธ์ในการขยายขีดความสามารถสู่การขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค หรือ Grocery Delivery ไปยังพื้นที่ห่างไกลและพื้นที่ทุรกันดารที่มีข้อจำกัดด้านการเดินทาง เพื่อช่วยแก้ปัญหาการเข้าถึงสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวันของชุมชนที่ถูกตัดขาดจากเส้นทางคมนาคมปกติ ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและลดความเหลื่อมล้ำให้แก่ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลได้อย่างครอบคลุมยิ่งขึ้น

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

เอปสันยกระดับประกัน EcoTank 5 ปี รายแรกในไทย เปิดตัว 8 รุ่นใหม่ ลุยตลาดโฮมยูสและ SOHO

BCG เปิดเหตุผล CEO ทั่วโลกยอมทุ่มงบ AI ปี 69 เท่าตัว ท่ามกลาง 4 โจทย์ท้าทายองค์กร

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar