Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

คาแรกเตอร์ไทย จากของแถมสู่ป๊อปสตาร์ดวงใหม่ บนเวที Character Fest Thailand 2026

คาแรกเตอร์ไทย จากของแถมสู่ป๊อปสตาร์ดวงใหม่ บนเวที Character Fest Thailand 2026

หลายสิบปีก่อน คาแรกเตอร์การ์ตูนไทยตัวหนึ่งอาจมีชีวิตอยู่แค่บนหน้ากระดาษ หรืออย่างมากก็เป็นของแถมแนบไปกับสินค้าอีกชิ้นบนชั้นวาง แต่วันนี้คาแรกเตอร์เหล่านั้นเดินออกจากกระดาษ ขึ้นเวที มีแฟนคลับ และมีมูลค่าทางเศรษฐกิจในตัวเอง ความเปลี่ยนแปลงนี้คือแกนกลางของงาน Character Fest Thailand 2026 ปีที่สอง ที่รวบรวมมุมมองจากทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ ตั้งแต่ วิธิตากรุ๊ป ผู้อยู่เบื้องหลัง “ขายหัวเราะ” การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เพื่อฉายให้เห็นว่าคาแรกเตอร์ไทยกำลังทำหน้าที่มากกว่าความบันเทิง

เมื่อคาแรกเตอร์กลายเป็นทรัพย์สินทางปัญญา

พิมพ์พิชา อุตสาหจิต กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทวิธิตากรุ๊ป เล่าว่า ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา “ขายหัวเราะ” เติบโตควบคู่กับการสร้างสรรค์คาแรกเตอร์และการ์ตูนไทยมาโดยตลอด จากจุดเริ่มต้นที่คาแรกเตอร์เคยเป็นเพียงผลงานสร้างสรรค์บนกระดาษ หรือเป็นตัวประกอบและของแถมรับเชิญในการขายสินค้า มาถึงวันนี้คาแรกเตอร์ไทยได้พัฒนาไปสู่การเป็นทรัพย์สินทางปัญญา หรือ Character IP ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจและสามารถสร้างคอมมูนิตี้ของผู้ติดตามได้ด้วยตัวเอง

จุดที่เปลี่ยนไปมากที่สุด คือสนามแข่งขัน คุณพิมพ์พิชาชี้ว่า อุตสาหกรรมคาแรกเตอร์ในปัจจุบันไม่ได้แข่งกันที่ตัวสินค้าอีกต่อไป แต่แข่งกันที่การสร้างเรื่องราว การสร้างแฟนด้อม และการนำคาแรกเตอร์เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คน 3 สิ่งนี้เองที่เป็นรากฐานเปิดประตูสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ ทั้งงานลิขสิทธิ์ สินค้าลิขสิทธิ์ และการร่วมมือกับแบรนด์อื่น

ปีแรกที่จัดงาน Character Fest มีผู้เข้าร่วมกว่า 600,000 คน ตัวเลขนี้กลายเป็นฐานให้ผู้จัดงานตัดสินใจยกระดับงานในปีนี้ เปลี่ยนตำแหน่งจากงานคาแรกเตอร์ทั่วไป ให้กลายเป็น Pop Culture Festival ของประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “Pop Star Party” ซึ่งไม่ได้มองแค่การสร้างตัวละครขึ้นมาตัวหนึ่ง แต่มองไปถึงการสร้างตัวตนให้กับประเทศผ่านความคิดสร้างสรรค์ ให้โลกได้เห็น

พิมพ์พิชา อุตสาหจิต กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทวิธิตากรุ๊ป
พิมพ์พิชา อุตสาหจิต กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทวิธิตากรุ๊ป

“คาแรกเตอร์ไทยไม่ได้มีแค่ความน่ารัก แต่มีตัวตน มีเรื่องราว และมีหัวใจ” คุณพิมพ์พิชากล่าว พร้อมระบุว่าคาแรกเตอร์สามารถทำหน้าที่เป็น Soft Power และเป็นป๊อปสตาร์ดวงใหม่ที่สร้างชื่อเสียงในระดับสากลได้ไม่ต่างจากดาราหรือศิลปินไอดอลชาวไทย

เพื่อรองรับแนวคิดนี้ งานปีนี้จึงจัดเต็มถึง 6 โซนไฮไลต์ ตั้งแต่โซนตลาดจำหน่ายสินค้าลิขสิทธิ์ โซนอาหาร โซนดีไซน์เสื้อผ้าสไตล์สตูดิโอ ไปจนถึงแฟนโซนของขายหัวเราะ โดยมีเป้าหมายให้ทุกโซนทำงานร่วมกันบนระบบนิเวศเดียวกัน และผลักดันให้คาแรกเตอร์ไทยก้าวไปได้ไกลกว่าเดิมในเวทีโลก

คาแรกเตอร์ในบทบาทเจ้าบ้าน จากวิกฤติสู่การเยียวยา

ถ้าคาแรกเตอร์ของวิธิตากรุ๊ปเติบโตมาจากธุรกิจสิ่งพิมพ์ คาแรกเตอร์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยกลับมีจุดกำเนิดจากช่วงเวลาที่ยากลำบาก

ปาริชาต บุญคล้าย ผู้อำนวยการฝ่ายบริการการตลาด ททท. อธิบายว่า ในมุมมองของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว คาแรกเตอร์คือจุดเชื่อมโยงทางอารมณ์ที่มีอิทธิพลสูงต่อการสร้างภาพจำ และชักชวนให้ผู้คนรวมถึงกลุ่มแฟนคลับเดินทางมาสัมผัสประสบการณ์จริง คาแรกเตอร์จึงทำหน้าที่เสมือนตัวแทนและเจ้าบ้านที่ต้อนรับผู้มาเยือนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

“น้องสุขใจ” คือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด คาแรกเตอร์ตัวนี้ถือกำเนิดขึ้นในช่วงที่เกิดเหตุการณ์วิกฤติในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อทำหน้าที่เป็นทูตนำการท่องเที่ยว ชักชวนให้ผู้คนเดินทางไปเยียวยาจิตใจและช่วยกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น โดย ททท. ได้ร่วมงานประชาสัมพันธ์กับพี่เบิร์ด ธงไชย ภายใต้แนวคิด “เที่ยวที่ไหนก็ไม่ติดใจที่บ้านเรา” ทุกรายละเอียดบนตัวน้องสุขใจถูกออกแบบให้สะท้อนเอกลักษณ์ของภาคใต้ ตั้งแต่ดวงตาสีฟ้าที่ชวนให้นึกถึงน้ำทะเล ไปจนถึงหัวจุกที่มีรูปทรงเหมือนผลลูกหยี ผลไม้ท้องถิ่นขึ้นชื่อ นับจากวันนั้น น้องสุขใจได้รับการพัฒนาต่อเนื่อง จนกลายเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มชาวญี่ปุ่น

น้องสุขใจไม่ได้เดินทางคนเดียว “น้องรักยิ้ม” คือเพื่อนคู่ใจที่ ททท. ออกแบบขึ้นภายใต้แนวคิดสยาม/มะลิ เพื่อเติมสีสันและความสนุกสนานให้กับการเดินทาง เสริมให้ประสบการณ์ร่วมของนักท่องเที่ยวสมบูรณ์ขึ้นในทุกช่วงของทริป

สิ่งที่ทำให้คาแรกเตอร์ทั้งสองข้ามพรมแดนได้ง่ายกว่าสื่ออื่น คือภาษาที่ใช้สื่อสาร คุณปาริชาตกล่าวว่า คาแรกเตอร์สื่อสารผ่านภาษากาย ซึ่งเป็นภาษาสากลที่คนทุกชาติเข้าใจได้ทันทีโดยไม่มีกำแพงภาษามาขวางกั้น ในงาน Character Fest ปีนี้ ททท. จึงนำน้องสุขใจและน้องรักยิ้มเวอร์ชันล่าสุดมาเปิดตัวให้คนรุ่นใหม่ได้ใกล้ชิด พร้อมวางแผนต่อยอดด้วยการนำคาแรกเตอร์ทั้ง 2 ไปโรดโชว์เปิดตัวในงานแสดงสินค้าและบริการท่องเที่ยวทั่วโลก ควบคู่กับการทำ Collaboration ร่วมกับสินค้าทางการท่องเที่ยวต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการเดินทางภายในประเทศ

คาแรกเตอร์ในห้องเรียน สอนเรื่องยากให้กลายเป็นเรื่องง่าย

ขณะที่วิธิตากรุ๊ปมองคาแรกเตอร์ผ่านมุมธุรกิจ และ ททท. มองผ่านมุมอารมณ์ของนักเดินทาง สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ depa กลับมองคาแรกเตอร์เป็นเครื่องมือทางการศึกษา

ดร.สักกเวท ยอแสง ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมอุตสาหกรรมดิจิทัล depa เล่าว่า “น้องทวิชชี่” คาแรกเตอร์ตัวแทนของหน่วยงาน ถูกพัฒนาขึ้นตั้งแต่ช่วงก่อตั้งสำนักงาน โดยมีหน้าที่เป็นสื่อกลางอธิบายเรื่องสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมยุคดิจิทัลให้เข้าใจง่าย และสะท้อนความไม่หยุดนิ่งของโลกดิจิทัลไปพร้อมกัน

น้องทวิชชี่เริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างช่วงวิกฤติโควิด-19 ก่อนจะถูกนำไปใช้บอกเล่าโครงการที่มีความซับซ้อนอีกหลายโครงการ ตั้งแต่โครงการโดรนเพื่อการเกษตร โครงการทุเรียน ไปจนถึงโครงการด้านการเขียนโค้ด ทำให้เนื้อหาที่เข้าใจยากเหล่านี้เข้าถึงเยาวชนและคนรุ่นใหม่ได้ง่ายขึ้น ดร.สักกเวทอธิบายว่า depa นำรูปแบบความสนุกสนานและระบบคาแรกเตอร์จากเกมมาเป็นสะพานเชื่อม สอนเรื่องยากอย่างการเขียนโค้ดและเทคโนโลยีดิจิทัลให้กับเยาวชนตั้งแต่ระดับประถมศึกษา ควบคู่ไปกับการกระจายโครงสร้างพื้นฐาน อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ และคอมพิวเตอร์ไปยังโรงเรียนกว่า 25 แห่งทั่วประเทศ ทำให้นักเรียนกว่า 2,500 คนเข้าถึงสื่อดิจิทัลได้

เงินทุนที่อยู่เบื้องหลังคาแรกเตอร์ไทยบนเวทีโลก

บทบาทของ depa ไม่ได้หยุดอยู่แค่การสร้างคาแรกเตอร์เพื่อการศึกษา แต่ยังขยายไปถึงการวางกลไกทางการเงินให้ครีเอเตอร์ไทยเดินหน้าต่อได้จริง เริ่มจากฝั่งสตาร์ตอัปและผู้ประกอบการรุ่นใหม่ depa สนับสนุนการร่วมลงทุนและพัฒนาศักยภาพจนเกิดการจัดตั้งบริษัทจริงเกือบ 200 บริษัท ผ่านโปรแกรมอย่าง Game Accelerator Program ที่ผู้ชนะจะได้รับทุนสนับสนุนตั้งแต่ 1 ล้านบาทไปจนถึง 5 ล้านบาท เพื่อนำผลงานเกมและคาแรกเตอร์ไปต่อยอดธุรกิจในระดับโลก

ถัดลงมาในระดับผู้ประกอบการรายย่อย depa มีโครงการ Character Adoption หรือคาแรกเตอร์ทรานส์ฟอร์เมชัน ทำหน้าที่จับคู่ธุรกิจ นำคาแรกเตอร์ไทยไปใช้โปรโมตและทำกิจกรรมการตลาดร่วมกับร้านค้าท้องถิ่น อย่างคาเฟ่และร้านพิซซ่า พร้อมมอบทุนสนับสนุนคาแรกเตอร์ละ 150,000 บาท เพื่อขับเคลื่อน Digital Transformation และขยายฐานผู้บริโภคให้ร้านเล็ก ๆ เหล่านั้น

และในระดับภาพรวมของอุตสาหกรรม depa ยังทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนทุนจัดงานอีเวนต์ด้านเกม แอนิเมชัน และคาแรกเตอร์ของไทย ซึ่งรวมถึงงาน Character Fest 2026 ที่กำลังจัดขึ้นนี้ด้วย พร้อมมีทุนช่วยเหลือมูลค่า 150,000 บาทต่อบูธ สำหรับครีเอเตอร์สัญชาติไทยที่ต้องการเดินทางไปนำเสนอผลงานและต่อยอดธุรกิจในเวทีต่างประเทศ

จากกระดาษสู่เวทีโลก

เมื่อมองภาพรวมทั้งหมด คาแรกเตอร์ไทยในวันนี้ทำหน้าที่มากกว่าที่เคยเป็นมา จากตัวประกอบบนหน้ากระดาษ กลายเป็นแรงขับเคลื่อนที่เชื่อมโยงธุรกิจ การท่องเที่ยว และการศึกษาเข้าไว้ด้วยกัน โดยมีกลไกสนับสนุนจากภาครัฐหนุนอยู่เบื้องหลัง คำถามที่ยังรอคำตอบคือ ท่ามกลางการแข่งขันของอุตสาหกรรมคาแรกเตอร์ระดับโลก เรื่องราวและอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่เป็นจุดแข็งของคาแรกเตอร์ไทย จะพาพวกเขาไปได้ไกลแค่ไหนบนเวทีที่ผู้เล่นทุกชาติต่างมีเรื่องราวของตัวเอง

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

หมดยุคแข่งฟังก์ชัน LG ส่ง AI ลุยคอนเซ็ปต์ ‘Zero Labor Home’ คืนเวลาให้ชีวิต

LINE เตรียมส่ง ‘MyTeam’ อุดรอยรั่วข้อมูลแบรนด์ โชว์ความสำเร็จ LINE Premium ทะลุ 3 ล้านบัญชี

จากอิฐแดงยุคน้ำท่วม สู่โรงงานอัจฉริยะกลางแดนใต้ เมื่อ SCG CBM ปักหมุด Q-CON สงขลา

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar